คริสเทน สจวร์ต อดีตดาราขวัญใจวัยทีนจากแวมไพร์ Twilight เติบโตอย่างเข้มแข็ง และสง่างาม พร้อมจะก้าวเดินบนเส้นทางสายภาพยนตร์อย่างเต็มตัวแล้ว
วงการบันเทิงนี่อยู่ยากจริง ๆ ยิ่งศิลปินคนไหนดังเป็นพลุแตกตั้งแต่เด็ก บอกเลยว่าน้อยคนนักที่จะโตมาโดยไม่มีปัญหา
ตัวอย่างให้เห็นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดรูว์ แบร์รีมอร์ จาก E.T. แมคคอเลย์ คัลกินส์ จาก Home Alone เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง จาก Terminator ลินด์เซย์ โลแฮน จาก The Parent Trap ไมเคิล แจ็คสัน ที่ดังมาตั้งแต่สมัยอยู่ The Jackson 5
แต่คนที่เราจะพูดถึงวันนี้คือ คริสเทน สจวร์ต ที่กลายเป็นดาราดังชั่วข้ามคืนจากภาพยนตร์ซีรีส์เรื่องแวมไพร์ ทไวไลท์ จนทำให้เธอใช้ชีวิตเละเทะอยู่พักใหญ่ เพราะไม่รู้จะรับมือกับความดังยังไง
จริง ๆ แล้ว คริสเทนเป็นผู้หญิงที่สวย และหุ่นดีมาก โดยเฉพาะเรียวขาของเธอที่ทำเอาผู้หญิงค่อนโลกอิจฉา แต่คริสเทนดูจะไม่ยินดียินร้ายกับชื่อเสียง และความสวยของตัวเองเลย และมักจะทำสีหน้าเฉยชาไร้อารมณ์อยู่ตลอดเวลาจนได้รับสมญานามว่า “นางเอกหน้านิ่ง”
คริสเทนยังชอบทำตัวขบถด้วยการไม่แต่งเนื้อแต่งตัวเลยยามที่ไม่ได้ออกงาน เราจะเห็นเธอใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบเสียส่วนใหญ่ แทนที่จะ “คีพลุ้ค” ดาราดังเอาไว้ตลอด
แม้แต่เวลาเดินพรมแดงก็เถอะ เราจะเห็นคริสเทนยืนโพสต์ท่าถ่ายรูปสวย ๆ อยู่ได้ไม่นาน ก่อนจะมีภาพเธอถอดรองเท้าส้นสูงแล้วเดินเท้าเปล่า หรือไม่ก็สวมรองเท้าผ้าใบทั้งที่ยังใส่เดรสดีไซเนอร์อันหรูหรา แอลลิแกนซ์ ลงไปพูดคุยหรือแจกลายเซ็นให้แฟน ๆ
ทว่า เรื่องอื้อฉาวที่กลายเป็นตราบาปติดตัวคริสเทนก็คือเรื่องที่เธอนอกใจ โรเบิร์ต แพททินสัน คู่รักทั้งในจอและนอกจอของตัวเอง แล้วไปเป็นชู้กับผู้กำกับหนัง Snow White and the Huntsman จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่ว เพราะผู้กำกับคนนี้มีลูกมีเมียแล้ว แต่ก็ยังมีภาพคริสเทนกอดจูบลูบคลำกับเขาหลุดออกมา
หลังเลิกกับโรเบิร์ต เธอก็สร้างความฮือฮาอีกด้วยการหันไปคบกับผู้หญิง ทั้งนักร้อง นักแสดงหลายคน ก่อนจะประกาศตัวว่าเป็นเกย์ในที่สุด
คนอาจจะมองว่าชีวิตของเธอดูชักจะเพี้ยน ๆ ไปกันใหญ่แล้วรึเปล่า แต่ถ้าถามตัวคริสเทนเอง เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองนิ่ง แล้วก็รับมือกับความดังได้ดีขึ้น โดยเธอให้สัมภาษณ์The London Sunday Times เอาไว้ว่า ก่อนหน้านี้เธอเกลียดมากที่รายละเอียดต่าง ๆ ในชีวิตเธอต้องกลายไปเป็นสินค้าที่ถูกเร่ขายไปทั่วโลก
แต่พอมาคิดว่ามีสายตามากมายเหลือเกินที่จับจ้องมองเธอ อยู่ดี ๆ คริสเทนก็คิดขึ้นมาได้ว่าชีวิตส่วนตัวของเธอนั้นส่งผลกระทบต่อคนมากมาย ไม่ใช่แค่เธอเอง เธอก็เลย “ยอมลดความเป็นตัวเองลงมานิดหนึ่ง เพื่อให้คนอื่นได้รู้สึกดีกับตัวของพวกเขาเอง” แม้ว่าจะมีแค่คนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น เธอก็ดีใจแล้ว
คริสเทนบอกว่า ตอนคบกับโรเบิร์ต ทั้งคู่ได้รับความสนใจมากซะจนเธอรู้สึกว่าสาธารณชนกลายเป็นศัตรู ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ได้ยังไง มันเลยทำให้เธอสับสนมาก แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าตัวเองคือใคร ก็เลยไม่ต้องกระเสือกกระสนอีกต่อไป
แต่ถึงแม้ว่าชีวิตตอนนั้นจะวายป่วงสุด ๆ คริสเทนบอกว่าไม่นึกเสียใจเลยที่ได้เป็นแฟนกับโรเบิร์ต เพราะทุกก้าวย่างในชีวิตได้เปลี่ยนเธอให้เป็นคนที่เป็นอยู่ตอนนี้ แล้ว Twilight ก็หล่อหลอมเธอมากมายมหาศาล ไม่ใช่แค่ตัวหนังเท่านั้น แต่ยังผลกระทบต่าง ๆ ที่ตามมาด้วย
การให้สัมภาษณ์แบบนี้ทำให้สัมผัสได้ว่าคริสเทนเติบโตขึ้นมาอย่างมีวุฒิภาวะแล้ว และความสงบในใจก็สะท้อนออกมาในงานของเธอที่ตอนนี้ไม่ใช่หนังรักกุ๊กกิ๊กเหมือนเดิมแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Personal Shopper หรือ Sils Maria
เท่านั้นไม่พอ คริสเทนยังได้รับรางวัล Cesar Award ซึ่งเทียบเท่ากับรางวัลออสการ์ของฝรั่งเศสมาครอง แล้วก็กำลังผันตัวเองไปเป็นผู้กำกับหนังยาวเต็มตัวอีกด้วย หลังจากที่หนังสั้นของเธอได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลซันแดนซ์แล้วได้รับความสนใจไม่น้อย
เมื่อพูดถึงอนาคตในวงการภาพยนตร์ คริสเทนบอกว่าอยากจะผลักดันตัวเองให้มากกว่านี้ เพราะเธอเป็นคนที่ถ้าชอบอะไรแล้วก็จะเอ็กซ์ตรีมสุด ๆ ความนุ่มนวลบอบบางไม่ใช่แนวทางของเธอ แล้วเธอก็ไม่อยากจะเฟคด้วย
ฟังแล้วเล่นเอาฮึกเหิมตามเธอไปด้วยเลย ถ้าอย่างนั้น เราจะเฝ้าดูความสำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้นไปของเธอนะแม่หญิงแกร่ง “คริสเทน สจวร์ต”





