กว่าจะมาเป็น...เพียงพ่อก็พอเพียง

เป็นอีกหนึ่งในหนังสือที่ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นอยู่ในขณะนี้ สำหรับหนังสือป็อบ-อัพ ชุด เพียงพ่อก็พอเพียง THE SOUL OF SIAM
จัดพิมพ์โดยมูลนิธิศิริวัฒนา เพียงเปิดรับจองไม่ถึงสัปดาห์ยอดจองแตะ20,000 เล่มแล้ว
พรเทพ สามัตถิยดีกุล ประธานมูลนิธิศิริวัฒนา กล่าวถึงกระแสตอบรับที่มีมากทำให้ทีมงานรู้สึกตื่นเต้น ยินดี และกำลังใจขึ้นมาก เนื่องจากจุดประสงค์หลักของโครงการจัดพิมพ์หนังสือป็อบ-อัพ ชุด เพียงพ่อก็พอเพียง THE SOUL OF SIAMไม่ได้ต้องการผลิตขึ้นเพื่อจำหน่าย หากเป็นการจัดทำขึ้นเพื่อต้องการเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนม์ 84 พรรษา โดยนำไปมอบให้กับห้องสมุดในโรงเรียนต่างจังหวัดเพื่อปลูกฝังนิสัยการรักการอ่าน และต่อเติมจินตนาการ เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2555
“หนังสือธรรมดา ถ้าพิมพ์ไม่สวยด้วยแล้วเด็กๆอ่านแล้วก็เลยไป แต่หนังสือป็อบ-อัพ เล่มนี้มีทั้งแสง สี เสียงให้เด็กๆได้สัมผัส ประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้เขาประทับใจและจำได้ อยากรู้ว่าภาพตั้งยังไง พับได้อย่างไร เป็นการต่อยอดความคิดไปได้อีก”
ประธานมูลนิธิศิริวัฒนาและประธานบริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงที่มาของการทำหนังสือป็อบ-อัพ ว่าเริ่มต้นมาจากชายชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ วอลลี่ ฮันท์
“เขาไปเห็นหนังสือป็อบ-อัพเก่าแก่อายุ 100 - 200 ปี ในพระราชวังเยอรมัน ที่ทำหนังสือให้กับลูกหลานเชื้อพระวงศ์ จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ จึงเกิดไอเดียว่าน่าจะทำหนังสือป็อบ-อัพขาย
เขาเป็นคนเริ่มต้นออกแบบป็อบอัพอย่างง่ายๆส่งไปพิมพ์ที่ญี่ปุ่น แล้วนำกลับมาขายในอเมริกา ต่อมาเขาก็ไปเจอประธานาธิบดีโคลัมเบีย คุยกันไปมา ประธานาธิบดีขอให้ วอลลี่ ฮันท์ ไปตั้งโรงงานที่โคลัมเบีย ในเมืองธุรกันดาร ทำให้สร้างงานให้กับผู้คนได้มากมาย”
ต่อมา วอลลี่ ฮันท์ มาพิมพ์หนังสือป็อบ-อัพที่สิงคโปร์ ฮ่องกง และไทย เป็นลำดับที่ 4
“ 30 ปีที่แล้วผมมีสวนอยู่ที่เขาสอยดาว จันทบุรี เห็นว่ามีคนว่างงาน เลยคิดได้ว่างานป็อบอัพไม่ต้องใช้เครื่องจักรเป็นงานมือ จึงได้คุยกับวอลลี่ ฮันท์ เพราะเจ้าของโรงพิมพ์ที่สิงคโปร์เป็นเพื่อนผม ทั้งสองคนสนับสนุนอยากให้พวกเราที่เขาสอยดาวมีงานทำ จึงให้เงินทุนมาทำ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนที่สิงคโปร์ส่งวิศวกรกระดาษมาสอนงานให้ 1 คน ชื่อ จอห์นี่ อึ้ง ให้เรามาเริ่มต้นแล้วผลิตงานส่งให้เขา”
พอโรงพิมพ์มีชื่อเสียงจากการทำป็อบอัพให้วอลลี่ ฮันท์ ต่อมางานพิมพ์หนังสือป็อบอัพจึงหลั่งไหลมาที่ศิริวัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งปัจจุบัน
หากสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือ หลังจากรัฐบาลประกาศขึ้นค่าแรงเป็นวันละ 300 บาท โรงงานป็อบ-อัพ ที่เขาสอยดาว จึงค่อยๆปิดตัวลง โรงงานป็อบ-อัพในวันนี้ย้ายฐานการผลิตไปอยู่ที่เวียงจันทน์เนื่องจากค่าจ้างแรงงานต่ำกว่า
“เนื่องจากเรามีประสบการณ์ในการผลิตหนังสือป็อบ-อัพมานาน เวลาที่มีหนังสือสวย แปลก มีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา เราจึงนำขึ้นทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อยู่บ่อยครั้ง
ครั้งหนึ่งสมเด็จย่าฯ ทรงมีหนังสือตอบกลับมาว่า อยากให้ทำให้เด็กไทยอ่านบ้าง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากผลิตหนังสือป็อบ-อัพขึ้นเองเป็นภาษาไทย สำหรับเด็กไทยโดยเฉพาะ” พรเทพกล่าว
บ้านพ่อ :วังสวนจิตรลดา หนังสือป็อบ-อัพ เล่มแรกจึงเกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ร่วมกับ ทางศิริวัฒนา ถ่ายทอดเรื่องราวโครงการทดลองต่างๆที่มี 35 โครงการขณะนั้น ออกมาเป็นหนังสือป็อบ – อัพที่มีเทคนิคการพับกระดาษชนิดที่ไม่ซับซ้อนมากนัก
ในขณะที่หนังสือป็อบ-อัพ ชุด เพียงพ่อก็พอเพียง ที่จัดทำขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนม์ 84 พรรษา พรั่งพร้อมไปด้วยเทคนิคแสง สี เสียง และการพับกระดาษที่ซับซ้อน ประณีต และงดงาม
ภาพวาดระบายสีเป็นผลงานของอ.ทวีพงษ์ ลิมาภรณ์วณิชย์ ใช้เวลาวาดเป็นปีโดยวาดจากภาพถ่ายที่เราคัดเลือกมากกว่า 500 ภาพ เนื้อหาแบ่งออกเป็น 3 เล่ม เล่มที่ 1 พระชนวารอันแสนสุข นำเสนอเรื่องราวขณะทรงพระเยาว์ ไฮไลท์ของเล่มนี้อยู่ที่ภาพกล้องถ่ายรูปตัวแรกของพระเจ้าอยู่หัว จะเห็นได้ว่าเมื่อเปิดหน้านี้ออกมาจะมีเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่งดังขึ้นมา มองเข้าไปในกล้องที่ตั้งขึ้นมาจะเห็นมีไฟและรูปพระเจ้าอยู่หัวทรงกีฬาฮ็อกกี้อยู่ในนั้น
เล่มที่ 2 คู่บุญ...คู่พระราชหฤทัย นำเสนอเรื่องราวตลอดระยะเวลาครองสิริราชสมบัติในทุกย่างพระบาทที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับราษฎรนั้น ทรงมีคู่พระบารมี เคียงข้างพระวรกาย สถิตในพระราชหฤทันและเคียงข้างพระราชบัลลังก์มิเคยห่าง
รวมไปถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ช้างเผือกคู่พระบารมี ตลอดจนพระราชพิธีแห่งพระมหาบารมีซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงแสนยายนุภาพ
ไฮไลท์ของเล่มนี้ กล่าวได้ว่าแทรกอยู่ในทุกเนื้อหา เนื่องด้วยรายละเอียดทุกอย่างถอดแบบมาจากภาพจริงอย่างวิจิตรบรรจง ไม่ว่าจะเป็นภาพกุหลาบสีโอลด์โรสสะพรั่งในวันมหาประชาปิติ 28 เมษายน 2493 หรือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ที่มีจำนวนฝีพายครบถ้วน
เล่มที่ 3 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นำเสนอเรื่องราวของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา รวมไปถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปิดท้ายด้วยความงดงามและความยิ่งใหญ่แห่งพระเกียรติของ มหาพิธีฉลองศิริราชสมบัติรครบ 60 ปี เสียงของประชาชนที่พร้อมใจกันกล่าวคำว่า “ทรงพระเจริญ”อย่างกึกก้อง ได้รับการบันทึกและเปิดให้ฟังในยามที่เปิดหนังสือหน้าแห่งประวัติศาสตร์นี้
“ด้วยเหตุที่เราไม่ได้ผลิตเพื่อขาย เมื่อมีความต้องการทีแรกเราจึงคิดว่าจะนำของเก่าที่มีอยู่มาซ่อม หมายถึงที่มีอยู่แล้วนำมาประกอบให้สมบูรณ์ ซ่อมขึ้นมาสัก 2,000 เล่ม ตอนนี้มีเสียงเรียกร้องเยอะมาก คิดว่าถ้ามียอดจองถึง 10,000 เล่มจึงจะผลิต เพราะต้องไปสั่งอุปกรณ์แสงสีเสียงจากต่างประเทศ
แม้ว่าต้นฉบับภาพ เทปบันทึกเสียงเรายังมีอยู่ แต่เราต้องเริ่มวางแผนผลิตใหม่ ลูกบอกว่าจะทำเท่ายอดจองวันที่ 15 พฤศจิกายนเท่านั้น แต่ผมคิดว่าถ้ากระแสยังแรงอยู่คงต้องทำต่อไป ตอนนี้น่าจะ20,000 เล่มแล้ว
สำหรับหนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่เราใช้กระดาษเยื่อไม้สนอย่างดี มีความแข็งแรงคงทนถาวร เทคนิคการพิมพ์มีปั๊มยุบ ปั๊มนูน ปั๊มทอง ออฟเซ็ต ซิลค์สกรีน
การทำป็อบ-อัพ ถือว่าซับซ้อน เช่น การพับรถทั้งคันจะทำยังไงให้พับได้แล้วเวลาเปิดยังกลับมาเหมือนเดิม ยังมีแสง สี เสียงที่ใส่เข้าไปอีกที่ผลิตใหม่สีจะสดกว่าเดิม คือ เป็นของใหม่ สีสดใหม่ เครื่องเสียงใหม่ แบตเตอรี่ คุณภาพดีขึ้น”
หลายคนสงสัยว่าจองหนังสือเดือนเดือนนี้ แต่ทำไมถึงรอรับหนังสือเดือนเมษายน คุณพรเทพอธิบายว่า หนังสือแต่ละเล่มประกอบด้วยมือทั้งหมด หนังสือ 1 เล่ม ต้องอาศัยคนงาน 5 – 6 ช่วยกันทำกว่าจะแล้วเสร็จ ดังนั้นในหนึ่งวันสามารถประกอบหนังสือได้เพียง 80 เล่มเท่านั้น
สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือ เพียงพ่อก็พอเพียง THE SOUL OF SIAMสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการจองได้ที่ https://www.facebook.com/SIRIPCL
หมายเหตุ : เพียงพ่อก็พอเพียง THE SOUL OF SIAM ได้รับรางวัลชนะเลิศ GOLD AWARD ประเภท งานประดับหรือตกแต่งหลังการพิมพ์ งานประกวดสิ่งพิมพ์แห่งชาติ ครั้งที่ 7 ปี 2555
รางวัล BEST CREATIVITY IN PRINTING APPLICATIONS & DESIGNS งานประกวดสิ่งพิมพ์แห่งชาติ ครั้งที่ 7 ปี 2555 และ รางวัล THE JUDGES' AWARD ในงาน อาเซี่ยน พรินท์ อวอร์ด ปี 2555







