Bangkok Voice กรุ่นกลิ่นแจ๊สจากเพลงลูกทุ่ง

Bangkok Voice กรุ่นกลิ่นแจ๊สจากเพลงลูกทุ่ง

บทวิจารณ์อัลบั้ม Bangkok Voice โดยศิลปินที่เคยสร้างความฮือฮาจากอัลบั้ม Bangkok Acoustic เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

  ความรู้สึกแรกสุดเมื่อฟังอัลบั้ม Bangkok Voice จบลง คือ “ความแฮปปี้สุดๆ” ไม่ต้องไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แค่เป็นคนเดินดินธรรมดา คุณก็อิ่มทิพย์แบบเทวดาขึ้นมาได้โดยพลัน เมื่อซึมซับกับสุนทรียภาพจากเสียงดนตรีในอัลบั้มนี้ ที่ให้ความเต็มอิ่มอย่างน่าทึ่ง

ผมทราบมาว่า หนึ่ง ณัฐวุฒิ พันธ์สายเชื้อ มือกลอง และโปรดิวเซอร์ของผลงานชุดนี้ ใช้เวลานานถึง 10 ปีในการหยิบเพลงเก่ามาตีความใหม่ ใส่ไอเดียที่เป็นบรรยากาศร่วมสมัยเข้าไป โดยมี บอม พัชรพงศ์ จันทาพูน ช่วยเรียบเรียงเสียงประสาน ร่วมด้วยนักดนตรีขั้นเทพของวงการมาสร้างเสียงในจินตนาการให้เป็นจริง และมีนักร้องจากเวที “เดอะ วอยซ์” ถ่ายทอดเสียงร้องในแนวทางที่แตกต่างจากต้นฉบับดั้งเดิม ตัวแผ่นซีดี มีสติ๊กเกอร์ติดข้อความว่า “อัลบั้มที่นำเพลงลูกทุ่งมาเรียบเรียงในสไตล์ Jazz” ราวจะบอกเป็นนัยไว้ว่า ถึงบทเพลงเหล่านี้จะมีจุดกำเนิดจากเพลงลูกทุ่ง แต่ก็ใช่ว่าสุ้มเสียงที่คุณได้ยินได้ฟัง จะเป็นเพลงลูกทุ่งดังที่คาดหมาย หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเอาเข้าจริงๆ มันไม่เป็นเพลงลูกทุ่งเลย

  นี่คือการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของเสียงเสียใหม่ ด้วยคอนเซพท์ทางศิลปะ แม้จะมีเค้าเดิมของ “คำร้อง-ทำนอง” อยู่ก็ตาม แต่ความท้าทายอยู่ตรงที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพาผู้ฟังเดินทางไปให้ไกลกว่านั้น ไปสู่พื้นที่ของการสร้างสรรค์อันเป็นสากล

เริ่มกันตั้งแต่ “หลังคาแดง” ของ ครูชาตรี ศรีชล ที่จังหวะกลองเดินเครื่องเร้าใจชวนให้ระลึกถึงเสียงกลองของ จีน ครุปา ใน Sing, Sing, Sing ของ เบนนี กูดแมน เมื่อยุค 1930s ตามด้วยเสียงโต้ตอบกันของกลุ่มเครื่องทองเหลืองและกลุ่มเครื่องลมไม้ ให้ความคึกคักในอารมณ์ ก่อนจะพลิกผันมาสู่แนวทำนองที่คุ้นเคย เพลงนี้ถ่ายทอดเสียงร้องโดย ตี๋ อรรถพล ชัยศิริ โดยมีวงบิ๊กแบนด์แบ็กอัพอย่างอลังการ การผสานไลน์ของเสียงเครื่องเป่าแต่ละกลุ่ม กับการโต้ตอบของเครื่องเดี่ยว และเฟรสซิงเล็กๆ น้อยๆ ทำได้อย่างวิจิตรบรรจงดีแท้

จากนั้น ปรับบรรยากาศมาสู่เพลงจังหวะช้าใน “สิ้นสวาท” เดิมผมชื่นชอบเวอร์ชั่นเก่าของ ดวงตา ชื่นประโยชน์ แต่ในเวอร์ชั่นใหม่นี้ ผมรักความละเมียดละไมในน้ำเสียงของนักร้องทั้งสอง ทั้ง ตุ้ม ชวาล ปรีชาสถิตย์ และ คีย์ คีตะญา สุตระ ที่สอดรับกับฮาร์มอนีของเพลงอย่างพอเหมาะพอดี โดยภาพรวม เป็นเพลงที่ทำได้ไพเราะมาก ทั้งการใช้โทนคัลเลอร์ของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ซึ่งสอดรับกันด้วยดี ทั้งริธึ่มกีตาร์ , ลูกลิคของเปียโน และกลุ่มเครื่องลมไม้

“คนสวยใจดำ” เพลงเก่าของครูสุชาติ เทียนทอง เป็นอีกเพลงที่มีทางเดินคอร์ดสวยๆ โดยไลน์เปียโนของ โซ่ แมนลักษณ์ ทุมกานนท์ ถ่ายทอดเสียงร้องโดย สปาย ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ แม้เพลงนี้อาจจะมีการใช้ซินธิไซเซอร์แทนเครื่องสาย แต่ด้วยเสียงแซ็กอุ่นๆ ของ เศกพล อุ่นสำราญ ช่วยทำให้บทเพลงมีเสน่ห์ในตัวเองไม่น้อย

หนึ่ง และ บอม ตัดสินใจปรับเปลี่ยนเพลง “คิดถึงพี่ไหม” ของ ครูพยงค์ มุกดา ให้มีซิงโคเพชั่น ด้วยชีพจรที่ดีดดิ้น เป็นการเปลี่ยนจากเพลงช้าให้เป็นเพลงที่มีจังหวะสนุก เปิดทางให้ทั้ง มือกลอง หนึ่ง ณัฐวุฒิ , มือเบส แป๊บ วิโรจน์ สถาปนวัตร และ มือกีตาร์ แมว พงษ์ศิริ ขจรเวคิน ร่ายมนต์ดำของเพลงได้อย่างเมามัน

ในอัลบั้มยังมีเพลงที่ไพเราะงดงามอีกหลายเพลง อาทิ “คืนนี้พี่คอยเจ้า” ที่เปิดพื้นที่ให้ โซ่ อีทีซี อิมโพรไวส์ , “กินอะไรถึงสวย” มาจากทำนองเพลงไทยเดิม คือ “ต้นบรเทศ” ที่เขียนไลน์เปิดสำหรับวงบิ๊กแบนด์ได้อย่างมีลูกเล่นน่าติดตาม หรือจะเป็น “ฝากดิน” “พอหรือยัง” “เสียงขลุ่ยเรียกนาง” และ “ชวนน้องแต่งงาน” ที่เป็นเสมือนฟิลาเน่ปิดฉากอย่างสมบูรณ์

แม้เราจะอยู่ในยุคสมัยที่ทุกอย่างดูกำลังเสื่อมถอยตกต่ำลงไปทุกที แต่อย่างน้อยๆ อัลบั้ม Bangkok Voice ก็นับเป็นความหวัง เพราะมันบ่งบอกถึงความตั้งใจของนักดนตรีไทยร่วมสมัย ที่ยังยึดถือการสร้างสรรค์บทเพลงดีๆ เป็นสรณะในชีวิตของการเป็นศิลปิน ทั้งที่เบื้องหลังของการทำงานนั้น เราพอจะทราบกันดีว่า การหยิบเพลงเก่าๆ เหล่านี้มาใช้งาน ช่างเต็มไปด้วยอุปสรรค ความยุ่งยาก และแน่นอน ยังหมายถึงค่าใช้จ่ายอีกมากมายทีเดียว

  มาถึงบรรทัดนี้ สมควรที่มิตรรักแฟนเพลงผู้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของงานศิลปะ ต้องร่วมกันสนับสนุนและให้กำลังใจ เพื่อสร้างชุมชนของคนรักเสียงเพลงให้ตั้งหลักขึ้นได้ในอนาคต

.....................................

ติดต่อซื้ออัลบั้ม Bangkok Voice ได้ที่ 06 1424 1446 และ 09 6564 4456