เครื่องโขน นิทรรศการแสดงผลงานประณีตศิลป์ชั้นสูงของไทย

เครื่องโขน นิทรรศการแสดงผลงานประณีตศิลป์ชั้นสูงของไทย

นิทรรศการเครื่องโขน เป็น 1 ใน 2 นิทรรศการพิเศษที่ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559         

            นิทรรศการเครื่องโขน นำเสนอเรื่องราวของเครื่องแต่งกายโขน เริ่มต้นจากข้อความอันปรากฏอยู่ในกฏมณเฑียรบาลสมัยกรุงศรีอยุธยา ระบุถึงพระราชพิธีอินทราภิเษก ซึ่งต้องจัดให้มีการ "เล่นชักนาคดึกดำบรรพ์” หรือ กวนเกษียรสมุทรตามคติพราหมณ์  อันถือเป็นพระราชพิธีเกี่ยวกับความเป็นพระจักรพรรดิราชของพระมหากษัตริย์ ผู้เข้าร่วมประกอบพิธีจะต้องแต่งกายเป็นเทวดา ยักษ์ และวานร โดยระบุชื่อตัวละครสำคัญไว้ คือ “พาลีสุครีพมหาชมพูแลบริวารพานร”

           นอกจากนี้ ยังมีข้อสันนิษฐานว่าโขนเริ่มแพร่หลายจากพราหมณ์ในราชสำนักที่เล่าหรือสาธยายเรื่องรามเกียรติ์ในที่รโหฐาน จากนั้นมีการนำดนตรีปี่พาทย์ อุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนตัวหนัง ตัวหุ่นเข้าประกอบ จนที่สุดมีการใช้ตัวแสดงแต่งเครื่อง ร่ายรำทำท่าทางต่างๆตามบท การประกอบพิธีชักนาคดึกดำบรรพ์

           แม้จะมิใช่การแสดงโขนอย่างชัดเจน แต่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ เชื่อมโยงมาสู่การสร้างเครื่องแต่งกายตามลักษณะของตัวละคร ในเรื่องจนกลายเป็นมหรสพสำคัญของราชสำนักที่พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าฯให้จัดแสดงในโอกาสต่างๆ

       ช่วงปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ.2199 - พ.ศ.2231) โขนมิได้เป็นการแสดงถึงพิธีกรรมของราชสำนักเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นการแสดงที่ได้รับความนิยมและจัดขึ้นเพื่อความสนุกสนานเป็นสำคัญ

          นิทรรศการในส่วนแรกเล่าเรื่องประวัติที่มาของโขน เพื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจพร้อมจัดแสดงกฏมณเฑียรบาลจำลองในสมัยอยุธยา พร้อมด้วยภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถวัดสุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นภาพเทพชุมนุมในพัสตราภรณ์ที่เชื่อมโยงให้เห็นเค้าลางของอิทธิพลที่มีต่อเครื่องโขนในอดีต

         เนื่องด้วยตัวละครหลักส่วนหนึ่งในการแสดงโขน คือ เหล่าเทวดา กษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา และยักษ์อสุรพงศ์จากกรุงลงกาและเมืองอื่นๆเครื่องแต่งกายจึงทำขึ้นเลียนเครื่องต้นเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์ และพัสตราภรณ์ของพระราชวงศ์ที่ใช้อยู่ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและพระราชพิธีโสกันต์

         ดังปรากฏในพระบรมฉายาลักษณ์ และพระรูปพระบรมวงศานุวงศ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2394- พ.ศ.2411)และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411 - พ.ศ.2453)

ความวิจิตรงดงามของเครื่องถนิมพิมพาภรณ์และพัสตราภรณ์ของเครื่องต้นเครื่องทรงเหล่านั้น ได้กลายเป็นที่มาและแรงบันดาลใจในการประดิษฐ์ เครื่องโขน องค์ประกอบต่างๆที่ประกอบเป็นพระเครื่องต้นเครื่องทรง อันได้แก่ฉลองพระองค์ สนับเพลา พระภูษาโจง สังวาล ทับทรวง ตาบทิศ ทองกร ปั้นเหน่ง สายรัดพระองค์ และกำไลข้อพระบาทล้วนมาปรากฏอยู่ในเครื่องโขนทั้งสิ้น

        “สำหรับเครื่องโขนที่เก่าแก่ที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์ มีหลักฐานปรากฏอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 6 เครื่องโขนแม้ว่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องทรงของกษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ แต่จะไม่สร้างให้ทัดเทียมกษัตริย์ โดยมีการทดทอนวัสดุลง

       วัสดุที่นำมาใช้ในเครื่องโขนสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นเลื่อม ลูกปัด หรือ ผ้ายกส่วนใหญ่นำมาจากอินเดีย ส่วนผ้าแพรพรรณมาจากจีน ล้วนเป็นของคุณภาพดี ราคาสูง

         ปัจจุบันด้วยศักยภาพของสมาชิกศิลปาชีพที่เพิ่มมากขึ้นจากการวางรากฐานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สามารถทอผ้ายกแบบโบราณได้เทียบเท่าของเดิม ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ” วิทวัส เกตุใหม่ ผู้ช่วยภัณฑารักษ์ นิทรรศการเครื่องโขน กล่าว

สำหรับพัฒนาการของเครื่องโขนในยุคปัจจุบัน เกิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงสนับสนุนให้ฟื้นฟูการจัดแสดงโขนขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดการพัฒนาและฟื้นฟูงานหัตถศิลป์ชั้นสูงต่างๆ จนเกิดเป็นเครื่องโขนพระราชทาน ซึ่งถือเป็นงานประณีตศิลป์อันทรงคุณค่าของไทย

        ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวบรวมผู้รู้ทำการศึกษาค้นคว้า และดำเนินการจัดสร้าง “เครื่องโขน” ขึ้นใหม่ ให้งดงามสมกับเป็นโขนแบบราชสำนัก

 นับเป็นการฟื้นฟูประณีตศิลป์หลายสาขา ทั้งงานทอผ้ายกทองแบบราชสำนัก งานปัก งานออกแบบและประดิษฐ์เครื่องถนิมพิมพาภรณ์และพัสตราภรณ์ ครั้งสำคัญ

          นิทรรศการ เครื่องโขน (Dressing Gods and Demons: Costume for Khon) เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2560 ณ ห้องจัดแสดง 3-4 พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.30 น.