วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกสเกลื่อนหาดภูเก็ต เตือนห้ามสัมผัส

พบแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกสถูกคลื่นซัดเข้าชายหาดหลายจุดจ.ภูเก็ต เตือนนักท่องเที่ยวห้ามสัมผัสอันตรายถึงชีวิต

สืบเนื่องจากกรณีมีการโฟสต์ภาพของแมงกะพรุนโปรตุเกสซึ่งถูกคลื่นซัดเข้ามายังบริเวณชายหาดต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ต ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา เช่น หาดในทอน หาดสุรินทร์ หาดกมลา เป็นต้น ล่าสุดเมื่อวานนี้ (17 ก.ค.) พบแมงกะพรุนดังกล่าวถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบริเวณชายหาป่าตองจำนวนกว่า 10 ตัว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าปกติ เพราะเป็นช่วงมรสุมซึ่งคลื่นลมแรงแมงกะพรุนและสัตว์ทะเลต่างๆ มักจะถูกคลื่นซัดเข้ามายังบริเวณชายหาดเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ

ล่าสุดวันที่ 18 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงสำรวจตามชายหาดต่างๆในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะบริเวณชายหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำในช่วงวันหยุดและทำกิจกรรมตามชายหาดจำนวนมาก พบว่าเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดประจำชายหาดได้กระจายกันอยู่ตลอดแนวชายหาด เพื่อเฝ้าระวังการลงเล่นน้ำของนักท่องเที่ยว และตรวจตราบริเวณหาดทราย หากพบแมงกะพรุนชนิดดังกล่าวจะรับทำการเก็บทันที เพื่อป้องกันมิให้นักท่องเที่ยวไปเหยียบหรือโดนตามร่างกาย เพราะจะเป็นอันตราย

นายสมประสงค์ แสงชาติ หัวหน้าไลฟ์การ์ดประจำชายหาดป่าตอง เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากไลฟ์การ์ดชายหาดอื่นๆ ว่าเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมาว่า พบแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกตุ ซึ่งมีพิษร้ายแรงถูกคลื่นซัดขึ้นตามชายฝั่ง และขอให้ช่วยกันเฝ้าระวัง กระทั่งเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (17 ก.ค.59) พบคลื่นซัดแมงกะพรุนขึ้นมาบริเวณชายหาดป่าตองรวมประมาณ 10 ตัว ซึ่งพวกตนได้ช่วยกันเก็บมาใส่ขวดเก็บไว้ เเละวันนี้(18 ก.ค.) ได้มีการเฝ้าระวังตลอดทั้งวันแต่ยังไม่พบ ซึ่งในช่วงหน้ามรสุมของทุกปีจะมีคลื่นซัดแมงกะพรุนขึ้นมาเสมอๆ แต่จะเป็นแมงกะพรุนชนิดอื่นๆ ส่วนแมงกะพรุนโปรตุเกตุพึ่งพบเป็นปีแรกและทราบว่า หากไปดดนตัวจะเป็นอันตราย โดยทางเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดได้เพิ่มความถี่ในการออกตรวจ และเก็บแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกตุออกจากชายหาด รวมทั้งให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวในการดูแลป้องกันไม่ให้ร่างกายไปโดนแมงกะพรุนดังกล่าว พร้อมให้คำแนะนำในการรักษาพยาบาลเบื้องต้น เพราะถ้าร่างกายถูกพิษแมงกะพรุนดังกล่าวไม่สามารถที่จะใช้วิธีการในการรักษาแบบเดียวกับแมงกะพรุนไฟทั่วไปได้ โดยจะต้องใช้น้ำทะเลล้างเท่านั้น

“ทางไลฟ์การ์ดอยากขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำป้ายเตือนถึงอันตรายของแมงกะพรุนให้นักท่องเที่ยวทราบและวิธีการดูแลตัวเองหากโดนแมงกะพรุนดังกล่าว โดยนำป้ายไปติดตามจุดต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง” นายสมประสงค์ กล่าว

สำหรับข้อมูลทางวิชาการพบว่าไม่พบแพงกะพรุนชนิดนี้ในน่านน้ำไทย เพราะแมงกะพรุนชนิดนี้อาศัยอยู่ในทะเลเปิดของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย แต่คาดว่าอาจถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้นหรือเข้าสู่น่านน้ำไทยได้ในบางฤดูกาล ลักษณะเด่นที่สังเกตได้คือ มีรูปร่างคล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกสสมัยก่อน มีสีฟ้าหรือสีม่วง พร้อมหนวดยาวที่มีเข็มพิษซึ่งอาจยาวได้ถึง 30 เมตร และมีปากมากกว่าหนึ่งปาก จัดเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก 

โดยพิษนั้นจะทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ เมื่อถูกต่อยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก หากได้รับพิษในปริมาณสูง ร่างกายจะมีอาการช็อคและหัวใจล้มเหลวจนอาจถึงแก่ชีวิตได้ วิธีดูแลตนเองเบื้องต้น หากพบหรือสัมผัสกับแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส ห้ามเอามือไปจับหรือแตะตัวมันเป็นอันขาด ปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยใช้น้ำทะเลชะล้างเศษหนวดและเข็มพิษออกไปให้มากที่สุด ห้ามใช้ “น้ำส้มสายชู” และ “น้ำจืด” ล้างแผลจากพิษแมงกะพรุนไฟหมวดโปรตุเกสโดยเด็ดขาด สังเกตอาการผู้ได้รับพิษอย่างใกล้ชิดก่อนนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง