หลายๆ เมืองทั่วโลกมีความพยายามใส่ใจในการช่วยลดมลพิษเพื่อสร้างเมืองที่ยั่งยืนและชีวิตพลเมืองที่ดีกว่า
และนี่คือเมืองที่สมควรได้รับเสียงปรบมือและคำชมว่าพยายามสร้างโลกที่ดีกว่า แม้จะต้องแลกมาด้วยการเปลี่ยนแปลงขั้นรุนแรงก็ตาม
ฮัมบูร์ก : แบนกาแฟแคปซูล
เมืองทางตอนเหนือของเยอรมนีออกประกาศห้ามใช้กาแฟแคปซูลหรือกาแฟแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในทุกๆ อาคารที่เป็นของหน่วยงานรัฐบาล รวมถึงโรงเรียนและมหาวิทยาลัย โดยให้เหตุผลว่าแคปซูลพลาสติกที่ใส่กาแฟมานั้นยากต่อการรีไซเคิล มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการแก้ไขปัญหาขยะซึ่งรวมถึงการห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เงินภาษีประชาชนในการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดและอุปกรณ์ทานอาหารที่ทำจากพลาสติกด้วย
ออสโล : ห้ามรถยนต์เข้าเมือง
รัฐบาลใหม่ของออสโล นอร์เวย์ มีแผนที่จะห้ามรถยนต์วิ่งในย่านใจกลางเมืองภายในปี 2019 มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2020 นอกจากนี้ออสโลยังมีแผนที่จะให้กองทุนบำนาญรัฐบาลซึ่งถือเป็นกองทุนบำนาญที่ติดอันดับรวยที่สุดในโลกเลิกลงทุนในธุรกิจเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยสิ้นเชิงภายในปี 2050
โบโกตา : รถเมล์ที่ดีกว่า
เมืองหลวงของโคลอมเบียถือเป็นผู้นำของระบบขนส่งมวลชนอย่างยั่งยืน ด้วยการให้บริการเดินรถ TransMilenio ซึ่งเป็นโครงข่ายรถเมล์ด่วนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดระบบหนึ่ง และมีคุณภาพใกล้เคียงรถไฟฟ้า รถเมล์ด่วนนี้จะแยกวิ่งบนเลนเฉพาะ งบลงทุนก่อสร้างต่ำและสามารถขนส่งผู้คนจำนวนมากผ่านเมือง เมืองนี้ยังมีการจัดกิจกรรมวันปลอดรถยนต์หรือคาร์ฟรีเดย์ประจำปีด้วยซึ่งทำมาตั้งแต่ปี 2000
เฮลซิงกิ : โมบิลิตี้ออนดีมานด์
เมืองหลวงของฟินแลนด์มีแผนที่จะใช้ระบบ “การเคลื่อนไหวตามต้องการ” หรือ “mobility on demand” ภายในปี 2025 ด้วยการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่ช่วยให้คนสามารถเข้าถึงตัวเลือกการขนส่งที่ประหยัดและยั่งยืนมากขึ้น เช่น บริการคาร์พูลหรือแชร์รถยนต์ แท็กซี่ จักรยานและเรือข้ามฟาก โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะช่วยให้พวกเขาวางแผนว่าจะใช้ระบบขนส่งประเภทไหนรวมถึงสามารถชำระค่าบริการผ่านทางแอพฯได้ด้วย
โซล : เมืองแห่งบิ๊กดาต้า
เมืองหลวงของเกาหลีใต้ถือว่าเป็นผู้นำระดับโลกในเรื่องของข้อมูลเปิดที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ และเป็นเมืองที่มีบรอดแบนด์เร็วที่สุดในโลก ภายใต้การนำของนายกเทศมนตรีปาร์ค วอน ซุน กรุงโซลมีการออกประกาศให้มีไวไฟฟรีในทุกพื้นที่สาธารณะ รวมถึงรถเมล์และรถไฟใต้ดินภายในปี 2017
นอกจากนี้ โซลยังได้นำเอาระบบเศรษฐกิจแบ่งปันหรือ sharing economy มาใช้ โดยนายกเทศมนตรีคนนี้สนับสนุนให้ใช้ ShareHub แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เชื่อมต่อผู้ใช้บริการกับบริการแชร์ริ่งต่างๆ โดยให้การสนับสนุนทั้งผู้ดำเนินธุรกิจแชร์ริ่งและจัดเวิร์คชอปให้ประชาชนด้วย
มิลาน : จ้างปั่น
เมืองแห่งแฟชั่นของอิตาลีซึ่งได้รับผลกระทบจากมลพิษระดับอันตรายมีแผนที่จะจ่ายเงินให้คนที่ขี่จักรยานไปทำงาน เจ้าหน้าที่ทางการบอกว่า แผนดังกล่าวจำลองมาจากโครงการนำร่องของฝรั่งเศสที่จ่ายเงินเล็กน้อยให้กับคนที่ปั่นสองล้อไปทำงาน โดยคิดตามระยะทางที่ขี่ มิลานยังจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้ติดตามนักปั่นด้วย ข้อเสนอเหล่านี้เป็นไปตามคำสัญญาของรัฐบาลที่บอกว่าจะทุ่มงบประมาณราว 35 ล้านยูโร หรือ 1,400 ล้านบาท เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหามลพิษอย่างยั่งยืน
เซาเปาโล : ถนนปลอดโฆษณา
ในปี 2006 เมืองเซาเปาโลของบราซิลออกกฎหมายเมืองสะอาดหรือ “คลีน ซิตี้” ซึ่งมีสาระสำคัญคือการแบนป้ายโฆษณาทั่วเมืองหลังจากกิลแบร์โต คาสซาบ นายกเทศมนตรีเมืองเรียกป้ายโฆษณากลางแจ้งเหล่านั้นว่าเป็นมลพิษทางสายตาอย่างหนึ่ง
และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวต่อต้านป้ายโฆษณาในเมืองอื่นๆ ในปี 2009 เมืองเชนไนของอินเดียออกประกาศห้ามติดป้ายโฆษณา รัฐหลายๆ รัฐในสหรัฐอเมริการวมทั้งเวอร์มอนต์และอลาสก้าก็ออกประกาศตามมา และปีที่แล้ว กรุงเตหะรานของอิหร่านมีการนำงานศิลปะมาติดแทนที่ป้ายโฆษณาจำนวน 1,500 ป้าย เป็นเวลา 10 วัน
..................
ที่มา เว็บไซต์เดอะการ์เดียน





