ในปี พ.ศ. นี้ ขณะที่วงการท่องเที่ยวกำลังอิ่มตัวกับหลายๆ ประเทศ อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
นักท่องเที่ยวไทยหลายคนบ่นว่าอยากหาประเทศอื่นที่มีอะไรแปลกใหม่ให้ไปสัมผัสบ้าง รับรองว่ามีแน่นอน ถ้าได้ไปเยือน ไต้หวัน (Taiwan) เกาะใหญ่ที่ไม่ธรรมดา เพราะนี่คือดินแดนของการผสานความเก่าใหม่อย่างลงตัว คนไต้หวันยิ้มง่ายใจดี เป็นคนจีนที่ไม่โหวกเหวกโวยวาย เพราะเป็นจีนที่พัฒนาแล้ว อาหารเมืองนี้ก็อร่อย ชอปปิงก็สนุก แถมค่าเงินยังเท่าๆ กับเมืองไทยด้วย
ทว่าไต้หวันไม่ได้มีแต่ตึกไทเป 101 ซึ่งเคยเป็นตึกสูงที่สุดในโลก หรือมีเสี่ยวหลงเปา (ซาลาเปาไส้หมูและมีน้ำฉ่ำๆ) อร่อยสุดๆ เท่านั้น รู้หรือไม่ว่าไต้หวันในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี จะเป็นเวลาแห่งความเบิกบาน คนทั่วประเทศจะออกท่องเที่ยว ขับรถขึ้นไปกางเต็นท์กันบนภูเขาอย่างสนุกสนาน เพราะเป็นห้วงเวลาแห่ง “ดอกซากุระบาน” อันน่าตื่นตะลึงนั่นเอง
ตามธรรมชาติถ้าฤดูกาลไม่ผิดเพี้ยน ดอกซากุระของไต้หวันจะเริ่มบานเป็นชุดแรกตั้งแต่เดือนมีนาคม อากาศจะค่อยๆ อุ่นขึ้น โดยไล่จากภาคใต้ขึ้นไปสุดภาคเหนือ ซึ่งก็เหมือนกับญี่ปุ่น ที่ดอกซากุระจะบานไล่จากใต้ขึ้นเหนือเช่นกัน แต่ดอกซากุระไต้หวันไม่ได้มีรูปลักษณ์เหมือนของญี่ปุ่นเปี๊ยบ เพราะดอกซากุระไต้หวันแต่ละดอกจะเล็กกว่า กลีบสีชมพูเข้มปรี๊ด แถมกลีบยังซ้อนกันหลายชั้น ไม่ได้เป็นดอกซากุระสีขาวหรือชมพูหวานแหว๋ว มีแค่ 5 กลีบเหมือนของญี่ปุ่น ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา การเที่ยวชมซากุระบานในไต้หวันยังไม่ได้รับการโปรโมทออกนอกประเทศมากเท่าใดนัก เหมือนกับว่า เก็บเอาไว้ดูกันเองก็แฮปปี้แล้ว เพิ่งจะปีสองปีนี้เองที่ภาพซากุระไต้หวันเริ่มเผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลก ตามกระแสการเที่ยวแบกเป้ท่องโลก เปิดแหล่งใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น
ถ้าจะถามว่าไฮไลท์ของซากุระบานในไต้หวันอยู่ที่ไหนบ้าง? คำตอบง่ายๆ ขอให้คุณไปเยือน Top 4 หรือ 4 สถานที่นี้ รับรองไม่ผิดหวัง เริ่มตั้งแต่ฟาร์มแกะชิงจิ้ง (Cingjing Farm), สวนซากุระเมืองหลี่ซาน (Li Shan Cherry Blossom Garden), อุทยานแห่งชาติอาลีซาน (Alishan National Park) และอู่หลิงฟาร์ม (Wuling Farm) สถานที่เหล่านี้ล้วนตั้งอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ แมกไม้ สายธาร ขุนเขา ป่าสน ยอดเขาหิมะ และป่าซากุระที่งามน่าประทับใจไม่แพ้ในดินแดนอาทิตย์อุทัยเลยแม้แต่น้อย โดยทั้ง 4 สถานที่นี้ ตั้งอยู่ในเขตตอนกลางของประเทศ ระหว่างถนนสายตะวันออก-ตะวันตก หรือ East-West Cross-Island Road เราสามารถเช่ารถขับเที่ยวเองจากสนามบินไทเปได้เลย ใช้เวลา 4 วัน 3 คืน กำลังดี
ด้วยภูมิประเทศขุนเขาสลับซับซ้อน ป่าซากุระส่วนใหญ่ของไต้หวันจึงเบ่งบานอยู่บนความสูง ตั้งแต่ประมาณ 1,700 เมตร ขึ้นไปจนถึงระดับ 3,000 กว่าเมตรเหนือน้ำทะเล ซึ่งแน่นอนว่าอากาศต้องเย็นฉ่ำ กระทั่งถึงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เป็นฤดูใบไม้ผลิในไต้หวัน อากาศจะค่อยๆ อุ่นขึ้น ดอกไม้ป่าเบ่งบานไปทั่ว ซากุระจะเริ่มทิ้งใบจนโกร๋น จากนั้นมันจะผุดตาดอกเป็นตุ่มเล็กๆ ขึ้นมาตามกิ่งก้าน จนในที่สุด เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม เราก็จะได้ชมซากุระสีชมพูเข้มแบบ Shocking Pink แย้มกลีบออกทั้งต้นพร้อมกัน บางหุบเขากลายเป็นผืนพรมสีชมพูน่าตื่นตาตื่นใจ ถนนบางเส้นที่มีซากุระปลูกอยู่สองข้างทาง ก็จะกลายเป็นแนวเส้นนำสายตาสีชมพู เป็นโลเกชั่นแสนโรแมนติกที่หนุ่มสาวนับไม่ถ้วนเกี่ยวก้อยออกมาทำซึ้ง ชวนกันไปชื่นชม ถ่ายภาพ และสารภาพรักกันในวันดอกไม้บาน โดยไม่ต้องเสียตังค์บินไปถึงญี่ปุ่น
อย่างที่ ชิงจิ้งฟาร์มในจังหวัดหนานโถว (Nantau) ในใจกลางของเกาะไต้หวัน นอกจากเราจะได้ตื่นตากับภูมิประเทศสุดอลังการของขุนเขาสลับซับซ้อน และถนนสุดคดเคี้ยวแล้ว ณ ที่นี้ยังมีเนินเขาเขียวขจี และบ้านไม้สไตล์ล็อกเคบิลของสวิตเซอร์แลนด์ให้ไปนอนค้างคืน เขาปรับเนินเขาเหล่านี้ ให้กลายเป็นฟาร์มแกะน่าเที่ยว และปลูกซากุระไว้นับหมื่นๆ ไร่ ท่ามกลางอุณหภูมิราวๆ 15-25 องศาเซลเซียสตลอดปี ถ่ายรูปกับซากุระเสร็จ ยังได้กินไอศกรีมนมแกะแสนอร่อยด้วย
ส่วนที่ อู่หลิงฟาร์ม เมืองไทจง (Taichung) ได้รับขนานนามว่าเป็น “Heaven on Earth!” หรือ “สวนซากุระที่สวยที่สุดในไต้หวัน!” เราจะเริ่มเห็นแนวป่าซากุระตั้งแต่แรกทางเข้า ไปจนถึงลานจอดรถ บนภูเขา ภายในฟาร์ม ทุ่งหญ้า เนินเขา รวมถึงลานกางเต็นท์ที่มีคนขับรถมาจอด แล้วกางเต็นท์ขนาดใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างมีความสุข เช่นเดียวกับที่สวนซากุระเมืองหลี่ซาน ก็เป็นหนึ่งสถานที่ให้เข้าชมฟรี มีซากุระนับหมื่นต้นขึ้นเบียดเสียดหนาแน่น แย่งกันผลิดอกอวดความงาม มองไปทางไหนก็เห็นแต่ดอกซากุระแสนหวาน มีทั้งสายพันธุ์ไต้หวัน และสายพันธุ์ญี่ปุ่น แย้มกลีบรอให้ไปชื่นชม
เวลาไปยืนดูอยู่ใกล้ๆ เราจะเห็นหมู่แมลงและผึ้งตัวน้อย บินมาไต่ตอม ดื่มน้ำหวานจากซากุระ นัยว่าเป็นการช่วยผสมพันธุ์ไปในตัว น่ารักและสดชื่นมากๆ ได้เห็นแล้วเหมือนการชาร์ตแบตเตอร์รี่ เติมเต็มพลังชีวิตให้กลับสดชื่นอีกครั้ง เพราะว่าความงามนี้ช่วยเยียวยาจิตใจได้อย่างวิเศษจริงๆ
การมาเที่ยวชมซากุระบานในไต้หวันจะสมบูรณ์แบบไปไม่ได้เลย หากไม่ได้ไปเยือน อุทยานแห่งชาติอาลีซาน อุทยานแห่งชาติที่แม้แต่คนจีนแผ่นดินใหญ่เองยังกล่าวขวัญกันว่า ในชีวิตนี้ต้องมาเที่ยวอาลีซานให้ได้สักครั้ง! ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะนอกจากจะเป็นจุดที่สามารถมองเห็น ยอดเขาสูงที่สุดในไต้หวัน คือ ยอดเขาหยูซาน (Yushan) สูง 3,952 เมตรได้แล้ว ที่นี่ยังมีป่าสนโบราณ เป็นสนสายพันธุ์ไซเปรส (Cypress) ลำต้นขนาดยักษ์ บางต้นอายุหลายพันปี แถมยังมีรถไฟโบราณสมัยญี่ปุ่น วิ่งพาไปชมป่าซากุระหลากชนิด ทั้งตามธรรมชาติและที่ปลูกใหม่ ได้เห็นแล้วมีแต่รอยยิ้มเปื้อนหน้า เพราะให้ความรู้สึกสดชื่น คล้ายสวนสวรรค์ที่เทพธิดามาเนรมิตไว้ให้มนุษย์โลกอย่างเราได้ชื่นชมกันปีละครั้ง
ป่าซากุระในไต้หวันจะบานสวยสุดๆ ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน จากนั้นก็เริ่มโรยไป ดังนั้นอย่าช้าเลยครับ รีบไปชมกันเถอะ แล้วคุณจะรู้ว่าไต้หวันยังมีอะไรแปลกใหม่ให้เรียนรู้อีกนับไม่ถ้วนจริงๆ
..................
Traveler’s Guide
How to go : จากไทยบินตรงไปเทเป เมืองหลวงของไต้หวัน ใช้เวลา 3.30 ชั่วโมง มีหลายสายการบินให้เลือก เช่น V Air (www.flyvair.com) เป็นสายการบินชั้นประหยัด คุณภาพเยี่ยม และการบินไทย (www.thaiairways.com) เป็นต้น
What to eat : อาหารของชาวไต้หวันจริงๆ แล้วคืออาหารจีนผสมผสานกับอาหารญี่ปุ่นบางอย่าง เช่น มื้อเช้านิยมกินเกี๊ยวซ่า, ซาลาเปา, บะหมี่, โจ๊ก รสชาติถูกปากคนไทย ราคาก็ไม่แพง ถ้ามีเวลาไปเดินเที่ยวที่ตลาดซีเหมินติงในไทเป จะมีโซนหนึ่งขายของกินโดยเฉพาะ มีเป็นร้อยๆ เมนูให้เลือกอย่างจุใจ ทั้งคาวหวาน
Souvenirs : ของที่ระลึกน่าสนใจ เช่น ครีมรกแกะ ใช้ทาหน้าและบำรุงผิวพรรณ จากชิงจิ้งฟาร์ม, พวกกุญแจรูปรถไฟกับดอกซากุระแสนน่ารัก จากอุทยานแห่งชาติอาลีซาน ฯลฯ




