เรื่องจริงเตือนใจ! "พงศธร"อดีตผู้ว่าฯปทุมเพิ่งเกษียณ โพสต์จากสเปน เที่ยวบาร์เซโรน่าโดนคนร้ายแต่งตร.ชิงทรัพย์ เผยเกือบพึ่งเพื่อนทูตส่งกลับไทย
เฟซบุ๊คของ "พงศธร สัจจชลพันธ์" อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ที่เกษียณอายุราชการ เมื่อเดือนกันยายน 2558 ได้โพสต์ภาพและข้อความวานนี้ (4เม.ย.) ระบุว่า ใครมีประสบการณ์โดนชิงทรัพย์ในต่างประเทศบ้างยกมือขึ้น
เมื่อวานขณะกำลังเดินทางออกจากบาร์เซโรน่ากลับไปฝรั่งเศสโดยรถยนต์ (รถตู้) คณะของเราถูกชิงทรัพย์ เสียเวลาเดินทางไปให้การกับตำรวจสเปนบนโรงพักเกือบ 5 ชั่วโมง
ได้รับคำเตือนจากสื่อสังคมออนไลน์ว่า เมืองบาร์เซโลน่า นอกจากมีความงดงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ยังขึ้นชื่อเรื่องโจรผู้ร้ายชุกชุมมาก เราจึงระมัดระวังอย่างมาก กอดกระเป๋าสตางค์แน่นกันทุกคน แต่ก็ไม่แคล้วยังโดนคนละเบ็กละน้อยถึงมาก
ระหว่างทางกลับฝรั่งเศส มีรถคันหนึ่ง ขับคู่ขนานรถของเรา และมีชายร่างใหญ่หน้าตาคล้ายชาวแม๊กซิกัน ใส่สูตรผูกเน็คไท โชว์บัตรที่มีสัญลักษณ์แบบตำรวจ ชี้มือให้รถเราจอดข้างทาง ในรถคันนั้นมีผู้ชายทั้งหมด 3 คน หลังจากคนขับรถของเราจอดรถ ชายที่โบกรถเปิดประตูเดินตรงมาที่รถของเราด้วยท่าที่ขึงขัง เหมือนตำรวจ ขอตรวจค้นยาเสพติดในรถ
เริ่มด้วยการเปิดที่เก็บของหน้ารถค้นอย่างละเอียด ต่อมาก็เริ่มค้นเป้ประจำตัวของคนในรถ พบเงินดอลล่าที่ภรรยาผมติดตัวไปก็ยังไม่รีบเอาไป ต่อมาก็มาค้นตัวผมก็ไม่มีอะไร (เพราะโดนขโมยล่วงหน้าไปแล้ว 1 วัน) พบกระเป๋าสตางค์ทำท่ายกขึ้นดม คล้ายกำลังพิสูจน์ว่ามียาเสพติดซ่อนหรือไม่ เพื่อนร่วมคณะยกกล้องถ่ายรูปถูกปัดมือและบอกห้ามถ่าย สุดท้ายหันกลับมาขอดู
กระเป๋าเป้ของภรรยาผมอีกครั้ง แล้วล้วงเอาซองเงินดอลล่าร์มาเปิดและดมกลิ่นอีก คราวนี้ทำทีพบยาเสพติด ชายคนนั้นถึอซองเงินนั้นไว้ แล้วสั่งให้ภรรยาผมตามเขาไปที่รถ โดยเขาถือซองเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันทีภรรยาผมจะลงจากรถ ชายคนนั้นก็ขึ้นรถ รถคันนั้นพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วเต็มที่ แม้รถของเราจะขับตามก็ไม่ทัน
พวกเราแวะข้างทางที่ร้านขายอาหาร ขอให้หญิงที่เป็นพนักงานขายอาหาร ช่วยโทรแจ้งตำรวจให้ สักพักตำรวจในเครื่องแบบก็มา เราจึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง แทนที่จะรีบดำเนินการสกัดรถ ตำรวจส่ายหัวพร้อมพูดว่า เกิดขึ้นบ่อย พอเราแจ้งทะเบียนรถคนร้ายที่จดไว้ เขานำไปตรวจสอบสักครู่ แล้วบอกพวกเราว่ารถของคนร้ายเป็นรถที่ถูกขโมยมา ตำรวจขอให้เราไปสถานีตำรวจ
เราขับรถต่อมาตามที่เขาบอกอีกชั่วโมงกว่า จนใกล้พรมแดนฝรั่งเศส พอไปถึงโรงพักปรากฎว่าผิดที่ ต้องขับย้อนกลับไปอีกประมาณ 10 นาที รอคิวแจ้งความนานมาก หลังสอบปากคำอยู่พักใหญ่ ร้อยเวรบอกว่ามีรูปคนร้ายในประวัติอาชญากรให้ชี้ตัว แต่ต้องขับรถย้อยกับไปอีก 15 นาที พอเราไปถึง นั่งรอล่ามภาษาฝรั่งเศสอีกครึ่งชั่วโมง.
ที่นี่มีภาพอาชญากรให้ชี้ตัวเพียง 8 คน มีคนหนึ่งหน้าคล้ายคนร้ายกว่าคนอื่นๆ. พอพวกเราชี้คนนี้ ตำรวจบอกคนนี้ตายไปแล้ว หลังจากเสียเวลาไปอีกเกือบ 4 ชั่วโมง สุดท้ายได้กระดาษคำให้การมาคนละแผ่น ผู้ร้ายคงลอยนวลไปก่อกรรมกับคนอื่นต่อไป
ขอขอบคุณโจร ที่มันเอาเฉพาะเงินจำนวนมากของภรรยาผมไป ยังเหลือเงินแบงค์ยูโรให้ผมพอมีใช้บ้าง และไม่เอาพาสปอร์ตของพวกเราไปด้วย ยังคิดเล่นๆว่าถ้าคุณโจรมันเอาไปหมด ผมคงต้องบากหน้าไปพึ่งใบบุญของท่านรัตติกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ซึ่งเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยของผม ให้ส่งกลับเมืองไทยให้หน่อย
เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เอามาเตือนผู้ที่จะไปเยือนสเปนจะได้ไม่โดนแบบคณะของเรา
(ขอบคุณข้อมูลและภาพ เฟซบุ๊คของ "พงศธร สัจจชลพันธ์" )





