เหนือหน้าแล้ง

เหนือหน้าแล้ง

แทบจะเป็นตารางการเดินทางส่วนตัวของผมเลยก็ว่าได้ พอหลุดเดือนกุมภาพันธ์แล้วผมมักไม่เดินทางขึ้นเหนือ เพราะเราเป็นคนชอบป่า

ช่วงนี้ป่าทางเหนือจะผลัดใบ ดูแห้งแล้ง และมีไฟป่า ฟ้าไม่ใส แต่ปีนี้มีเหตุหลายอย่างที่จูงใจให้ผมเดินทางขึ้นทางเหนือ จึงได้เรื่องราวของภาคเหนือในยามหน้าแล้งบางส่วนมาเล่าสู่กันฟัง


มูลเหตุจูงใจใหญ่เลยคือตั้งใจที่จะขึ้นไปดูดอกเสี้ยวบานที่ดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งผมเคยไปดูมาเมื่อ 7-8 ปีที่แล้วครั้งหนึ่ง ปีนี้คิดถึงก็เลยไปอีกครั้ง โดยเป้าหมายของผมอยู่ที่หุบแอ่งเขาระหว่างดอยหลวงน้อยที่ติดต่อกับกลุ่มดอยสามพี่น้อง กับแนวเขาหินปูนของดอยปิรามิด-ดอยหนอก-ดอยเจดีย์แป้น แอ่งหุบเขาตรงกลางนี่แหละที่มีต้นเสี้ยวขึ้นกันหนาแน่น และพร้อมใจกันออกดอกบานช่วงต้นเดือนมีนาคม


จุดเริ่มต้นอยู่ที่หน่วยฯขุนห้วยแม่กอก หรือหน่วยฯเด่นหญ้าขัด(เดิม) ผมไปช่วงปลายฤดูท่องเที่ยวของเชียงดาวแล้ว จึงไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เดินไปตามทางคนเดียวเงียบๆ ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงหุบแอ่งเป้าหมายที่เป็นไปตามคาด คือดอกเสี้ยวขาวกำลังบานสะพรั่งเต็มป่า เป็นอัญมณีประดับป่าในหน้าแล้งก็ว่าได้ เสี้ยวเป็นพืชกลุ่มเดียวกับชงโคที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง พอมาอยู่ในสถานที่ที่ทิวทัศน์งามตา สีขาวสะอาดก็เลยกลายเป็นความสวยงามไปอีกหนึ่งอย่าง ฟ้าช่วงนี้ออกจะหม่นๆ ไม่ใสนัก ปีนี้ไฟป่ายังไม่เข้าถึงเชียงดาว แต่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบอก เดี๋ยวก็มา


ผมวนลงมาแวะดูผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง ของผู้หญิงแกร่ง หัวหน้าดวงดาว เตชะวัฒนาบวร ตรงอำเภอดอยหล่อ ของเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ป่าเต็งรังในที่ราบที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ใกล้เมือง สถานที่ดังของเขาคือ ผาช่อ หน้าผาดินที่สวยงาม วันผมไปแม้จะเป็นหน้าร้อนที่ในพื้นที่ร้อนสุดๆ ป่าเต็งรังกำลังแตกใบอ่อน ยังแปลกใจว่าทำไมป่าเต็งรังที่นี่แตกใบเร็วจัง ที่อื่นเขายังมีแต่กิ่งอยู่เลย ปรากฏว่าที่ผาช่อนี่ฮิตจริงๆ ขนาดเลยเทศกาลท่องเที่ยวเชียงใหม่มาแล้ว คนก็ยังดูหนาตา นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปกันแบบไม่กลัวร้อน และเห็นว่าอุทยานฯเขามีหน้าผาดินที่ใหม่อีกแห่ง คงจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ พวกเราก็มีหน้าที่ตามไปเที่ยวก็แล้วกัน


ผมวนเข้ามาพักในเชียงใหม่ เพราะตอนเย็นหมายมั่นปั้นมือว่าจะไปดูเทศกาลบอลลูนนานาชาติที่ปีนี้เขาจัดที่สนามของมหาวิทยาลัยพายัพ โดยความร่วมมือของหลายๆ ฝ่าย ททท. สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ บริษัทห้างร้าน โรงแรมต่างๆ ในเชียงใหม่ สายการบิน ฯลฯ เรียกว่ามาช่วยกันสร้างกิจกรรมขึ้นในช่วงหน้าแล้ง โดยมี บริษัท ออล อะเบ้าท์ อาร์ท จำกัด เป็นโต้โผ ซึ่งเขาก็จัดมาทุกปีในเชียงใหม่ แต่ปีนี้มาจัดเอาเมื่อเข้าหน้าร้อน ที่ผมติดใจงานเทศกาลบอลลูนคือ การแสดงดนตรีประกอบบอลลูนที่เรียกว่า Night Glow ซึ่งก็คือการปล่อยไฟร้อนเข้าไปในบอลลูนในตอนกลางคืน เลยดูเหมือนเอาดวงไฟยักษ์มาจุดในตอนกลางคืน ประกอบดนตรี ผมประทับใจช่วงนี้ทุกครั้ง


ปีนี้เขาเน้นบรรยากาศครอบครัว เราจึงเห็นเด็กๆ มาวิ่งเล่น ผู้ปกครองเอาเสื่อมาปูนั่ง ฝรั่งมังค่านักท่องเที่ยวมาปูเสื่อดื่มเบียร์สนทนากัน เป็นบรรยากาศของการพักผ่อนจริงๆ ยิ่งเดี๋ยวนี้กระแสแชะแล้วแชร์กำลังฮิต เลยมีคนเข้าไปเที่ยวงานกันหนาตาจนสนามฟุตบอลใหญ่ๆ แคบไปถนัดตา เป็นกิจกรรมยามหน้าร้อนที่จัดขึ้นมาทำให้เชียงใหม่ในช่วงนี้ไม่เงียบเหงาจนเกินไป และยังความประทับใจมาก ปีหน้าฟ้าใหม่ใครจะไปดูก็ตามข่าวคราวเขาก็แล้วกันครับ


กลางวันผมแวะไปเที่ยววัดพระสิงห์ อย่างร้อนมากครับ นักท่องเที่ยวไม่มาก ส่วนใหญ่หลบในร่ม ที่เดินตากแดดก็ดูอ่อนแพลียแดดกันทุกคน กลางวันในย่านเขตคูเมืองเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวไม่มาก กระนั้นก็ยังเห็นอุบัติเหตุจากนักท่องเที่ยวจีนเฉี่ยวชนกับรถในท้องถิ่นกับชนกันเองล้มคว่ำ ที่หน้าวัดพระสิงห์ผมเรียกรถเมล์แดงให้ไปส่งสนามบิน เมล์แดงบอกราคา 80 บาท จนผมร้องจ๊าก และยิ่งเจ็บใจที่แม่ค้าน้ำปั่นบอกคนเชียงใหม่เสีย 20 บาทเท่านั้นแหละ


เขาเห็นผมแบกเป้ เรียกอยู่หน้าแหล่งท่องเที่ยว เลยฟันอย่างจั๋งหนับ รถเมล์แดงเชียงใหม่นี่ทำเอาปวดใจทุกครั้งที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ แม่ค้าน้ำปั่นหน้าวัดพระสิงห์เลยให้รอรถเมล์ขาวเทศบาล 15 บาท ถึงสนามบิน ราคาถูก แต่รอนานนิดหนึ่ง


หลังจากนั้นได้มีโอกาสขึ้นไปเที่ยวแพร่ ผ่านไปทางอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง เป็นช่วงที่แล้งจริงๆ ครับ ป่าสักทั้งหลายผลัดใบหมดเลย มีแต่ต้น ยิ่งมาเจอฟ้าหม่น อากาศร้อนด้วยแล้ว ยิ่งดูหดหู่ สอบถามเจ้าหน้าที่บอกว่าช่วงนี้ไฟป่าเยอะมาก เจ้าหน้าที่ทำงานกันแทบทุกวันไม่มีวันหยุด ผมเดินไปดูลำห้วยหลังหน่วย เห็นแต่พื้นทรายกับน้ำไหลเรี่ยผิวดิน ปีนี้แล้งหนักหนา ขนาดว่าแล้งอย่างนี้ ยังมีคนแอบลอบตัดต้นไม้ ถางป่า เผาป่า คือทำสารพัด รัฐทั้งใช้ไม้แข็งใช้ไม้นวม ภารกิจหลักของรัฐบาลและกรมอุทยานฯในยุคนี้คือรักษาป่าเก่าที่มีอยู่ให้คงไว้ให้มากที่สุด


โดยระดับปฏิบัติงานที่ต้องลงไปพบเจอกับชาวบ้านต้องมีความรู้ความเข้าใจในการแก้ปัญหา เข้าใจชาวบ้าน เข้าใจการทำงาน รู้เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงมีการเปิดสถาบันประชารัฐพิทักษ์ป่า โดยใช้โรงเรียนป่าไม้แพร่เดิมนั่นแหละมาจัดทำ เขาจะมีหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต่างๆ ระยะเวลานับเดือน เพื่อให้มีความพร้อมลงไปแก้ปัญหาและดูแลป่า นี่เป็นแนวคิดของ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่คิดว่าจะเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการทำงานของคนกับป่าได้


ในขณะที่เรากำลังเผชิญกับปัญหาภัยแล้งที่มีข่าวเรื่องการขาดน้ำอุปโภคบริโภคมาเขย่าขวัญสังคมอยู่ทุกวันนี้ ผมว่าเราต้องหันกลับมาให้ความสำคัญกับป่าอย่างจริงจังในหน้าแล้งที่ฝนไม่ตก ถ้าไม่ได้ป่า เราจะเอาน้ำจากไหนไหลออกมา เราจะสูบน้ำใต้ดินได้นานขนาดไหนถ้าน้ำบนผิวดินมันซึมตามรากไม้ลงไปใต้พื้นดินไม่ได้ ต่อไปน้ำใต้ดินก็จะแห้ง แล้วเราจะทำอย่างไร


สัจธรรมจากการเดินทางหน้าในแล้ง ป่าก็ยังคงมีความสำคัญอย่างมาก เพียงแต่ยามที่เราสุขสบายอุดมสมบูรณ์ เรามักลืมตัว ทำลายป่ากันทุกครั้ง ครั้งนี้แล้งเจียนตาย เห็นความสำคัญของป่ากันหรือยัง...