ติด 'ปีก'ให้ มิกกี้แอนด์มินนี่

ติด 'ปีก'ให้ มิกกี้แอนด์มินนี่

ข่าวดีสำหรับแฟนๆ มิกกี้แอนด์มินนี่ เมาส์ที่จะได้นั่งเครื่องบินในบรรยากาศที่ตกแต่งด้วยธีมการ์ตูนในโลกของดิสนีย์เป็นครั้งแรกมาถึงแล้ว

บริษัทวอลท์ ดิสนีย์ เวิรลด์ร่วมกับสายการบิน TAM ของบราซิลเพิ่งมีการเปิดตัวเครื่องบินที่ตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนของดิสนีย์โดยใช้เวลาสรรค์สร้างเพียง 80 ชั่วโมง


เครื่องบินโบอิ้ง 767-300 ตอนนี้ถูกห่อหุ้มด้วยใบหน้าของตัวการ์ตูนชื่อดังและเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ รวมทั้งมิกกี้เมาส์ โดนัลด์ ดั๊ก กูฟฟี่และปราสาทของซินเดอเรลล่า


ความมหัศจรรย์ของดิสนีย์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านนอกของตัวเครื่องบินลำนี้ซึ่งมีชื่อว่า “เครื่องบินแห่งความฝัน” เท่านั้น


ผู้โดยสารของ TAM จะรู้สึกเหมือนกับตกอยู่ในโลกแห่งดิสนีย์ทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าขึ้นไปบนเครื่องบิน ทั้งบรรยากาศการต้อนรับและการบริการที่สายการบินแห่งนี้เรียกว่าเป็นการบริการแบบมีธีมพิเศษซึ่งรวมถึงเครื่องแบบของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินด้วย


ภาพการ์ตูนที่ตกแต่งตัวเครื่องบินภายนอกเป็นภาพพิมพ์ติดกาวจำนวน 536 แผ่นซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวม 9,000 ตารางฟุต ใช้เวลาตกแต่งทั้งหมด 10 วันๆ ละ 8 ชั่วโมง


เครื่องบินซึ่งบรรทุกผู้โดยสารได้ 221 คนลำนี้เป็นเครื่องบินลำแรกที่ตกแต่งด้วยธีมการ์ตูนวอล์ท ดิสนีย์ของสายการบินละตินอเมริกา โดยจะให้บริการสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศระยะไกล


“เครื่องบินลำนี้จะทำให้การเดินทางไปยังโลกของวอล์ท ดิสนีย์ สถานที่ที่ทำให้ฝันเป็นจริงจะยิ่งมีมนต์ขลังมากขึ้น” รามิโร่ วาสเกซ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายของสวนสนุกและรีสอร์ท Latin America of Walt Disney World กล่าว


“สำหรับลูกค้าระดับผู้บริหาร คงไม่มีเวลาไหนที่จะดีกว่าตอนนี้แล้วที่จะวางแผนการเดินทางไปเที่ยวที่สวนสนุกวอลท์ ดิสนีย์ เวิรลด์ เร็วๆ นี้เราจะเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่และมีข่าวที่น่าตื่นเต้นในสวนสนุกของเราทั้ง 4 แห่งทั่วโลก บอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาด” รามิโร่กล่าว


ทางสวนสนุกและสายการบินจัดงานเปิดตัวเครื่องบินลำนี้ที่กรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของบราซิลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยในงานมีตัวการ์ตูนดังๆ มาร่วมงานอย่างคับคั่งทั้งมิกกี้ เมาส์และภูติจิ๋วทิงเกอร์ เบลล์ที่มาเสกละอองพิเศษด้วยด้วยไม้คทาวิเศษ ก่อนที่จะให้บริการเที่ยวบินรอบปฐมฤกษ์ในอีก 2 วันต่อมา โดยบินจากกรุงบราซิเลียไป ออเลนโด้ ฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา


........................
ที่มา เว็บไซต์เดลี่ เมล