วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

2559 : ทิศทางสีสัน-รูปทรง และร่องรอยข้อมูล

เทรนด์เซตเตอร์ และ 'เทคโนโลยีสื่อสาร' กำหนดทิศทางไลฟ์สไตล์ 2559

แม้ ‘เศรษฐกิจโลก’ กำลังเผชิญหน้ากับความไม่มั่นใจ อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมัน ราคาทองคำ การส่งออก การก่อการร้าย และอีกจิปาถะ

แต่สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะขโมยตำแหน่งผู้พลิกโฉมหน้าทั้ง ‘เศรษฐกิจ’ และ ‘สังคม’ ก็คือ การพัฒนาอย่างรวดเร็วของ เทคโนโลยีสื่อสาร ทั้งสร้างรูปแบบงานใหม่ๆ อย่างที่โลกไม่เคยรู้จักมาก่อน ขณะเดียวกันก็ตอกตะปูปิดฝาโรงให้กับธุรกิจบางประเภทไปโดยไม่เหลือเยื่อใย

‘เทคโนโลยีการสื่อสาร’ ยังไม่หยุดพัฒนา นี่เป็นเหตุผลที่ ‘นักการตลาด’ หลายคนยอมรับว่า ยังไม่รู้ตัวเองสู้อยู่กับอะไร

ถึงกระนั้น โลกของการออกแบบ ก็มี ‘เทรนด์ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้’ ถูกกำหนดไว้แล้วจากบรรดา เทรนด์เซตเตอร์ (Trend Setter) หรือ ‘ผู้มีอิทธิพลในการกำหนดแนวโน้ม’ ทั้งในเรื่องสี วัสดุ รูปทรง ฯลฯ ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามเวลาที่กำหนด

ความพิเศษในความธรรมดา
ร่องรอยของข้อมูล
สิ่งที่เราเห็น-สิ่งที่เราปฏิบัติทุกวัน แม้จะดูสมบูรณ์แบบ แต่นานวันเข้าก็จะกลายเป็นความเคยชินที่ดูธรรมดา

จากจุดเริ่มต้นของ ‘ความสมบูรณ์แบบในทุกวัน’ สะท้อนจนถึงการเติมประสบการณ์ของผู้บริโภคให้เต็มอรรถรสกว่าที่เคยมีอยู่เดิม ด้วยการปรับปรุงหรือยกระดับผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดทั่วไป ให้มีความพิเศษ Jimmy Johnson นักกีฬาและโค้ชอเมริกันฟุตบอล เคยกล่าวไว้ว่า ‘ความแตกต่างระหว่างความธรรมดาและความพิเศษ คือการเพิ่มความพิเศษเพียงเล็กน้อยให้แก่ความธรรมดา’ ซึ่งในการออกแบบก็เป็นเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อเพิ่มมุมมองที่พิเศษให้กับสิ่งเดิมๆ ที่มีอยู่ สิ่งเหล่านั้นก็จะมอบความรู้สึกที่พิเศษด้วยเช่นกัน (เอกสาร : เจาะเทรนด์โลก 2016 โดย ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC-Thailand Creative & Design Center)

ยกตัวอย่างผลงาน Seven Doors การทำงานภายใต้ความเชื่อของบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่น Nendo ที่เชื่อว่า สิ่งเล็กน้อยที่ดูธรรมดาเป็นสิ่งพิเศษและน่าสนใจที่สุด

“Seven Doors โปรเจคเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีสำหรับโรงงาน Abe Kogyo นำไปสู่ประตู 7 บานที่เกิดขึ้นจากความเรียบง่ายเป็นพื้นฐาน เทคนิค และประสบการณ์ที่หลากหลายในการใช้งาน หนึ่งในนั้นคือ การออกแบบประตูไม้ที่เปิดทำมุม 90 องศาตามมุมห้อง แนวคิดการออกแบบนี้ได้มาจากการทดลองแล้วพบว่า ผู้ใช้วีลแชร์จะสามารถเข้าห้องได้สะดวกขึ้นเมื่อเข้าผ่านประตูตรงมุมห้อง และคนธรรมดาก็จะรู้สึกพิเศษขึ้นเช่นกันเมื่อสามารถเดินผ่านทะลุมุมห้องซึ่งปกติแล้วไม่สามารถทำ ได้”

‘ข้อมูล’ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้คนใช้ประกอบการตัดสินใจ แต่ปี 2016 จะเป็นปีของ ข้อมูลสุขภาพ ผู้คนจะต้องการรู้ข้อมูลสุขภาพตัวเองมากยิ่งขึ้น เพื่อหาวิธีป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง เช่น ควรออกกำลังกายอย่างไร-มากแค่ไหน กินอาหารแบบไหน

ปัจจุบันเราเริ่มเห็น ‘เพื่อน’ ของเราเองพกพาอุปกรณ์ไฮเทคใหม่ๆ ติดตัว เช่น เครื่องนับก้าวเดิน อุปกรณ์นับระยะทางการวิ่งแบบสะสม เปรียบเสมือนการวัดผลด้วยตัวเอง TCDC เรียกเทรนด์นี้ว่า ร่องรอยของข้อมูล ซึ่งเป็นผลลัพธ์มาจากการใช้เทคโนโลยีสะกดรอยตัวเอง (Self-Track) และนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมในกลุ่ม WearableTechnology หรือเทคโนโลยีที่สวมใส่ได้

"ABI Research คาดการณ์ไว้ว่า จะมีการใช้อุปกรณ์แบบ Wearable Technology มากขึ้นถึง 485 ล้านชิ้นในปี 2018 โดยเฉพาะในกลุ่มกีฬา การสะกดรอยการใช้กำลังจะกลายเป็นสิ่งธรรมดาสำหรับการบ่งบอกบริบทของผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม บางเทคโนโลยีที่อยู่ในท้องตลาด มักออกมาในรูปแบบ เครื่องประดับ หรือกำไลข้อมือแบบพลาสติก ซึ่งผู้บริโภคบางกลุ่มปรารถนาให้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันกว่าที่เป็นอยู่ อุปกรณ์หลายชิ้นจึงปรับรูปลักษณ์และการใช้งานให้กว้างขึ้น"

ยกตัวอย่างเช่น Misfit Shine ผลิตอุปกรณ์คำนวณการใช้พลังงานที่ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างละเอียด ทั้งวัดพลังงานที่ใช้ไปในการทำกิจกรรมต่างๆ การออกกำลัง รวมทั้งการวัดคุณภาพการนอน ออกแบบให้พกพาง่าย นำติดตัวไปได้หลายรูปแบบ

Kolibree ออกแบบแปรงสีฟันอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชันผ่านบลูทูธในสมาร์ทโฟน เพื่อแสดงรายละเอียดการแปรงฟัน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้ในเรื่องการดูแลสุขภาพเหงือกและฟัน

ไปจนถึง Vessyl ขวดนํ้าอัจฉริยะที่ Justin Lee พัฒนางานออกแบบของ Yves Behar เพื่อให้ผู้ใช้สามารถระบุคุณค่าทางสารอาหารในเครื่องดื่มได้ อุปกรณ์นี้พัฒนาควบคู่กับเครื่องวัดแบบพิเศษ Pryme ซึ่งทันทีที่ผู้ใช้กรอกข้อมูลพื้นฐาน เช่น ความสูง นํ้าหนัก ระบบ จะคำนวณต่อเนื่องได้ถึงปริมาณความต้องการสารอาหารจากเครื่องดื่มในแต่ละวัน 


ทีซีดีซียังนำเสนอเทรนด์อีกหลายด้าน เช่น ประชาธิปไตยแห่งความงาม อาชีพที่มักใช้รูปร่างหน้าตาในการเข้าถึง เช่น นางแบบ นักแสดง หรือนักร้อง ก็เริ่มมีการเปิดรับความแตกต่างมากขึ้น เช่นในกรณีของ Tess Holliday นางแบบสาวหน้าสวยไซส์ใหญ่คนแรกที่ได้รับการยอมรับและเซ็นสัญญากับเอเจนซีชื่อดัง MiLK Model Management หรือ Chantelle Brown-young นางแบบที่ป่วยด้วยโรคด่างขาว ทำให้สีผิวไม่สมํ่าเสมอ ได้เข้าร่วม America’s Next Top Model และกลายเป็นนางแบบที่โด่งดังในที่สุด, Conchita Wurst ผู้ชนะการประกวดร้องเพลงจากรายการใหญ่ของยุโรป Eurovision Song Contest ที่มีรูปลักษณ์เป็นผู้ชายไว้หนวดเครา แต่แต่งกายอย่างสวยงามด้วยชุดของผู้หญิง และได้รับการยอมรับในวงกว้าง รวมทั้ง Viktoria Modesta นักร้องชาวลัตเวียที่ประสบอุบัติเหตุ จนต้องตัดขาทิ้ง ก็ไม่ได้รู้สึกว่าการมีขาเดียวเป็นปมด้อย กลับดัดแปลงขาเทียมของตนเองให้มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์จนเป็นที่จดจำ เป็นอาทิ 


อินเด็กซ์ : Space-Saving
โชว์พื้นผิว วัสดุพื้นเมือง
การออกแบบและผลิต เฟอร์นิเจอร์ เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นในวงการออกแบบ รูปแบบเฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนไปสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้คนในสังคมแต่ละยุคสมัย

“ความเป็น Multifunctional Design จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในปี 2016 เพื่อตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะอิทธิพลของความเป็นสังคมเมือง (Urbanization) ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งมีจุดเชื่อมโยงมาจากรูปแบบของที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบ ในกลุ่มบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม รวมถึงโฮมออฟฟิศและที่อยู่อาศัยแนวดิ่งในกลุ่มคอนโดมิเนียม ที่ออกแบบภายใต้พื้นฐานการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Space-Saving) มีความเรียบง่าย แต่สามารถใช้งานได้ในทุกพื้นที่” ทีมดีไซน์เนอร์ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ให้ความเห็น

ขณะที่วัสดุในกลุ่ม Pure Raw Material หรือ ‘การโชว์พื้นผิวที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งสังเคราะห์’ ให้ผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติดั้งเดิมของวัสดุนั้นๆ และวัสดุประเภท Natural Material จะเป็นวัสดุที่มีแนวโน้มเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

รวมทั้งการผสมผสานวัสดุทั้งจาก ไม้จริง และ โลหะ อยู่ในโครงสร้างชิ้นงานเดียวกัน ก็เป็นแนวคิดที่ทีมดีไซเนอร์ อินเด็กซ์ฯ พบว่ายังคงได้รับความนิยมเช่นกัน

เทรนด์สีเฟอร์นิเจอร์ ปี 2016 กลุ่มสีเอิร์ธโทน ซึ่งเป็นสีที่สามารถผสมผสานได้ง่ายกับกลุ่มสีอื่นๆ จะเป็น Key Color ของปี ทั้งนี้ในช่วงของการเปลี่ยนฤดูกาลทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว อาจจะนำสีโทนอื่นๆ มาสร้างสีสันทั้งในรูปแบบ คู่สีตัดกัน (Contrast) และ คู่สีที่กลมกลืนกัน (Harmony) เพื่อให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่

ลวดลายของผ้าที่นำมาใช้ในงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ในกลุ่มของใช้ อาทิ หมอนอิง ผ้าม่าน ลวดลายกราฟฟิกแบบเรียบง่าย, ลายเส้นที่ไม่ซับซ้อน หรือ ลวดลายกราฟฟิกที่มีความสนุกสนาน รวมถึง ศิลปะแนวป๊อปอาร์ต จะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง

สำหรับ เทรนด์การตกแต่งภายใน (Interior Design) จากความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของ เทคโนโลยี ซึ่งส่งผลให้ช่องว่างระหว่างมนุษย์และธรรมชาติห่างไกลกันมากยิ่งขึ้น การเพิ่ม พื้นที่สีเขียว จากต้นไม้หรือวัสดุจากธรรมชาติให้เกิดขึ้นภายในบ้าน จึงเป็นเทรนด์ที่ยังคงได้รับความสนใจ

จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลต่อเนื่องในการนำกลิ่นอายการตกแต่งบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก วัสดุ สีสัน และลวดลายของ งานศิลปะพื้นเมือง รวมถึง งานแฮนด์เมด ที่สื่อถึงความเป็นธรรมชาติ แสดงให้เห็นถึงวัสดุแบบที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งมาประยุกต์ใช้ในงานตกแต่งบ้านมากยิ่งขึ้น

รวมถึง เทรนด์สีทาบ้าน ยังคงยึดโยงอยู่กับความเป็นธรรมชาติ ด้วยการใช้โทนสีเข้ม เช่น สีน้ำตาล เทา หรือแม้กระทั่งสีดำอ่อนๆ มาช่วยทำให้เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ดูโดดเด่นขึ้น และโทนสีเหล่านี้ยังเข้าได้ดีกับการแต่งบ้านทั้งในสไตล์โมเดิร์น หรูหรา และมินิมอล

นอกจากนี้เทรนด์การแต่งบ้านในแนว เรโทร ยังเป็นอีกเทรนด์ที่มีแนวโน้มจะได้รับความนิยม ด้วยการนำเสนอความแววาวของวัสดุจำพวกโลหะต่างๆ มาผสมผสานในงานเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน โดยเฉพาะใน โทนสีทอง สีบรอนซ์ สีทองแดง สีพิงค์โกลด์ มักปรากฎในชิ้นงานของแต่งบ้าน เช่น กรอบรูป แจกัน โคมไฟ ช่วยเพิ่มเสน่ห์และลูกเล่นให้กับบ้านเพิ่มขึ้น

ดูลักซ์ประกาศเทรนด์สีใหม่ประจำปี 2016
บริษัท อั๊คโซ่โนเบล (Akzo Nobel) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสีภายใต้แบรนด์ ‘ดูลักซ์’ ประกาศเทรนด์สีแห่งปีซึ่งได้ดำเนินการติดต่อกันมาเป็นปีที่ 13 แล้ว โดยปี 2016 นี้ สีเหลืองโมนาร์ช โกลด์(Monarch Gold) ได้รับคัดเลือกให้เป็นสีแห่งปี

สี Monarch Gold หรือ ‘สีเหลืองทอง’ และ ‘สีกลุ่มโทนสีเหลืองทอง’ ได้รับการนำไปใช้ในวงการออกแบบอย่างแพร่หลายทั่วโลก ด้วยการประยุกต์ใช้กับสีต่างๆ หรือวัสดุในงานออกแบบ กราฟฟิกดีไซน์ สถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน รวมถึงวงการแฟชั่นและความงาม รวมทั้งได้รับการนิยามให้เป็นสีที่สามารถเชื่อมโยงเฉดสีต่างๆ ของปี 2016 ทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันได้

เปรียบได้กับสีของ ช่วงเวลาทอง (golden hours) หมายถึงช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราจะได้เห็นแสงทองยามพระอาทิตย์ขึ้นและลับขอบฟ้า

สีในเฉดนี้มักพบเห็นได้บนภาพเขียนเก่าแก่ของศิลปินระดับตำนานและศิลปินยุคใหม่ คือจุดที่มองเห็นความงดงามของวัฒนธรรม-ประเพณีในยุคก่อน และความทันสมัยของนวัตกรรมในยุคสมัยปัจจุบัน เป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แสดงถึงแนวคิดผสมผสาน ‘สิ่งที่แตกต่าง’ เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

เทรนด์สีประจำปีที่ประกาศโดย ‘อั๊คโซ่โนเบล’ เกิดจากการศึกษาด้านสีสันและการตกแต่งอย่างต่อเนื่องยาวนาน 13 ปี ณ ศูนย์สร้างสรรค์สี AkzoNobel’s Global Aesthetic Center ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญในแวดวงออกแบบ วงการสีวงการศิลปะ เทคโนโลยี ดีไซน์ แฟชั่น ดนตรี จนถึงวัฒนธรรมร่วมสมัยร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะและคาดการณ์เทรนด์สีในปีถัดไปให้แก่ ‘วงการออกแบบ’ โดยพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงในด้านสังคมและการออกแบบทั่วโลก

นอกจากการประกาศสีแห่งปี ‘อั๊คโซ่โนเบล’ ยังนำเสนอแนวคิด การมองทั้งสองด้าน (Looking both ways) หรือการใช้เทรนด์สีตกแต่งร่วมกับสีโทนต่างๆ ออกเป็น 4 เทรนด์หลัก ดังนี้

1.เฮอริเทจ แอนด์ ฟิวเจอร์ (Heritage & Future) : การมองย้อนเข้าไปในอดีต ช่วยให้ออกแบบอนาคตได้ เทรนด์นี้ประกอบด้วย เฉดสีแดง สะท้อนถึงมรดกอันทรงคุณค่า ในขณะที่ความสดใสของสีให้ความรู้สึกถึงการก้าวไปสู่อนาคต

2. เวิร์ด แอนด์ พิคเจอร์ (Words & Pictures) : ในยุคที่เต็มไปด้วยรูปภาพและทุกการเคลื่อนไหวถูกบันทึกและแชร์ลงบนโลกโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้เราเน้นแต่ปริมาณมากกว่าคุณภาพ ทำให้รูปภาพถูกลดคุณค่าลงจากการนำมาใช้ที่มากจนเกินไป ตัวหนังสือ จึงเป็นพลังที่ถูกค้นพบใหม่ เมื่อใช้ในบริบทที่เหมาะสม จึงมักพบเห็นการใช้ ‘ตัวหนังสือ’ ในวงการตกแต่งภายในและสถาปัตยกรรมมากขึ้น ตัวหนังสือ ไม่ได้ขัดแย้งกับรูปภาพ แต่กลับช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน พาเลทท์สี(pallet)ในเทรนด์นี้ สีน้ำเงินบลูอิงค์ และ สีเทาแกรไฟต์ คล้ายกับโทนสีของสมาร์ทโฟนและฟิลเตอร์บนโซเชียลมีเดีย

3. ดาร์ก แอนด์ ไลท์ (Dark & Light) : หนึ่งในเทรนด์สำคัญของปี 2016 คือการให้ความ สำคัญกับ ความมืด การก่อตั้งของโปรเจค เอิร์ธ อาวเออร์ (Earth Hour) ที่รณรงค์ให้คนนับล้านทั่วโลกปิดไฟในวันเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงมลภาวะทางแสงที่ส่งผลกระทบต่อเราทุกคน ผลงานวิจัยชี้ว่าการ
พักผ่อนและเติมพลังอย่างเต็มอิ่มโดยที่ไม่ถูกรบกวนจากแสงสว่างนั้นมีความสำคัญมาก ความมืดยังทำให้เราเห็นดาวบนท้องฟ้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

4. เดอะ กริด แอนด์ เลททิงโก (The Grid & Letting Go) : ในโลกแห่งความทันสมัย ผู้คนต่างใช้ชีวิตนอกกรอบ เพื่อค้นหาตัวเองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียว และตัดขาดจากโลกภายนอกได้ อิสรภาพจะมีความหมายก็ต่อเมื่ออยู่ในขอบเขต พาเลทท์สีในเทรนด์นี้จึงออกมาดู สดใส และมี ความสนุกสนาน แต่ยังคงพื้นหลังไว้ด้วยลายตารางสีขาวและดำ

หมายเหตุ : ขอบคุณภาพโดยสาชล สุดโต และ เอกสารเจาะเทรนด์โลก 2016 TCDC