ความทรงจำสีจาง.. 11 ปี ‘สึนามิ’ แห่งอันดามัน

คลื่นลมสงบลงแล้ว แต่สภาพของชายหาดยังทิ้งร่องรอยความสูญเสียไว้มากมาย ...
ต้นไม้ล้มระเนระนาด เศษซากสิ่งของเกลื่อนกลาดไปทั่ว แทบจะไม่มีผู้คนย่างกรายเข้ามาในพื้นที่นอกจากเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง
ภาพชายทะเลเขาหลัก หาดชื่อดังของจังหวัดพังงาหลังเกิดคลื่นยักษ์สึนามิเพียงไม่กี่วัน ยังติดอยู่ในความทรงจำ แม้เวลาจะผ่านไปถึง 11 ปีแล้ว
11 ปี ยาวนานพอที่จะทำให้หลายคนลืมเลือนเหตุการณ์พิบัติภัยครั้งประวัติศาสตร์นี้ แต่กับผู้ที่เผชิญกับฝันร้ายในวันนั้น รวมทั้งผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากมาย เชื่อเหลือเกินว่า...พวกเขาคงไม่อาจลืมวันอันน่าเศร้าสลดได้
ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ข่าวใหญ่ช็อคคนไทยทั่วประเทศ เมื่อเกิดคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าสู่ชายฝั่งทะเลด้านอันดามัน เวลานั้น “สึนามิ” ยังเป็นคำใหม่และต้องการการอธิบาย แต่สิ่งที่ทุกคนเข้าใจได้ตรงกันคือ มันรุนแรงพอที่จะทำลายอาคารขนาดใหญ่และฆ่าชีวิตผู้คน
หลังความโกลาหลผ่านไป ข้อมูลระบุว่า สึนามิ (tsunami) เป็นคลื่นขนาดยักษ์ที่มีกำเนิดจากในมหาสมุทรและเคลื่อนที่เข้าสู่ชายฝั่ง คำว่า “สึนามิ” เป็นภาษาญี่ปุ่น มีความหมายตามรากศัพท์ว่า “คลื่นท่าเรือ” ซึ่งสึมานิที่เคลื่อนเข้ามาทักทายชายฝั่งประเทศไทยนี้ เกิดจากแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของหัวเกาะสุมาตราในประเทศอินโดนีเซีย มีความรุนแรงระหว่าง 9.1 ถึง 9.3 โมเมนต์แมกนิจูด นับเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงเป็นอันดับสามตามที่เคยวัดได้จากเครื่องวัดแผ่นดินไหว และเป็นแผ่นดินไหวที่มีคาบเวลายาวนานที่สุดคือประมาณ 8.3 ถึง 10 นาที
คลื่นสึนามิดังกล่าวเคลื่อนตัวแผ่ขยายไปทั่วทะเลอันดามัน จนถึงชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอินเดียและเกาะศรีลังกา บางส่วนของคลื่นยังเคลื่อนตัวไปถึงชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาด้วย ทำให้มีประเทศที่ประสบภัย และมีผู้เสียชีวิตถึง 11 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย พม่า อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา มัลดีฟส์ โซมาเลีย แทนซาเนีย และเคนยา
กล่าวกันว่า นี่คือคลื่นสึนามิที่รุนแรงมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยมีผู้คนเสียชีวิตมากกว่า 2 แสนคน กลายเป็นภัยธรรมชาติที่มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 3 ของโลกเท่าที่มีการบันทึกไว้
เฉพาะในประเทศไทย ความเสียหายกระจายตัวอยู่ใน 6 จังหวัดภาคใต้ที่ติดชายฝั่งทะเลอันดามัน คือ ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ตรัง และสตูล โดยเฉพาะที่จังหวัดพังงา กระบี่ และภูเก็ต มีการสูญเสียมากที่สุด
และเพราะไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็วจึงไม่ได้มีการระมัดระวังและป้องกันไว้ล่วงหน้า คนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเผชิญหน้ากับอะไร พวกเขาถูกคลื่นยักษ์กลืนกินแบบไม่ทันตั้งตัว
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่เสียหายหนักในเวลานั้นมีอยู่ 8 แห่ง เริ่มตั้งแต่ชายทะเลเขาหลัก ในอุทยานแห่งชาติเขาหลัก - ลำรู่ ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จุดนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวเสียชีวิตและบาดเจ็บมากที่สุด เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ มีโรงแรม และที่พักนักท่องเที่ยวตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ก็มี เกาะสิมิลัน อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา, หาดราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต, หาดกะรน ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต, หาดกะทู้ ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต, หาดกมลา ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต, หาดป่าตอง ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต, เกาะพีพี อำเภออ่าวนาง จังหวัดกระบี่
ปัจจุบันแม้ว่าแทบทุกแห่งจะได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาสวยงามดังเดิม หรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ทว่า สิ่งที่สวนทางกับบรรยากาศความคึกคักของธุรกิจท่องเที่ยว กลับเป็นระบบการเตือนภัยและมาตรการด้านความปลอดภัยที่ย่อหย่อนลงไปเรื่อยๆ
...พร้อมๆ กับความทรงจำที่ค่อยๆ จางหายไป







