แตะแล้วสวย vs เหมียวชิบูย่า

แตะแล้วสวย vs เหมียวชิบูย่า

เมื่อเร็วๆ นี้ ญี่ปุ่นนำเสนอจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะสาวๆ

เรากำลังพูดถึงภาพสลักทำด้วยโลหะนามว่า บิจินกะ ซึ่งภาพของสาวสวยชาวญี่ปุ่นแต่งกายด้วยกิโมโนแบบโบราณถือพัดกลมที่วัดเอโกะอินในอำเภอเรียวโกกุของนครหลวงโตเกียว ขณะนี้ ภาพนี้กำลังได้รับความนิยมมากเพราะมีข่าวแพร่ออกไปว่า ใครได้แตะภาพนี้จะกลายเป็นสาวสวยตามภาพและโชคดีในทุกเรื่อง


หนังสือพิมพ์เจแปนนิวส์ รายงานว่า ผู้คนมากมายซึ่งส่วนมากเป็นผู้หญิงพากันไปที่วัดนี้เพื่อสัมผัสภาพนี้พร้อมทั้งอธิษฐานให้ตนประสบโชคดี มีความสำเร็จในเรื่องต่างๆ และแน่นอนขอให้ตัวเองสาวขึ้น สวยขึ้น จำนวนคนที่หลั่งไหลไปที่นี่ทำให้สีของหน้าและมือของภาพนี้เปลี่ยนไป ภาพนี้ทำด้วยสัมฤทธิ์และถูกฝังลงบนแผ่นหินซึ่งทำขึ้นมาเพื่อยกย่องโทริอิ คิโยนากะ ศิลปินชื่อดังสมัยเอโดะซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1752-1815


ศิลปินผู้นี้มีผลงานมากมายและมีชื่อเสียง ภาพของเขามักจะเกี่ยวกับความงามของหญิงสาวที่บอบบางและสูงโปร่ง แต่ถึงแม้จะเชื่อกันว่าหลุมฝังศพของเขาอยู่ที่วัดเอโกะอินนี้ แต่ไม่มีใครทราบที่แน่นอนว่าอยู่ตรงไหน เพราะโตเกียวและวัดแห่งนี้เจอภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหวหลายครั้งและยังถูกโจมตีทางอากาศในช่วงสงครามโลกด้วย แต่ที่ทราบแน่ๆ คือ ภาพนี้ถูกทำขึ้นในโอกาสวันครบรอบวันเสียชีวิตปีที่ 199 ของคิโยนากะเมื่อปีที่แล้วนี่เอง

หญิงสาวในภาพคือสาวสวยในงานชิ้นหนึ่งของคิโยนากะซึ่งมีชื่อว่า “เพลิดเพลินใจกับความเย็นในบ่ายวันหนึ่งริมแม่น้ำสุมิดะ” หลังจากที่ภาพนี้ถูกนำมาฝังไว้ในแผ่นหินเมื่อเมษายน 2013 ความเชื่อเรื่องนี้ก็แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว


ความเชื่อนี้มีที่มาอย่างไรไม่แน่ชัด แต่ โชเคอิ ฮอนดะ พระผู้ช่วยของวัดกล่าวว่า อาจจะเป็นเพราะเมื่อภาพนี้ถูกนำมาไว้ที่นี่ คนที่มาดูมักจะเอามือมาสัมผัสรูปทองแดงนี้ และว่ารูปนั้นอาจจะทำให้ตนเองสวยขึ้นและโชคดี


“คำพูดนี้น่าจะแพร่สะพัดออกไปและเปลี่ยนเป็นความเชื่อที่ยากจะพิสูจน์ได้นี้ ผู้หญิงบางคนแตะแล้วแตะอีกหลายครั้ง” พระฮอนดะว่า


ผู้หญิงวัย 30 ปีคนหนึ่งเล่าว่า เธอพบกิตติศัพท์ของภาพนี้ระหว่างท่องอินเตอร์เน็ต “ดิฉันคิดว่า นี่เป็นเรื่องโรแมนติกและเยี่ยมยอดมากที่การได้สัมผัสภาพผู้หญิงสาวสาวยจะทำให้สวยขึ้นได้” เธอกล่าวยิ้มๆ


พระฮอนดะกล่าวเสริมว่า ท่านคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีที่วัดจะได้ใช้โอกาสนี้เผยแพร่เรื่องของคิโยนากะ ท่านหวังว่า ผู้ที่มาเยี่ยมชมนี้จะสวดมนต์ภาวนาเพื่อจะได้สวยขึ้นทั้งจากภายในและภายนอก


คราวนี้เรามาที่สถานีรถไฟชิบูย่าในกรุงโตเกียว หลายคนคงรู้ดีว่า ที่นี่มีอนุสาวรีย์รูปปั้นของ ฮาจิโกะ สุนัขผู้ซื่อสัตย์ซึ่งเฝ้ารอคอยเจ้านายอยู่ที่นี้ มันรอคอยโดยที่ไม่รู้ว่าเจ้านายซึ่งเป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยโตเกียวเสียชีวิตไปแล้ว มันรออยู่ที่นั่นไม่ยอมกลับบ้านเป็นเวลากว่า 10 ปีก่อนที่จะตาย


เรื่องราวของมันถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย ผู้คนต่างยกย่องความซื่อสัตย์ของมันและจัดให้ปั้นรูปปั้นมันไว้ที่สถานีรถไฟ รูปปั้นของมันกลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ไกด์บุ๊คทั้งในและต่างประเทศให้รูปปั้นนี้เป็นที่ที่ห้ามพลาด ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติพากันไปถ่ายรูปรูปปั้นในขณะที่หนุ่มสาวก็ไปอธิษฐานให้คู่รักของตนซื่อสัตย์เหมือนฮาจิโกะ


เรื่องนี้กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งหนึ่งเมื่อปลายเดือนที่แล้ว หลังจากมีแมวตัวหนึ่งขึ้นไปนอนระหว่างขาของรูปปั้นฮาจิโกะวันละหลายๆ ครั้ง หนังสือพิมพ์พากันพาดหัวว่า “ฮาจิโกะมีเพื่อนแล้ว”


นักข่าวหลายสำนักถูกส่งไปทำข่าวเรื่องนี้ ตอนแรกพวกเขาคิดว่า แมวนี้เป็นแมวจรมาอาศัยพักพิงรูปปั้นเป็นการชั่วคราว แต่ในขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังถ่ายรูป อยู่ๆ ก็มีชายชรามาอุ้มแมวไป นักข่าวตามไปสัมภาษณ์ได้ความว่า ชายชราผู้ไม่เปิดเผยชื่อเป็นเจ้าของแมวตัวนั้นนามว่า ทามะ เขาเป็นคนรักแมวและเลี้ยงแมวไว้ทั้งหมดประมาณ 30 ตัว เขาชอบพาแมวไปในที่ต่างๆ ด้วย


ทามะเล่าว่า เขาพาแมวเหมียวอายุ 5 ปีนี้มาที่สถานีรถไฟชิบูย่าเดือนละ 4 ครั้ง และมักจะปล่อยให้แมวขึ้นไปนั่งที่รูปปั้นประมาณ 1 ชั่วโมง “ผมชอบให้แมวช่วยปลอบประโลมผู้คน ถ้านักท่องเที่ยวต่างชาติถ่ายรูปแมวของผมกับรูปปั้นและไปโพสต์รูปออนไลน์ คนที่เห็นอาจจะรู้สึกว่า ได้มาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยก็ได้”