อีกหนึ่งวันเบาๆใน Yazd

อีกหนึ่งวันเบาๆใน Yazd

รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะความหนาว พอตั้งสติก็ระลึกขึ้นได้ว่าตัวเองนอนอยู่ในหลุมกลางทะเลทรายใกล้เมือง Yazd ทางภาคกลางของอิหร่าน

ยามเช้าในทะเลทรายกว้างใหญ่ สวยงามไม่ต่างจากช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์จะลับเนินทราย


อาหารเช้าวันนี้น้อยและเรียบง่าย ด้วยเป็นของที่เตรียมมาจากในเมือง เพราะแถวนี้คงไม่มีร้านรวงเป็นแน่ แต่ผมกลับรู้สึกชอบ ไข่ดาว มะเขือเทศ แตงกวา และชีส ล้วนเป็นของที่ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยในตอนเช้าแบบนี้ได้ดีทีเดียว


หลังรองท้องกันเสร็จ ก็ออกเดินทางไปจุดชมวิวในทะเลทราย ทั้ง Salt land แผ่นดินเกลือขาวโพลน และ Dry lake ทะเลสาบแล้งไร้น้ำ เจ้าฟาร์ชาร์ด ผู้นำทางของผมใส่อารมณ์จนโอเวอร์ทุกครั้งที่ได้อธิบายอะไรก็ตาม แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากสักเท่าไหร่


สิ่งที่ผมชอบกลับเป็นการได้ไปแวะยัง ฟาห์ราจ (Fahraj) หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกล คงไม่มีที่ไหนเหมาะกับคำว่าโอเอซิสกลางทะเลทรายได้ดีไปกว่าเมืองนี้อีกแล้ว ตึกราม บ้านช่อง รับเข้ารูปกับทะเลทราย นานๆ ทีจึงจะมีคนเดินผ่านไปผ่านมาให้เห็น ผู้คนเขินอายเวลาเห็นกล้อง แต่ก็ยินดีเป็นแบบให้ถ่ายรูป แม้ฉากหลังที่ตั้งของเมืองจะดูแห้งแล้ง แต่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้นจากผู้คน


หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีโฮสเทลสำหรับผู้ที่อยากค้างคืน เป็นทางเลือกสำหรับคนที่เบื่อเมืองใหญ่ ได้เดินทอดน่องในชุมชนเล็กๆ ไม่วุ่นวาย ก็สบายใจไปอีกแบบ


อีกสถานที่หนึ่งที่มีโอกาสได้ไปแวะชม คือTower of Silence หอคอยแห่งความเงียบสงัด ที่มีชื่อเรียกแบบนี้ เพราะที่นี่คือหอคอยสำหรับประกอบพิธีศพตามความเชื่อของศาสนาโซโรอัสเตอร์ ด้วยการนำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นไปไว้บนยอดหอคอย แล้วปล่อยให้นกแร้งที่เป็นตัวแทนแห่งความตายมารุมจิกกิน ก่อนจะเก็บร่างที่เหลือมาประกอบพิธีกรรมต่อไป เป็นความเชื่อว่าร่างของผู้ตายนั้นจะต้องถูกจำกัด เพื่อให้สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ในสถานะวิญญาณ


ถึงแม้ศาสนาอิสลาม จะคิดเป็นอัตราส่วนแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ประชาชนชาวอิหร่านนับถือ แต่โซโรอัสเตอร์ก็เป็นศาสนาที่มีผู้นับถือตามมาเป็นอันดับสองของประเทศ โดยความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า หอคอยแห่งความเงียบเป็นสถานที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ถ้ามีโอกาสได้มาเยือนเมือง Yazd เพราะนอกจากรูปร่างที่แปลกตาแล้ว “พิธีกรรมการตาย” แบบชาวโซโรอัสเตอร์ คงไม่ใช่สิ่งที่จะหาดูกันได้ง่ายๆ


จบจาก Tower of Silence ก็เป็นอันจบโปรแกรมทัวร์ 2 วัน 1คืน ในทะเลทราย เวลายังพอมีเหลือก่อนเดินทางต่อไปยัง Garmeh หมู่บ้านห่างไกลกลางทะเลทรายอีกแห่งหนึ่ง จึงไปเดินเล่นเก็บตกย่านเมืองเก่าของ Yazd เสียก่อน


ณ จุดนี้ ขอบอกเลยว่า หลงรักเมืองนี้จนแทบถอนตัวไม่ขึ้น หาทางกลับไม่เจอ เพราะย่านเมืองเก่านั้นลึกลับ ซับซ้อน ไม่ต่างจากเขาวงกตเลยสักนิด พยายามกางแผนที่เดินตามแทบทุกฝีก้าว แต่ก็ไม่วายที่จะหลง


จริงๆ แล้ว สถานที่น่าสนใจในย่านเมืองเก่าของYazd มีอยู่หลายที่ด้วยกัน แต่ผมขอสารภาพว่าหาเจอแค่ที่เดียว เพราะมัวแต่เดินหลง นั่นคือ Alexander’s Prison เรือนจำโบราณของยอดกษัตริย์แห่งอาณาจักรโรมัน ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงคริสตศตวรรษที่ 15 เพื่อเป็นที่จองจำนักโทษชาวเปอร์เซียที่ลุกขึ้นต่อต้านกษัตริย์อเล็กซานเดอร์ในช่วงเวลานั้น


จากย่านเมืองเก่า ผมนั่งแท็กซี่เพื่อไปต่อยัง Temple of Fire วิหารแห่งไฟตามความเชื่อของศาสนาโซโรอัสเตอร์เช่นกัน ที่วิหารหลักของสถานที่นี้ มีไฟศักสิทธิ์ที่เชื่อกันว่าไม่เคยดับมากว่า 700 ปีแล้ว (เพราะมีคนคอยจุด) ซึ่งผู้ที่นับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ในอิหร่านทุกคนเชื่อว่า จะต้องมาดูไฟนิรันดร์นี้ให้ได้สักครั้งก่อนตาย เป็นอีกสถานที่ของเมือง Yazd ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน


ระหว่างทางนั้น ผมมีโอกาสได้คุยกับโชเฟอร์ ที่เมื่อรู้ว่าผมมาจากเมืองไทย ก็เปิดฉากชวนคุยเรื่องศาสนาทันที


“ผมชอบศาสนาพุทธมาก”


“แต่คุณไม่ได้เป็นชาวมุสลิมหรือ?” ผมถามกลับ


“ใช่ แต่ผมก็อยากจะศึกษาศาสนาอื่นๆ ด้วย ซึ่งศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ผมสนใจที่สุด น่าเสียดายที่หนังสือศาสนาพุทธไม่มีวางขายในประเทศนี้”


“แล้วคุณหาอ่านจากที่ไหนล่ะ?”


เขายิ้ม แล้วตอบว่า “อินเทอร์เน็ต”


และแล้วก็ถึงเวลาที่ผมต้องลาจาก Yazd ไปยังหมู่บ้าน Garmeh ซึ่งการเดินทางไปให้ถึงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในหนึ่งวัน จะมีรถบัสท้องถิ่นเพียงหนึ่งเที่ยวเท่านั้น แน่นอนว่าอุปสรรคด้านภาษาก็ทำให้ผมลำบากอยู่ไม่น้อยกว่าจะไปถึงสถานีรถบัส จนซื้อตั๋วรถบัสได้


ผมมาถึงก่อนเวลารถออกราวครึ่งชั่วโมง ทำให้มีเวลาเหลือแหล่ ซึ่งช่วงที่ยืนรออยู่เฉยๆ ก็มีบรรดาพนักงานในอู่รถบัสออกมายืนคุยด้วย ตามสูตรชาวอิหร่าน ผู้มีอัธยาศัยดีเป็นเลิศ


เมื่อได้เวลา ทุกคนก็ขึ้นไปเลือกที่นั่งตามอัธยาศัย สิ่งที่น่ารักคือมีการเช็คชื่อก่อนออกเดินทาง โดยพนักงานขายตั๋วคนเดิม เธอจะขานชื่อทุกคนไปเรื่อยๆ ส่วนชื่อผม เธอขานว่า “ทัวร์ริสต์”


การเดินทางในอิหร่านด้วยรถบัส ไม่ได้สะดวกสบายเท่ารถบัสของตุรกี หรือไทย แต่ทิวทัศน์สองข้างทางนั้น กินขาดครับ วันนี้เองก็เป็นวันแรกที่ผมลองเดินทางย้ายข้ามเมืองตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน เพราะอยากชมวิวไปเรื่อยๆ ซึ่งคุ้มค่านัก กับการแลกเวลาช่วงกลางวันไปกับการนั่งรถ