ชะนะได....ใคร่แพ้

ชะนะได....ใคร่แพ้

ช่วงออกพรรษาที่ผ่านมา ผมถือโอกาสตระเวนอีสานเหมือนเช่นปกติทุกปี

ไปเริ่มเที่ยวตั้งแต่อุบลราชธานี-อำนาจเจริญ-มุกดาหาร-สกลนคร-นครพนม อาทิตย์หนึ่งพอดี ไปในช่วงเข้าพรรษาซึ่งเป็นวันหยุด เลี่ยงไม่พ้นที่รถจะติดในถนนหลวงสายอีสาน ใครๆ ก็ออกเที่ยว ใครๆ ก็กลับบ้าน ผมดันอยากไปช่วงนี้เอง ช่วยไม่ได้ แต่ได้เรื่องราวและอะไรกลับมาเล่าให้ฟังเยอะแยะไปหมด หนึ่งสถานที่ที่อยากเล่าคือ ผาชะนะได ของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี


สำหรับผาแต้ม ผมต้องเล่าย้อนหลัง เพราะเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ผมได้ไปเห็นมาตั้งแต่เขาเริ่มตั้งอุทยานฯ ตั้งแต่ที่ทำการเป็นเพิงเล็กๆ ใกล้ผาแต้มปัจจุบัน ส่วนผาชะนะไดนี้เดิมเป็นจุดหมายปลายทางของคนเที่ยวป่า ที่เดินกันมาจากสร้อยสวรรค์ เลาะหน้าผากันมาเรื่อยจนมาถึงผาชะนะได น้ำตกห้วยพอก แล้วจึงเดินทะลุป่าดงนาทาม ผ่านหินเต่าชมจันทร์ มาออกหลังวัดถ้ำปาฏิหาริย์ ที่แต่ก่อนเป็นสำนักสงฆ์เล็กๆ ออกมาถึงวัดก็หิวโซ ท่านเจ้าสำนักพระอุดม กิติญาโณ ท่านเป็นทหารเก่า เห็นเราเดินหิวโซออกมาจากป่าก็ ให้เราเข้าครัวของวัดหุงข้าว ต้มฟักเขียว นึ่งฟักทองกินกัน ไปครั้งนี้ ได้ข่าวว่าหลวงพ่ออุดม กิติญาโณ ท่านมรณภาพไปแล้ว ก็ได้แต่เสียใจและระลึกถึงท่านเสมอ เพราะได้ไปอาศัยใบบุญท่านทุกครั้งที่ไปเดินป่าที่นี่


ผาชะนะไดเปลี่ยนแปลงไปมาก ทางจังหวัดไปสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเหนือน้ำตกห้วยพอก สร้างแผงโซลาร์เซลขนาดใหญ่หลายแผง ซึ่งน่าจะผลิตไฟได้อักโข แต่...ไม่ได้ส่งมอบให้อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เจ้าหน้าที่อุทยานเขาก็ไม่เข้าไปอยู่อาศัย ตัวอาคารเริ่มชำรุด ส่วนแผงโซลาร์เซลนั้นแบตเตอรี่และแผงควบคุมไฟมันพังไปหลายรอบแล้ว อย่างว่าแหละครับ ระบบราชการไทยมีแต่งบสร้าง(ซึ่งรู้ๆ กันอยู่ว่าทำไมอยากสร้างกันนัก) แต่ไม่มีงบซ่อม สภาพอาคารจึงเป็นอย่างที่ผมว่า


ทางที่เข้าไปผาชะนะได เป็นทางลำลองในป่าที่ค่อนข้างทุรกันดาร ทางขโยกเขยกสงสารรถยนต์ แต่กระนั้นก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะรถปิ๊คอัพธรรมดาก็เข้าได้ ไม่ต้องขับเคลื่อนสี่ล้อ ยิ่งมอเตอร์ไซค์นี่แล่นกันให้ควั่ก ใครอยากจะเช่ารถปิ๊คอัพเข้าไปก็ราวๆ 1,800 บาท จะค้างกับเรา 1 คืนที่น้ำตกห้วยพอก ติดต่อเช่ารถที่ อบต.นาโพธิ์กลาง หรืออุทยานฯผาแต้ม)


นี่ขนาดว่าลำบากแบบนี้ ช่วงวันหยุดออกพรรษาคืนวันที่ 25 ต.ค. 2558 ที่ผ่านมา ผมเข้าไปนอนที่นั่น ต้องเจอกับสภาพที่เรียกว่า “ป่าแตก” แตกเพราะมีคนเข้าไปกางเต็นท์กันมาก กระจายกันเต็มลานหิน ขนาดว่า 2-3 ทุ่มก็ยังมีรถแล่นเข้าไป คนมากไม่เป็นปัญหาถ้าทุกคนเคารพธรรมชาติ เที่ยวด้วยความสงบ แต่นักท่องเที่ยวไทยก็ยังคงเหมือนเดิมคือ แค่เปลี่ยนที่กินเหล้า คืนนั้นวงเหล้าหลายวงจึงปรากฏ (ทั้งๆ ที่มีกฎห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในอุทยานฯ) มีร้องคาราโอเกะจนตีสองตีสาม รถยนต์ที่เข้าไปเปิดเครื่องเสียงใส่กันราวกับคนบ้า เจ้าหน้าที่อุทยานฯมี 2 คน (จริงๆ มี 4 คน แต่เขาสลับกันออกจากป่าไปพัก) แล้วมันจะไปดูทั่วถึงได้อย่างไร การก่อกองไฟบนลานหิน เศษขยะที่ทิ้งกัน การกางเต็นท์ทับลานดอกไม้ การเดินเหยียบย่ำพืชพรรณ การแอบเอาพันธุ์ไม้ใส่รถออกมา ในธารน้ำตกห้วยพอกก็มีเศษข้าว เศษอาหารลอยเกลื่อน ฯลฯ สารพัดที่เกิดขึ้นที่นั่น


ผมไปมาก่อนนี้เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ปรากฏว่ามีฝูงวัวควายถูกเอาไปเลี้ยงปล่อยในป่า ทั้งถ่ายมูลถ่ายปัสสาวะลงในธารน้ำตกห้วยพอก อาบกินไม่ได้ เหม็นมูลวัวควายไปหมด ดงดอกไม้ก็ถูกย่ำ ถูกเล็มกินจนหมดสภาพ ไปปีนี้ปรากฏว่าแทบไม่มีวัวควายให้เห็น ธรรมชาติจึงกลับมา แต่พอมาเจอสภาพกองทัพนักท่องเที่ยวที่ไร้คุณภาพแบบนี้ เหมือนหนีเสือปะจระเข้


แต่ก่อน ดงดอกไม้แถวน้ำตกห้วยพอก พอถึงช่วงปลายตุลาคมก็ออกดอกกันสะพรั่งแล้วโดยไม่ต้องไปดูไกล ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงออกดอกกันสวยใกล้น้ำตก เอื้องแดงอุบลออกดอกกันเป็นกอขนาดใหญ่ เดี๋ยวนี้หม้อข้าวหม้อแกงลิงหายเกือบหมด แดงอุบลแทบไม่มีให้เห็น ส่วนดงดอกไม้ดินนั้น ถูกเต็นท์กางทับจนน่าตกใจ ตามลานหินต้องดูให้ดีเพราะมีเศษขวดแตกเกลื่อนลาน วันรุ่งขึ้นขยะจะเต็มที่ที่จัดไว้ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขยะที่ขนเข้ามาทิ้งในป่านั้นจะกำจัดกันอย่างไร


ต้องออกมาดูดอกไม้ที่ พลาญถ้ำไฮ โหง่นแต้ม หรือเสาเฉลียงคู่นั่นแหละ ถึงจะเห็นดงดอกไม้ดินที่สวยงาม บานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอม เหมือนกับแต่ก่อน แต่กระนั้นลานดอกไม้ดินที่นั่นบางลานก็ยังปรากฏรอยมอเตอร์ไซค์ ลุยเข้าไปกลางลานจนเห็นรอยรถชัดเจน คุณภาพนักท่องเที่ยวเราแย่ลงอย่างมาก บ้านเรามีป่าที่สวยงามแบบนี้ไม่มาก ยิ่งทางอีสานนี่ผมว่าเหลือสวยๆ ก็คงมีที่ผาแต้ม เพราะติดแม่น้ำโขง มีหน้าผาสูงตลอดอุทยานฯ แต่เราดูแลกันได้ห่วยแตกมาก ในช่วงเทศกาลน่าจะจัดสรรเจ้าหน้าที่มาเพิ่ม ติดตั้งเสียงตามสาย ประกาศกฎกติกาเหมือนอุทยานฯภูกระดึงหรือเขาใหญ่ในช่วงเทศกาล และเก็บเงินค่าธรรมเนียมด้วย


ทุกวันนี้เข้าผาชะนะไดเข้าไปฟรี คนเลยไม่เห็นคุณค่า และผมไม่รู้เป็นความคิดใครที่มีการจัดงานรับแสงแรกแห่งปีที่ผาชะนะไดในช่วงปีใหม่ทุกปี จะมีรถเข้าเป็นร้อยคัน คนเข้าไปเป็นพันคน มีการจัดเวที เครื่องเสียง มีการละเล่น การแสดง ดื่มกินกันสนั่นป่า เห็นว่าเป็นฝ่ายปกครองนี่แหละที่เป็นคนจัด บอกเลยว่าที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาตินะครับ จะปีใหม่หรือช่วงเทศกาลไหน พรบ.อุทยานแห่งชาติเขาก็ไม่ละเว้น ปีนี้ผมจะจับตาดูว่า จังหวัดอุบลฯหรือหน่วยงานปกครองในท้องที่จะเข้าไปจัดงานแบบนี้อีกหรือไม่ ถ้ายังมี เรื่องนี้ถึงสาธารณะแน่ๆ


เราท่องเที่ยวกันแบบล้างผลาญจริงๆ พังกันมาเป็นที่ๆ ภูทับเบิกผมก็เคยเตือนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทางจังหวัดเพชรบูรณ์ก็เฉย จนมามีเรื่องจนได้ สะพานซูตองเป้ก็พังคาตา เกาะตาชัยก็เลอะจนต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้น ปายก็เละจนฝรั่งหนีไปวังเวียงหมดแล้ว ฯลฯ นี่ที่ผาชะนะได ที่ผมว่าเป็นเพชร เป็นสาวงามของเมืองอุบล แต่ถูกย่ำยีโดยคนเป็นพ่อเป็นแม่ เชื้อเชิญให้ไอ้หนุ่มนอกบ้านเข้ามาย่ำยีลูกสาวอยู่ทุกปี ...มีแต่พ่อแม่ที่เลว ที่คิดและทำแบบนี้


ผมว่าผู้ว่าอุบลฯ คนปัจจุบัน ไม่ใช่พ่อแม่ หรือพ่อเมืองแบบนั้น การสร้างชื่อเสียงดีๆ ให้จังหวัดยังมีอีกหลายวิธีการที่ผู้ว่าฯ มีสติปัญญาแน่นอน โดยไม่ต้องใช้วิธีการย่ำยีพื้นที่ธรรมชาติแบบนี้ แต่อะไรก็ยังเชื่อใจกันไม่ได้ ได้แต่จับตาดูว่า จังหวัดอุบลฯยังจะทำแบบเดิมอยู่ไหม เดี๋ยวปีใหม่นี้ก็รู้...