เมียนมา “เปลี่ยน”

เมียนมา “เปลี่ยน”

วันนี้เมียนมากำลังจะเปลี่ยนไปหลังจากจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นมา

ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงต่างออกมาใช้สิทธิลงคะแนนกันอย่างล้นหลาม และเทคะแนนให้พรรคของออง ซาน ซูจี อย่างถล่มทลาย ได้ ส.ส. และส.ว. เข้าไปนั่งกุมเสียงข้างมากในสภาเกิน 70 เปอร์เซนต์ แต่ยังคงต้องต่อรองต่อสู้กันหลังไมค์อีกพักใหญ่กว่าจะได้ผู้ที่เข้ามานั่งเป็นประธานาธิบดี โดยมีเธอผู้เป็นความหวังของประชาชนคอยกำกับดูแลการบริหารประเทศ


สังคมของเมียนมาเป็นการผสมผสานกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มากมาย ช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแต่ละภาคส่วนไปแบบช้าๆ เพราะถูกสกัดกรองด้วยการปิดประเทศต่อด้วยการตกอยู่ภายการนำพาประเทศตามแนวทางของรองเท้าบู๊ท จึงทำให้นักลงทุนมือที่ทำงานแบบโปร่งใสแบบตรวจสอบได้ กล้าๆ กลัวๆ ไม่มาขยายกิจการที่นี่ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจึงไม่หวือหวาเท่าที่ควร ส่งผลให้คนจนมีมากกว่ากลุ่มคนที่มีอันจะกิน


การเปิดประเทศเพื่อต้อนรับการลงทุน ส่งผลให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปทีละจุด สิ่งปลูกสร้างถูกปั้นจั่นยักษ์ยกชิ้นส่วนขึ้นประกอบขึ้นเป็นตึกสูงผุดขึ้นผงาดกลางเมือง แต่ในความเปลี่ยนไป ยังคงมีจิตวิญญาณและกลิ่นของเมืองในอดีตที่ยังคงสามารถพบเห็นได้แบบแตกต่างกันอย่างรุนแรง หลังจากนี้เมียนมาร์คงเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่าการให้ความไว้วางใจด้วยความคาดหวังนั้นจะนำอะไรมาในวันพรุ่งนี้