ผึ้งไล่ช้าง

ผึ้งไล่ช้าง

ข่าวระหว่างช้างกับคน กับนักท่องเที่ยวนี่มีมาตลอด

ล่าสุดเรื่องช้างบนเขาใหญ่ล้อมกรอบมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์จนถึงขั้นยกมือไหว้กันนั่นเลย แล้วจะมีข่าวแบบนี้มาให้ได้ยินกันเนืองๆ ซึ่งพอว่าเรื่องช้าง ผมก็สงสัยมานานแล้วว่าทำไมฝรั่งถึงชอบช้างกันนัก โดยเฉพาะช้างเอเชีย ถามไถ่พรรคพวกที่พอคุยกันรู้เรื่อง บอกว่าเพราะทางบ้านเมืองฝรั่งไม่มีช้าง ไอ้ผมคนไม่เคยไปบ้านเมืองฝรั่ง เขาบอกมาแบบนี้ก็ต้องเชื่อไว้ก่อน

ครั้นไปตามปางช้างต่างๆ แม้แต่ศูนย์คชบาลของทางการ มีอาสาสมัครเป็นฝรั่งมาช่วยเลี้ยงช้าง พาช้างไปอาบน้ำ ขัดถู หาหญ้าหาอาหารให้ช้าง มาอยู่กันเป็นเดือนๆ แล้วบางที่เสียเงินมาด้วยนะ ไม่ใช่มาช่วยฟรีๆ นี่แสดงว่าฝรั่งเขารักช้างจริงๆ แล้วยิ่งช้างเอเชียนั้น ฉลาด มีความเป็นมิตรกว่าช้างทางแอฟริกา เราจึงไม่ค่อยเห็นเขาเอาช้างแอฟริกามาฝึกโชว์เท่าไหร่ ผิดกับช้างเอเชีย โดยเฉพาะที่บ้านเรา วาดรูป เป่าแคนก็ได้ สุดยอดช้าง...ว่างั้นเถอะ

ผมคนเที่ยวป่ามานาน นานพอที่จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของสัตว์ป่าแต่ละแห่ง สังเกตมาหลายปีแล้วว่าป่าหลายแห่งที่มีช้างอยู่อาศัย เหมือนกับว่าช้างมันเพิ่มจำนวนขึ้น เลยทำให้เวลาเที่ยวป่าเราก็จะพบช้างบ่อยขึ้นด้วย แล้วหลายที่ตัวเลขก็ยืนยันเช่นนั้น อย่างเช่นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย สถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวงเขาสำรวจปี 49 เห็นว่าเจอช้างราวๆ 50 ตัว แล้วก็สำรวจเก็บจำนวนมาทุกๆปี ปี 58 เขาบอกว่าภูหลวงมีช้างอยู่ 97 ตัว แสดงว่าช้างมันเพิ่มขึ้น นี่ว่ากันเฉพาะช้างป่านะ ส่วนช้างบ้านอย่างที่ผมไปดูที่บ้านตากลาง เห็นช้างเด็กๆ ตลอด แสดงว่าช้างบ้านเราแม้จะตั้งท้องนานเป็นปี แต่ก็ตกลูกไม่ยาก

ผมมองว่าเราอนุรักษ์ช้าง เราสร้างจิตสำนึกการอยู่ร่วมกัน สร้างการยอมรับระหว่างคนกับช้างได้มากขึ้น แม้ว่าจะยังคงได้ยินข่าวพบซากช้างป่าถูกล่าเอางาที่โน่นที่นี่บ้าง แต่ก็ถือว่าไม่มาก เมื่อเทียบกับอดีต แต่ที่เป็นปัญหาให้ได้ยินข่าวอยู่บ่อยๆ ก็คือ ช้างออกมาหากินในพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งก็ว่ากันไปหลายรอบแล้วละว่า เป็นเพราะชาวบ้านไปบุกรุกพื้นที่ที่ช้างมันเคยอยู่เคยหากิน ย้อนหลังไป 10 ปียังเป็นป่า เป็นที่ที่ช้างออกมาหากินได้ เดี๋ยวนี้เป็นไร่ เป็นบ้านคนหมดแล้ว อย่างที่อำเภอแก่งหางแมว จันทบุรี แต่คนเขาก็ยอมรับว่าช้างแค่ออกมาหากิน และคนไปรุกที่ช้างจริงๆ ก็เลยอะลุ่มอล่วยกัน พอช้างออกมาก็ค่อยๆ ไล่เข้าป่า และก็ต้องยกเครดิตให้บรรดาหน่วยงานอนุรักษ์ทั้งราชการและเอกชนที่ช่วยกันสร้างสำนึกอนุรักษ์ช้างได้ดีแบบนี้

แต่ปัญหาช้างกับคนก็ยังมีอยู่ดี อย่างเร็วๆ นี้ช้างไปโดนลวดไฟฟ้าตาย 3 ตัวที่ห้วยสัตว์ใหญ่ หัวหิน เห็นแล้วอนาถใจ แค่กันไม่ให้ช้างลงมากินน้ำในบ่อของไร่ที่ทำเป็นที่ปฏิบัติธรรม ถึงกับปล่อยไฟฟ้าขนาดช้างมาโดนแล้วตายจนได้ นี่คือคนจากที่อื่นมาอยู่ในพื้นที่แล้วไม่เข้าใจวิถีของการอยู่ร่วมกับช้าง

ชาวบ้านที่มีพื้นที่ทำกินที่ช้างลงมาหากิน เขาก็จะป้องกันไปแล้วแต่จะคิดกันได้ อย่างในช่วงที่พืชไร่ออกผล อย่างสับปะรด เขาจะมีคนมาเฝ้าไร่ทุกคืน ก่อกองไฟ บางที่ก็เอาปะทัด ลูกแตก ที่มันแค่เกิดเสียงดัง ไล่เวลาช้างลงมา บางที่ทำตะเกียงน้ำมันก๊าดไปตั้งไว้ตลอดแนวไร่ของตัวเอง บางที่ก็เอาแผ่นซีดีนี่แหละไปห้อยไว้ ให้มันหมุนไปมาวิบแว่บๆ ล่าสุดมีการเอาวิทยุไปเปิดในไร่ทั้งคืน ให้มีเสียงคนพูด เสียงเพลง เหมือนกับว่ามีคนอยู่ ฯลฯ ทุกอย่างนี้ใช้ได้ผลหมด แต่แค่ไม่กี่ครั้ง พอช้างเขาเรียนรู้ว่าไอ้นี่ไม่มีอันตราย เขาก็ไม่กลัว กันเขาไม่ได้อย่างเดิม บอกแล้วว่าช้างไทยนี่ฉลาดสุดๆ ลงมากินจนพืชไร่พัง ทางกรมอุทยานฯ ที่มีกองทุนชดเชยความเสียหายอันเกิดกับทรัพย์สิน แต่ไม่ครอบคลุมถึงการเสียชีวิตอันเกิดจากช้าง กองทุนนี้ก็ร่อยหรอลงไปเยอะแล้วครับ เพราะปีหนึ่งต้องชดเชยกันหลายราย

เร็วๆนี้ ท่านรองอธิบดีฯ อดิษร นุชดำรงค์ ที่ท่านดูแลงานด้านอนุรักษ์ และ ผอ.เตือนใจ นุชดำรงค์ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ เลยชวนไปดูวิธีการป้องกันช้างแบบใหม่ที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย เขากำลังทดลองและดูท่าว่าจะได้ผลดี เรียกว่า ”รั้วรังผึ้ง”

หลักการง่ายๆ คือแค่ให้ผึ้งมาไล่ช้าง โดยเขาเอาผึ้งมาเลี้ยงในลังไม้ เหมือนที่เราเห็นเขาเลี้ยงเอาน้ำผึ้งนั่นแหละ แต่แทนที่จะวางไว้กับพื้น เขาก็เอาเชือกมาโยงผูกกัน ในระยะที่สูงพอๆ กับตัวช้าง พอช้างจะเข้ามากินพืชไร่ที่มีรั้วรังผึ้งที่แขวนอยู่ เขาก็จะเอางวงดึงเชือก พอดึงเชือก เชือกมันก็ไปโยกรังผึ้งที่แขวนอยู่ ผึ้งมันก็แตกออกมา รุมตาบ้าง ปลายงวงหรือจุดอ่อนต่างๆ พิษผึ้งอาจจะไม่มากที่จะทำอันตรายช้างได้ แต่ช้างมันรำคาญก็จะหนีไป ซึ่งเท่าที่ดูจากวีดีโอที่เขาตั้งไว้บันทึกภาพช้างที่ลงมาที่รั้ว มันก็เป็นแบบที่ว่าจริงๆ พอรังผึ้งโยก แป๊บเดียวช้างเดินหนีเลย ซึ่งดูท่ามันก็ได้ผลดี ที่สำคัญ ไอ้กล่องเลี้ยงผึ้งนี่ มันยังให้น้ำผึ้งอีกด้วย ทั้งไม่ให้ช้างลงมาทำลายพืชไร่ ซ้ำยังได้น้ำผึ้งอีกนี่นับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

แต่ปัญหามันอยู่ที่...ลงทุนสูงมาก ผึ้งลังหนึ่ง ต้นทุนเป็นหมื่น เพราะเขาต้องเลือกผึ้งสายพันธุ์ที่รักรัง ไม่ทิ้งรังง่าย แข็งแรง ให้น้ำผึ้งดี ไล่ช้างได้ผล เห็นว่าสายพันธุ์ที่เอามาทดลองนี้เป็นสายพันธุ์ผึ้งอิตาลี ซึ่งถ้าจะเอามาล้อมที่ดินที่ทำการเกษตร อาจจะใช้ผึ้งหลายลัง เพราะผึ้งมีรัศมีในการดูแลรังของมันเอง ในหนึ่งลัง จะมีรังผึ้งเป็นสิบรัง ให้น้ำผึ้งเพียบ อย่างที่บอกว่าทุนสูง กันช้างได้ผลจริงแต่ชาวบ้านจะเอาเงินที่ไหนมาลงทุน อันนี้แหละต้องคิดต่อจะให้ภาคเอกชนมาช่วยลงทุนหรือจะเอาเงินกองทุนหมู่บ้านที่รัฐบาลท่านให้ตำบลละ 5 ล้าน มาทำก็ไม่ต้องทำอย่างอื่นกันพอดี

วิธีนี้เป็นวิธีที่ให้ธรรมชาติควบคุมกันเอง แต่ก็อยู่ในขั้นการทดลอง ซึ่งถ้าได้ผลจริง ก็คงจะกระจายไปใช้กันทั่ว แต่ก็อดคิดต่อไม่ได้อีกว่าถ้ากันช้างได้จริงๆ แต่ทั้งน้ำและอาหารในป่ายังมีอย่างจำกัด ช้างจะยอมโดนผึ้งต่อยหรือจะยอมอดตาย

เขียนเรื่องช้างทีไร ปัญหาใหญ่ทุกที ไม่เขียนถึงพอมีข่าวช้างตายก็เศร้าใจทุกทีเหมือนกัน ก็ต้องแก้กันไปเรื่อยละครับ คนผมก็รัก ช้างผมก็รัก เรื่องนี้เลยเข้าข้างใครไม่ได้เลย ได้แต่ย้ำเตือนว่า ที่รุกๆ พื้นที่ช้างไปนั้น ให้พอแค่นี้ รุกไปปลูกยางพารา (ทั้งๆ ที่ราคาตกขนาดนี้ก็ยังปลูกยางกันอีก) อย่ารุกต่อ ปล่อยให้ช้างมีที่หากินของเขาบ้าง ไม่ใช่แต่คนจะหากินอย่างเดียว

ห้ามช้างไม่ให้ลงมาทำลายพืชไร่ ผมว่าง่ายกว่าห้ามคนไม่ให้รุกป่าอีกนะ พับผ่าสิ...