วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เซลฟี่เจ้าปัญหา

ยุคนี้ ถ้าใครไม่รู้จักเซลฟี่ก็นับว่าเชยเต็มทีและถ้าใครถ่ายเซลฟี่ไม่เป็นก็จะถูกล้อว่าไม่อินเทรนด์

สาเหตุที่เซลฟี่เป็นที่นิยมก็มาจากการเล่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เช่น เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์กันอย่างกว้างขวางนั่นเอง การเซลฟี่เป็นการพิสูจน์ว่าเจ้าของเฟซบุ๊คได้ไปที่นั้นๆ จริง แต่เมื่อมีการถ่ายเซลฟี่มากขึ้น ความสนุกสนานที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งก็ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น เรื่องนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์ สถานที่สาธารณะและชายหาดหลายแห่งในต่างประเทศถึงกับออกระเบียบห้ามการถ่ายเซลฟี่กันเลยทีเดียว


นอกจากนี้ การเซลฟี่ยังอันตรายและสามารถทำให้เสียชีวิตได้ถ้าไม่มีความระมัดระวัง ตัวอย่างล่าสุดเกิดขึ้นที่ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรัก หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองอัคราของอินเดีย เมื่อ 18 กันยายนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น 3 คนกำลังเดินถ่ายรูปเซลฟี่บริเวณบันไดในทัชมาฮาล แต่นักท่องเที่ยวคนหนึ่งลื่นและตกบันไดทำให้ศีรษะกระแทกพื้นหมดสติและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในขณะที่อีก 2 คนได้รับบาดเจ็บขาหัก


การเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวรายนี้ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการเซลฟี่ในปีนี้เพิ่มเป็น 12 ราย ในขณะที่ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากการถูกฉลามทำร้ายของปีนี้มีทั้งสิ้น 8 ราย ทำให้มีผู้กล่าวว่า การเซลฟี่นั้นอันตรายกว่าการถูกฉลามกัดเสียอีก ในจำนวน 12 รายนี้ 4 รายเสียชีวิตจากการหกล้มขณะถ่ายเซลฟี่ ส่วนสาเหตุอื่นคือถูกรถไฟชน เมื่อเดือนมกราคม มีหนุ่มๆ 3 คนที่อินเดียเสียชีวิตจากรถไฟชนในขณะที่พวกเขากำลังพยายามเซลฟี่ที่รางรถไฟ เมื่อเร็วๆ นี้ นักศึกษาจากนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียเสียชีวิตหลังจากพยายามเซลฟี่บนหิน Trolltunga ซึ่งอยู่เหนือทะเลสาบ Ringgedalsvatnet ในประเทศนอร์เวย์


ส่วนในเดือนสิงหาคม ชายชาวเสปนคนหนึ่งถูกวัวขวิดที่คอจากด้านหลังและเสียชีวิตขณะที่เขาพยายามเซลฟี่การวิ่งวัวด้วยโทรศัพท์มือถือของเขา ก่อนหน้านั้น ในเดือนกรกฎาคม วัวไบซันขวิดผู้หญิงคนหนึ่งขณะเธอกำลังถ่ายเซลฟี่กับมันในอุทยานแห่งชาติเยลโลสโตน หญิงวัย 43 ปีนี้มาจากรัฐมิสซิสซิปปี้เป็นนักท่องเที่ยวรายที่ 5 ของอุทยานแห่งนี้ที่ถูกวัวไบซันที่มีน้ำหนักกว่าตันขวิดเอาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม


ปัจจุบัน ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนนักว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเรื่องนี้มีมากขึ้นหรือไม่ แต่ทุกครั้งที่มีเรื่องทำนองนี้ก็จะเป็นข่าวใหญ่เสมอๆ สวนสัตว์บางแห่งต้องปิดไม่ให้เข้าชมเพราะมีนักท่องเที่ยวพยายามถ่ายเซลฟี่กับสัตว์ป่าเช่น หมี วัวกระทิง


รัฐบาลและหน่วยงานหลายประเทศได้เริ่มให้ความสำคัญกับเซลฟี่ว่าเป็น “ภัยคุกคาม” แบบใหม่ต่อความปลอดภัยของสังคมและมีการรณรงค์ให้เห็นถึงอันตรายนี้เหมือนๆ กับการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ ตัวอย่างเช่น รัฐบาลรัสเซียออกมาห้ามการถ่ายเซลฟี่กับหลายอย่างเช่น สิงโต ในรัสเซียมีชายสองคนเสียชีวิตจากการถ่ายเซลฟี่ระหว่างดึงสลักออกจากระเบิดมือ ส่วนสาวรัสเซียอีกคนบาดเจ็บที่ศีรษะขณะกำลังเซลฟี่กับปืน เธอถ่ายรูปพร้อมๆ กับเอาปากกระบอกปืนจ่อที่ศีรษะและปืนลั่นใส่ศีรษะโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนสาวอีกคนวัย 21 ปีตกลงจากสะพานในมอสโคว์ขณะกำลังพยายามเซลฟี่ขณะห้อยต่องแต่งจากสะพาน


กระทรวงมหาดไทยของรัสเซียประกาศเตือนการเซลฟี่ว่า “อาจทำให้คุณเสียชีวิตได้” นักเซลฟี่ทั้งหลายควรระมัดระวังเมื่อเซลฟี่กับอาวุธ ของมีคม สัตว์อันตรายและรถไฟ ผู้ช่วยรัฐมนตรีมหาดไทยกล่าวว่า ก่อนจะเซลฟี่ ทุกคนควรคำนึงถึงความจริงที่ว่า การแข่งให้มีคนมากด “ไลค์” สามารถทำให้คุณเสียชีวิตได้ “รูปที่คุณคิดว่าแน่ที่สุดอาจได้รับการตีพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์งานศพของคุณเองก็ได้” ส่วนสหภาพยุโรปกำลังเสนอให้มีกฎหมายห้ามการนำภาพสถานที่สำคัญๆ เช่น หอไอเฟลในปารีสหรือน้ำพุเทรวี่ในกรุงโรมโพสต์ในโซเชียลมีเดียต่างๆ


ตัวอย่างล่าสุดของการป้องกันอันตรายจากการเซลฟี่คือการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาห้ามการเซลฟี่ด้วยไม้เซลฟี่ในระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเพื่อเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติที่นครนิวยอร์คระหว่างวันที่ 22-27 กันยายนนี้


แต่รัฐบาลออสเตรเลียมีการรณรงค์ให้มีการเซลฟี่ในออสเตรเลียและส่งรูปเข้าประกวดโดยผ่าน application ที่ทำขึ้นมาเพื่อการนี้ นอกจากนี้ยังโปรโมทด้วยการชักจูงให้เซลฟี่โดยมีการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว 10 แห่งในออสเตรเลียที่เหมาะกับการเซลฟี่ด้วย