ชีวิตดี๊ดีที่ 'มารดาดี'

ชีวิตดี๊ดีที่ 'มารดาดี'

ตื่นนอนตอนเช้าตรู่ ชงกาแฟหอมกรุ่นมานั่งจิบเบาๆ ตรงระเบียงไม้บ้านแบบหลองข้าว

สูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์จนเต็มปอด แล้วนั่งเหม่อมองสายน้ำปิงที่ไหลเอื่อยใต้ร่มจามจุรีที่กำลังผลิดอกพู่เล็กๆ สีชมพูเต็มต้น ณ มารดาดี เฮอริเทจ ริเวอร์ วิลเลจ (Marndadee Heritage River Village)


หลองข้าว (Rice Barn Villa) สร้างใหม่จากแรงบันดาลใจของหลองข้าวโบราณ สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของผู้คนในชุมชน และการได้หวนคิดย้อนอดีตไปสู่ความสุขสงบของวิถีชนบท ท่ามกลางแสงแดดที่ทอดลงมาอ่อนๆ ริมแม่น้ำปิงยามเช้า แม้นในยามค่ำคืนเราสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศท่ามกลางสายลมอ่อนๆ และแสงดาวที่ระยิบระยับเต็มฟากฟ้า


พัชรวิไล ภัทโรพงศ์ เล่าว่าเธอกับสามี (ศรัณย์ ภัทโรพงศ์) เริ่มสะสมของเก่าเมื่อ 10 ปีก่อน เช่น ประตูโบราณ ที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษ เดิมอยู่ในวังเก่าใจกลางกรุงเทพมหานคร จุดเริ่มต้นมาจากประตู 4 บานที่มีลวดลายฉลุสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ประตู 4 บานกลายเป็นส่วนหนึ่งของตึกลานนาโคโลเนียล (Lanna Colonial) ที่ผู้มาเยือนจะได้ย้อนสู่ยุคอาณานิคมในศตวรรษที่ 19 เป็นยุคที่เฟื่องฟูหรูหราของคหบดีจีน ที่ผสมผสานกลิ่นอายของอารยธรรมตะวันตกแบบยุโรป


“จุดเริ่มต้นการสร้างโรงแรมมาจากการที่เราชอบเดินทางท่องเที่ยว ได้เห็นวัฒนธรรมอะไรหลายอย่าง แล้วก็หลงเสน่ห์ความแอนทีค จนเราไปได้ประตู 4 บ้าน ไปเที่ยวเขาใหญ่แล้วได้รู้จักร้านโอเล้ง เป็นของเก่าชิ้นแรกที่ซื้อ หลังจากนั้นก็หลงรักของเก่าสะสมเพิ่มอีกหลายอย่าง เช่น ที่นั่งพระ ตู้พระธรรม เฟอร์นิเจอร์ ภาพวาด หลังจากสะสมของเก่ามา 10 ปีก็คิดจะสร้างบ้านที่เชียงใหม่เพราะหลงเสน่ห์เชียงใหม่ ชีวิตช้าๆ เนิบนาบ ภาษาเหนือก็ไพเราะ ก็เลยมาดูที่แปลงนี้ สถาปนิกบอกว่าถ้าจะเอาของสะสมทั้งหมดมาแต่งบ้านก็คงเป็นบ้านที่ใหญ่มาก เพราะฉะนั้นสร้างโรงแรมเล็กๆ ดีกว่าไหม เล็กไปเล็กมากลายเป็น 36 ห้องแล้วเปิดเป็นโรงแรมเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2013 พอปี 2014 ก็ได้รางวัล ไทยแลนด์บูทีคอวอร์ด”


เนื่องจากไม่ได้เรียนด้านการโรงแรมมาก่อน เจ้าของโรงแรมจึงมีคอนเซ็ปต์ว่าดูแลแขกให้อบอุ่นเหมือนแขกมาพักที่บ้าน ไม่ต้องคิดถึงความเป็นโรงแรม 4 ดาว หรือ 5 ดาว


“เรามีของเก่าอยู่ 300 กว่าชิ้นอัดแน่นอยู่ในห้องเก็บของ ถ้าต้องใช้อินทีเรีย งานหนักของเราคือต้องถ่ายรูปให้เขา ต้องคำนวนความกว้างยาว แล้วมาคิดกันอีกว่าจะวางอะไรไว้ตรงไหน งั้นไม่ต้อง ทุกอย่างอยู่ในหัวแล้วทำเองเลยดีกว่า ประตูหน้าต่างเราก็ซื้อเก็บๆ ไว้มาวางแปลนเอง ใช้เวลาสร้างนานประมาณ 5 ปีเลย เพราะเราทำไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นงานอดิเรก ใกล้เปิดโรงแรมยังคิดเลยว่าตอนทำเรามีความสุข ตอนโรงแรมเปิดเราจะมีความสุขไหมนะ”


เนื้อที่ทั้งหมด 6 ไร่ มีที่พัก 4 แบบก็คือ “หลองข้าว” หรือยุ้งข้าวที่เก็บสะสมซื้อมา 9 หลัง มีลายฉลุใต้หน้าต่างเป็นลายโบราณที่ติดมากับยุ้งข้าวโบราณ มีเตียงโบราณกว้าง 7 ฟุตนอนสบาย และมีตึกลานนาโคโลเนียล และ ตึกชิโนโคโลเนียล (Sino Colonial) เป็นอาคารลูกผสมระหว่างตะวันตกและจีน ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ช่วงเวลาที่ชาวจีนอพยพมาตั้งรกรากอยู่ในเชียงใหม่เป็นคหบดีที่ร่ำรวย ซึ่งกำเนิดสถาปัตยกรรมแบบนี้จะพบเห็นได้ย่านตึกเก่าถนนท่าแพ ชั้นล่างมีเพดานสูงโปร่ง กำแพงหนา มีความร่มรื่นแม้ในเวลาที่แสงแดดสาดส่อง และเพิ่งสร้างอาคาร “โอเรียลทอลโคโลเนียล”


“แขกที่มาพักที่นี่สามารถทำกิจกรรมที่อิงกับท้องถิ่น เช่น ปลูกข้าว เกี่ยวข้าว มีจักรยานให้ปั่นเลาะแม่น้ำปิงไปเที่ยวชมฝาย มีชุมชนเลี้ยงปลาทับทิมที่อร่อยมาก เพราะเขาเลี้ยงในกระชังธรรมชาติ ตอนบ่ายเราจะมีกิจกรรมพับใบเตยเป็นดอกกุหลาบ หรือสอนตัดตุง สอนแกะสลักผลไม้ กิจกรรม 7 วัน 7 อย่างไม่ซ้ำกันเลย บริการให้ฟรี แขกฝรั่งชอบมาก มีคุกกิงคลาสสอนทำอาหาร สอนทำขนมครก มีรถฟรีบ่ายสองไปบ้านถวาย กลับมาบ่าย 4 โมง จะมีรถเข้าเมืองฟรี 10.30 น. ศุกร์เสาร์ที่มีถนนคนเดินก็จะมีรถเข้าเมืองรอบเย็นอีก”


เจ้าของโรงแรมเล่าว่า ห้องอาหารมีห้องเดียว บริการอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น จุดเด่นของโรงแรมนี้อยู่ที่การตกแต่งที่แต่ละห้องไม่เหมือนกันเลย เนื่องจากเป็นเฟอร์นิเจอร์แอนทีคของจริง


“ทีแรกเราก็หวงของมาก เพราะตู้เสื้อผ้าจากยุโรปแท้ๆ ถ้าคนมาพักแล้วใช้พังจะเสียดายมาก สามีก็บอกว่า ของทุกอย่างเราเป็นแค่ผู้รักษาในช่วงอายุของเราเท่านั้น เราต้องเผยแพร่ให้คนอื่นๆ ได้ชื่นชมบ้าง เก็บไว้ดูเองก็ไม่มีประโยชน์ อย่าไปยึดติดว่าเป็นของเรา ก็เลยเปลี่ยนความคิด พอเปิดโรงแรม แขกที่มาพักน่ารักมาก มีแขกยุโรปคนหนึ่งบอกว่าภรรยาเขาพักโรงแรมห้าดาวมาเยอะแต่ไม่เคยเห็นพฤติกรรมแบบนี้ของภรรยามาก่อน เธอจะเดินเบาๆ เวลาแปรงฟันเสร็จ เช็ดอ่างจนแห้ง ใช้ของอย่างระมัดระวัง” ดังนั้นเชื่อว่าผู้ที่มาพักคงเป็นคนที่รักของเก่าเช่นเดียวกับเธอ


ปลายฝนต้นหนาว เชียงใหม่สวยงามเป็นพิเศษโดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมได้ใช้ชีวิตเนิบๆ นอนอ่านหนังสือ นั่งเล่นอินเทอร์เน็ต ว่ายน้ำในสระน้ำแร่ นวดผ่อนคลายที่สปา นั่งจิบชาบนระเบียงบ้าน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

....................


ที่ตั้ง : ตำบลขัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
จุดเด่น: แอนทีคโฮเทลท่ามกลางธรรมชาติ
ราคา: โลว์ซีซั่น 2,000-3,000 บาท
ติดต่อ: โทร. 0 5310 3703 Fax: 0 5310 3702, www.marndadee.com