หลายคนเลือก “รักในสิ่งที่ทำ” แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่เลือก “ทำในสิ่งที่รัก”
แน่นอนว่าคนที่เลือก “รักในสิ่งที่ทำและทำในสิ่งที่รัก” นั้น จำนวนเบาบางกว่าตัวเลือก 2 ข้อแรกมากนัก
เดอะ ทำนา โฮเทล เป็นโรงแรมเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในปาล์ม สปริงส์ เรสซิเดนซ์ บริเวณถนนมหิดล ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่เกิดขึ้นมาจาก “ความรัก” ของ บีน ลิมปิชาติ กับ อาณาจักร ทำนา ที่เลือก “ทำในสิ่งที่รักและรักในสิ่งที่ทำ” และมันก็เป็นความปรารถนาที่ทั้งคู่ต้องการอย่างพร้อมใจ
บีน เล่าให้ฟังว่า ก่อนนี้เธอและสามี(อาณาจักร) เคยทำที่พักชื่อ “เพลิน เชียงใหม่ รูม แอนด์ เพลกราวด์” แถวถนนวัวลาย แต่เกิดปัญญาจึงย้ายมาเปิดในสถานที่ใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “เดอะ ทำนา”
“อยากทำโรงแรมเหมือนเดิม เพราะมันถูกจริตกับเรา คือเราไม่ได้เดือดร้อนกับการโดนปลุก ไม่ได้เดือดร้อนกับการต้องไปส่งแขกกลางคืน ทั้งสามีภรรยาชอบ เรารู้สึกว่าบริการคนสนุกดีนะ ยังไงก็ต้องทำเป็นอาชีพ เป็นสิ่งที่เราทำได้ อีกอย่างเราต้องเลี้ยงลูก ก็ไม่รู้จะไปทำอาชีพไหนที่อยู่กับเขาได้ด้วย”
ธุรกิจโรงแรมจึงเป็นสิ่งที่ครอบครัว “ทำนา” เลือก และเริ่มต้นใหม่อีกครั้งอย่างตั้งใจ โดยบีนเล่าว่า ในช่วงที่หาทำเลใหม่ค่อนข้างยาก เพราะยังไม่ค่อยโดนใจ หรือยังไม่สะดวกมากพอ กระทั่งมาเจอโรงแรมเล็กๆ ที่เคยใช้ชื่อว่า “ปาล์ม สปริงส์ ลอด์จ” เกิดอาการถูกใจ จึงขอเจรจากับเจ้าของพื้นที่ และสุดท้ายก็กลายมาเป็นโรงแรม เดอะ ทำนา
ภายในพื้นที่ราว 3 ไร่ของเดอะ ทำนา ถูกจัดสรรอย่างลงตัว โดยด้านหน้าเป็นอาคารสีขาว 3 ชั้นสไตล์เซาท์เวสท์ หรือบ้างก็ว่าเป็นสไตล์สแปนิช ซึ่งบีนมองว่า ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะสเปนมีอาณานิคมอยู่หลายที่ แต่ถ้าใครมาจากแคลิฟอร์เนียก็มักจะเรียกว่าที่นี่คือเซาท์เวสท์สไตล์
“จริงๆ ของเดิมเขาดีอยู่แล้ว ทั้งการก่อสร้างหรือของที่ใช้ แม้กระทั่งเก้าอี้หรืออะไร บีนคิดว่าตอนเปิดตัวแรกๆ น่าจะสวยมาก เขาเปิดตัวเป็นโรงแรม 4 ดาว มีห้องอาหารฝรั่งเศสเลยนะ แต่กาลเวลาล่วงเลย คือเขาเปิดมาเป็น 10 ปีแล้ว และก็ไม่ได้รับการดูแลมากมาย พอเรามาทำ เราก็ทำในแบบของเรา”
ตัวอาคารถูกห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวร่มครึ้ม พร้อมกับต้นตีนตุ๊กแกที่เลื้อยขึ้นไปปกคลุมกำแพงสีขาวจนดูราวกับผลงานศิลปะ ด้านหน้าริมระเบียงทางเดินของทุกชั้นจะมีเก้าอี้ให้นั่งชิลล์ชมสวน
ด้านในอาคารมีห้องพักขนาด 50 ตารางเมตร ทั้งหมด 20 ห้อง ใน 5 รูปแบบ คือ Deluxe King1, Deluxe King2, Deluxe Twin, Deluxe Triple และ Family5
“เดอะ ทำนา เริ่มต้นก็เป็นร้านที่เราคอนเซิร์นเรื่องกรีนมาตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจ เราก็ยังเชื่อเหมือนเดิม อย่างการอบรมแม่บ้าน เราจ้างครูออยที่เป็นแม่บ้านแนวกรีนมา คือจริงๆ ไม่อยากบอกหรอกว่าเราใช้ออร์แกนิค แต่เราพยายามใช้ธรรมชาติ เรายังรับไข่จากฟาร์มที่ลำพูนอะไรแบบนี้”
ฉะนั้นข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ในเดอะ ทำนา จึงเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็น สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ฯลฯ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม Mum Mun Made หรือ “แม่มันทำ” นั่นเอง
“ตอนแรกต้องปรับตัวกันเยอะ เพราะพนักงานหลายคนก็มาจากโรงแรมที่เป็นรูปแบบโรงแรมจ๋า โรงแรมใหญ่ด้วย พอมาทำแบบนี้ก็คุยกันว่ามันอาจจะไม่ใช่นะ เพราะเป็นโรงแรมเล็ก จะแบ่งหน้าที่ชัดเจนก็คงไม่ได้ แต่ที่อยู่ด้วยกันมาเขาก็มีน้ำใจช่วยเหลือทุกอย่าง” บีนหมายถึงการทำงานของทุกคนในเดอะ ทำนา ที่ดูแลกันคล้ายคนในครอบครัวมากกว่าพนักงานในโรงแรม
นอกจากเรื่องที่พักแสนสบายในบรรยากาศสุดอบอุ่นแล้ว เรื่องอาหารการกินและร้านกาแฟสุดชิคของที่นี่ก็มีแฟนขาจรขาประจำแวะมาการันตีความอร่อยกันอยู่เสมอ
“ส่วนของร้านอาหารจะมี 2 ส่วน คือร้านกาแฟ ชื่อ เมอร์กาบ้า(Merkaba Coffee) ของน้องต่อ คือตอนแรกเราจะเปิดร้านกาแฟเองแล้ว แต่ไม่กี่วันก่อนจะเปิดไปเจอน้องเขา เขาเป็นคนที่ crazy เรื่องการชงกาแฟมาก ชงไม่ดีก็ทิ้ง ชงอยู่นั่นแหละ และพยายามแข่งบาริสต้าบ่อยๆ เราก็เลยถามว่าสนใจมาทำตรงนี้มั้ย คือเดิมเขามีร้านของตัวเองชื่อเมอร์กาบ้าอยู่แถวช้างเผือก เราก็เลยให้เขายังคงตัวตนของเขาอยู่
แล้วก็มีส่วนของคุณนีน่า นีน่ามีร้านอาหารอินเดียนอยู่แล้ว ชื่อ มาม่าส์คิทเช่น(Mama’s Kitchen) มีอยู่วันหนึ่งนีน่าเขาโทรมาหา ถามว่าเราย้ายไปอยู่ที่ไหน เราก็บอกว่าอยู่ที่นี่ เขาก็ขอเข้ามาหา เข้ามาคุย เขาชอบสถานที่ เราก็บอกถ้านีน่าสนใจจะเข้ามาทำก็ได้นะ แล้วก็เป็นส่วนของมาม่าส์คิทเช่นไป”
กาแฟก็อร่อยสมคำร่ำลือ ส่วนอาหารก็ถือเป็นหน้าตาของเดอะ ทำนา เลยทีเดียว เพราะเป็นสไตล์อินเดียนแท้ๆ จากประสบการณ์ 18 ปีในต่างประเทศ ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาแต่ละคนต่างชมเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยจนต้องมาซ้ำอีกเป็นครั้งที่ 2, 3, 4, ...
“เราเลือกอาหารอินเดียนเพราะว่าอินเดียนมันเป็นอินเตอร์แนชั่นแนล เราก็มอง ถ้าเป็นอาหารฝรั่ง พิซซ่าอะไรก็มีคนเปิดเยอะ มีหลายคนบอกว่าทำไมไม่เปิดร้านทำนาของตัวเอง ก็กลัวมันจะเหนื่อยกว่านี้ แค่นี้ก็วุ่นแล้ว แล้วเป็นจังหวะที่นีน่าเข้ามาพอดี เขาทำอาหารอร่อย คนที่พักในนี้ก็คนต่างชาติเยอะ จึงลงตัวที่อาหารอินเดียน”
แม้จะเพิ่งเปิดให้บริการมาได้ไม่นาน แต่ก็ดูจะมีลูกค้าต่างชาติต่างภาษาจองเข้ามามากมาย ทั้งเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส จีน หรือไทย ส่วนใหญ่จะมาในแบบครอบครัว เพราะที่นี่มีพื้นที่สนามกว้างขวาง เหมาะที่จะเป็นสนามเด็กเล่นของเด็กๆ
“เราได้หุ้นส่วนเป็นนักดนตรีด้วย จะเห็นว่าบางวันก็จะมีการมาซ้อมดนตรี หรืออย่างวันอาทิตย์มีแจ๊สมาลง มานั่งฟังเพลงกันสบายๆ ตอนนี้เรามีโปรโมชั่น เพราะอยากให้คนมาจัดงานแต่งงานที่นี่ คือคู่รักที่จะแต่งงานปีนี้ ใครมาจัดเราให้สถานที่ฟรีเลย ไม่คิดค่าสถานที่ แต่ต้องจัดงานกับออร์แกไนซ์ที่เราเลือก เพราะว่าเรามั่นใจว่าเขาทำงานสวย นั่นคือ “สะบัดบ๊อบ” เขาเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ทำงานเก๋ งานที่เขาทำก็เข้ากับพื้นที่เรา เราก็บังคับหน่อยว่าถ้าจัดก็จัดได้ แต่ต้องทำกับสะบัดบ๊อบเท่านั้นนะ ซึ่งก็มีมาแล้ว 1 รายสำหรับเดือนธันวาคม”
บีนเล่าว่า ในอนาคตจะเพิ่มเติมในส่วนของสระว่ายน้ำเข้ามา แล้วจัดสวนแนวตั้ง พร้อมกับติดไฟเพิ่มแสงสว่าง ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกสบายของแขกที่จะเข้ามาพักเป็นสำคัญ
นอกจากนี้เธอยังพยายามจะหากิจกรรมให้ลูกค้าทำระหว่างวัน เช่น การทำขนม การแกะสลัก การทำของเล่นไม้ไผ่ ฯลฯ ซึ่งคาดว่าปลายปีที่เป็นฤดูท่องเที่ยวอาจจะเห็นโปรแกรมกิจกรรมออกมาอย่างชัดเจน
การเดินทางเป็นสิ่งที่คนจำนวนหนึ่งรักและเลือกที่จะใช้ชีวิตไปกับการเดินทางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่สำหรับคนที่อยากมีชีวิตนิ่งๆ อยู่กับที่ พวกเขาเลือกที่จะลงหลักปักฐานแล้วสร้างความรักเล็กๆ ขึ้นมาบนพื้นที่ที่พวกเขาเรียกมันว่า “อาณาจักรแห่งความสุข”
.................
ที่ตั้ง : Palm Springs Residence ถนนมหิดล ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
จุดเด่น : โครงสร้างอาคารสวยงาม ร่มรื่น และอบอุ่นแบบครอบครัว
ราคา : 1,800 / 2,500 / 3,400 และ 4,800 บาท
ติดต่อ : โทรศัพท์ 08 8253 5568, 08 6662 6060 หรือ www.facebook.com/thethamnahotel





