การสนทนาครั้งนี้ วางอยู่บนพื้นฐานของการให้คะแนน 1-10 และเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่อุดหนุนทุนโดย สศร. ก.วัฒนธรรม
มีพื้นเพการศึกษาในสาขาการจัดการโรงแรม จากวิทยาลัยดุสิตธานี แต่วันนี้ วิรุณ เลิศปัญญาไว วัย 32 ปี ก้าวมาสู่งานบริหารจัดการด้านกิจกรรมดนตรีแจ๊ส ในนามของ Sweets Records ที่มีคอนเสิร์ตต่อเนื่องให้แฟนเพลงได้ติดตามกัน
จากคนฟังเพลง หันมาเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ขายซีดีและจัดดนตรีแจ๊สเล่นภายในร้าน จนกระทั่งมาเป็นโปรโมเตอร์ผู้จัดดนตรีแจ๊ส ในรูปแบบ “นิวยอร์ค สไตล์ แจ๊ส คลับ” เน้นเรื่องเพลงคุณภาพ เพื่อให้คนฟังได้เสพดนตรีที่ดี และให้นักดนตรีได้แสดงออกอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเน้นเรื่องการตลาด นับเป็นความท้าทายที่น่าติดตามไม่น้อย
การสนทนาครั้งนี้ วางอยู่บนพื้นฐานของการให้คะแนน 1-10 และใช้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิจัยการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมดนตรีแจ๊สในประเทศไทย ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
ความคิดเห็นต่อสภาพดนตรีแจ๊สในประเทศไทย
5 คะแนน คือไม่ถึงกับดี ไม่ถึงกับแย่ กลาง ๆ ด้วยปัจจัยหลาย ๆ ด้าน เราพบว่างานที่ดีก็มี งานที่ไม่ดีก็เยอะ สภาพโดยรวม ทั้งผู้จัด ผู้เล่น ผู้ฟัง ยังไม่ใช่แบบที่ควรจะเป็นเหมือนกับที่นิวยอร์คหรือญี่ปุ่น ดนตรีแจ๊สที่อเมริกาถือว่าเป็นจุดกำเนิด เพราะฉะนั้นมันจึงมีความเป็นวัฒนธรรมสูง มันเป็นศิลปะ มันเกินจากคำว่าดนตรีไปแล้ว เป็นรากเหง้าของคนอเมริกัน
คุณภาพของดนตรีแจ๊สไทยในปัจจุบัน
ให้ 7 คะแนน คือนักดนตรีที่มีฝีมือมีจำนวนไม่น้อย แต่ขาดการสร้างงาน ขาดการสร้างสรรค์งานเหมือนศิลปินในระดับอินเตอร์ จุดเริ่มต้นก็เริ่มจากไม่มีอะไรเลย เรียนจบ สร้างงาน มีเว็บไซต์ ออกไปหางาน ได้ฝันฝ่าชีวิตของการเป็นนักดนตรีจนผู้คนยอมรับในความสามารถของเขาจริง ๆ มีแฟนคลับ มีค่ายเพลงมาสนับสนุนการทำอัลบั้ม มีทัวร์รอบโลก มันบ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพ แต่บ้านเรา ผมว่ายังไม่ถึงจุดนั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะยังไม่มีดีมานด์มากพอ ทำให้ศิลปินส่วนหนึ่งต้องพับกระเป๋ากลับไป เลยทำให้ไปไม่ถึงคุณภาพที่ว่า
คุณภาพของสถาบันการศึกษา
8 คะแนน 3 สถาบันหลักมาตรฐานดีอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้เทียบกับสถาบันในอเมริกา อย่างไรอเมริกาก็ดีกว่าเรา เพราะเขาเป็นเหมือนต้นตำรับ อาจารย์ผู้สอนก็มีคุณภาพเป็นระดับที่ทั่วโลกต่างยอมรับ ด้วยประสบการณ์ ด้วยความสามารถ ในขณะที่บ้านเราอาจารย์ดี แต่สิ่งแวดล้อมมันไม่อำนวยเหมือนกับที่นิวยอร์ค หรือญี่ปุ่นมีกัน ดังนั้น มันอาจจะยังไม่ดีเท่าที่ควร
สถานที่ของดนตรีแจ๊สในเมืองไทย
ในกรุงเทพให้ 6 คะแนน ถ้าภาพรวมทั้งประเทศ ผมให้ 5 ที่ทางของดนตรีแจ๊สจะเห็นได้ว่ากระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพ ในต่างจังหวัด เห็นที่เชียงใหม่ที่เดียว ภาคใต้ภาคอีสาน ก็คนละโลกเลย จริง ๆ แจ๊ส จะไปซ่อนตามโรงแรม แต่ว่าเป็นอีกรูปแบบหนุึ่งของดนตรีแจ๊ส มันไม่สามารถเล่นแบบจริงจังได้ นับว่ายังขาดแคลนอยู่ในหลาย ๆ ด้าน ยังต้องพัฒนาไปอีกเยอะ ต้องช่วยกันผลักดัน
ความสนใจของประชาชนที่มีต่อดนตรีแจ๊ส
ผมให้ 10 ในส่วนของ quality ของคนฟัง โดยหมายถึงกลุ่มคนที่เป็นแฟน เป็นแจ๊สคลับของคนไทย แต่ถ้าพูดถึงปริมาณ คนผมให้แค่ 1 หรือ 2 เพราะคนกลุ่มนี้ก็มีจำนวนน้อยมาก
โดยส่วนตัวผมมองว่า ดนตรีแจ๊ส ควรเข้าไปหาคนส่วนใหญ่มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ดนตรีแจ๊สมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบฟังง่าย ฟังยาก คนฟังเพลงคงมีความรู้สึกอยากที่จะฟัง ไม่มากก็น้อย ถ้าหากจังหวะ เวลาหรือสถานที่มัน match กัน แล้วถ้าวงที่เล่นบรรเลงได้ตรงกับคาเรกเตอร์ที่เขาชอบ มันก็จะเป็นการเพิ่มฐานกลุ่มคนฟังขึ้นมาได้
แจ๊สเฟสติวัลในประเทศไทย
โดยส่วนตัว ผมยอมรับงานเดียวครับที่เป็นแจ๊สแบบคุณภาพ คือที่มหิดล TIJC ด้วยศิลปิน ด้วยปริมาณ ด้วยคุณภาพงาน ให้ได้ถึง 10 คะแนน แต่ถ้าเฉลี่ยทุกงานก็ให้ที่ 6 คะแนน
บทบาทสื่อมวลชนในการนำเสนอดนตรีแจ๊สไทย
มองว่าน้อยมาก ๆ ให้ 2 คะแนน คือมีงานต้องใหญ่จริง ถึงจะผ่านสื่อออกมาได้ ถ้างานเล็กหรืองานไม่ดังพอ ก็จะไม่ได้เข้าไปในสื่อเลย ถ้าสื่อเปิดมุมที่นำเสนอเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมมากขึ้น น่าจะทำขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนในวงการดนตรี หรือให้คนทั่วไปได้เข้าถึงข่าวคราวของดนตรีแจ๊สมากกว่านี้
บทบาทของภาคเอกชน
จากส่วนตัวที่เคยวิ่งเข้าไปขอการสนับสนุน ผมว่าแค่ 1 คะแนน เขามองผลตอบแทนที่จะได้รับมากกว่าความสร้างสรรค์ เขาต้องการให้บอกได้ว่า ถ้าเขาเข้าช่วยสนับสนุนแล้ว เขาจะได้อะไรบ้าง ได้อะไรที่เป็นรูปธรรม จะมีคนมางานเท่าไหร่ จะมีอิมแพคแบบไหนบ้าง จะมีมีเดียอย่างไร ซึ่งมันเป็นการปิดโอกาสสำหรับคนมี่มีคอนเนคชันไม่มาก คนที่ไม่เป็นรุ่นใหญ่พอที่จะเข้าถึงคนสำคัญขององค์กรสนับสนุน คุณภาพของการจัดงาน บางครั้ง คนรุ่นใหม่ก็มีไอเดียที่ดี ก็น่าจะสามารถร่วมงาน ให้การสนับสนุนกันได้
บทบาทของภาครัฐ
ผมว่าภาครัฐให้การสนับสนุน แต่ไม่สนับสนุนตรงจุดของดนตรีแจ๊ส หลายงานของดนตรีแจ๊ส จะมีนักดนตรีแจ๊สเข้าไปด้วย นักดนตรีแจ๊สต้องเล่าเพลงป๊อปด้วย มันไม่ผิด เพียงแต่ว่าฐานของกลุ่มคนฟังแจ๊สตัวจริง จะไม่คิดถึงงานเหล่านี้เลย จะไม่อยากไปสัมผัสงานประเภทนี้เพราะเขารู้ว่ามันเป็นเอนเตอร์เทนมิวสิค มันคาบเกี่ยวระหว่าดนตรีแจ๊สและคอมเมอร์เชียล การทำงานในลักษณะนี้ มันเหมือนกับการทำงานเอาใจคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้สร้างคุณภาพของดนตรีแจ๊สในบ้านเราให้มันเติบโต ในแบบที่ควรจะเป็น เหมือนกับในประเทศอื่นๆ ใกล้บ้านเราเช่น จาวาแจ๊ส ซึ่งควรเรียกว่า มิวสิค เฟสติวัล มากกว่า แจ๊ส เฟสติวัล
ผมเคยเข้าไปหาภาครัฐ 1 ครั้ง เขาก็ให้การสนับสนุน แต่ด้วยปัจจัยความไม่พร้อมในบางประการ งานเลยไม่เกิดขึ้น มองว่าถ้าเรามีโพรเจคที่ดี ทางภาครัฐ ทางกทม ก็พร้อมให้การสนับสนุน ถ้าเป็นประโยชน์กับสังคมโดยรวม ที่ผ่านมา ยังไม่เคยได้รับการปฏิเสธการสนับสนุนของภาครัฐ ในเหตุผลเดียวกับภาคเอกชน
แสงสว่างและอนาคตแจ๊สไทย
ให้ 5 คะแนน มันประกอบจากปัจจัยหลายอย่าง ในส่วนของนักดนตรีทางสถาบันต่าง ๆ ก็ผลิตออกมาอยู่แล้ว แต่ว่าบางที ผู้จัด สถานที่ ทางภาครัฐ ภาคเอกชน ไม่สนับสนุน หรือให้การสนับสนุนแต่คนกลุ่มเดิม ๆ แจ๊สเฟสติวัล มิวสิค เฟสติวัล จะมีแต่ศิลปินกลุ่มเดิม ๆ คนรุ่นใหม่ จะไม่มีโอกาสได้เติบโตเลย มันจะเหมือนการผูกขาด
ผมมองว่าประเทศที่ดังในด้านดนตรีอื่น ๆ เขาไม่ทำแบบบ้านเรา คือเขาจะมีความหลากหลาย มีศิลปินที่เป็นแม่เหล็ก ศิลปินในบ้านเขา ศิลปินที่เขาเชิญมา รุ่นเล็กในระดับนักเรียนนักศึกษา เขามีทุกรูปแบบ เปิดพื้นที่ให้ มันเป็นการส่งเสริมในภาพรวม ส่งเสริมทุกอย่าง ทั้งศิลปินและผู้ฟัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี
แต่ในบ้านเราอิงผลประโยชน์เป็นหลัก ถ้าคนนี้ไม่มีชื่อเสียงมากพอ ไม่มีฐานคนฟัง ไม่มีแฟนคลับ ก็ชี้ว่าไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครสนับสนุน มันเป็นเหมือนปัญหาโลกแตกของบ้านเราที่มีมานานแล้ว ทำให้วงการเพลงในบ้านเรา ไม่ค่อยเจริญสักเท่าไหร่
ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ดนตรีแจ๊สในเมืองไทยมีความเจริญก้าวหน้า
ส่วนตัวผมมองว่าผู้จัดต้องช่วยในการสร้างงานให้กับศิลปิน ศิลปินเองก็ไม่ควรหยุดการสร้างงานแม้ว่าจะไม่มีผู้จัด เพราะการสร้างงาน เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ของอาชีพการเป็นศิลปิน การมองตัวอย่างของศิลปินต่างชาติ เป็นอีกวิธีการที่จะทำให้บ้านเราพัฒนาไปในทางที่ดี คือต้องมีการพัฒนาพร้อม ๆ กันในทุก ๆ ด้าน
ถ้าตัวศิลปินได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนหรือภาครัฐ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีไหม
ดีครับ แต่ว่ามันผิดจุดประสงค์การสร้างดนตรีแจ๊สแบบยั่งยืน ในฐานะผู้จัด ผมพบว่าศิลปินต่างยินดีที่จะมาเล่นกับทาง Sweets อยู่แล้ว แต่ว่าเด็กส่วนใหญ่มักให้ทางผมไปติดต่อมากกว่าจะกระตือรือร้นเข้ามาป้อนงานให้ผม หรือเข้ามาส่งข่าวว่า กำลังทำงานอยู่ มันยังขาดการสร้างงานแบบมืออาชีพ
คือบ้านเราส่วนใหญ่จบมาเป็นอาจารย์ เล่นงานกลางคืน เล่นตามอีเวนท์ แต่เวลามีคนฟังมาถาม มีชาวต่างชาติมาถาม มาติดต่อไปเล่น จะไม่มี profile ให้ ไม่มีเว็บไซต์ ไม่มีข้อมูลที่จะให้ทางผู้จัดนำไปโปรโมทกับทางผู้จัดในแต่ละประเทศในแต่ละพื้นที่ต่อได้ มันจึงเป็นเหมือนทางตันของศิลปินบ้านเราที่ต่อให้จบมา ต่อให้เล่นเก่ง แต่ถ้าคุณไม่สร้าง portfolio ของตัวเองมันก็เท่านั้น
อุปสรรคของดนตรีแจ๊ส
ปัจจุบันดีกว่าแต่ก่อนมาก พัฒนาการของสังคมแจ๊สเป็นทางบวกแม้จะช้า แต่มั่นคงและเป็นไปในทางที่ควรจะเป็น อุปสรรคการจัดดนตรีแจ๊ส ถ้าไม่มีผู้จัด เป็นอุปสรรคใหญ่แน่ ๆ เพราะคนฟังบ้านเรา หรือผู้จ้าง มักไม่มีความเข้าใจดนตรีแจ๊สเลย แถมจะไม่มีโอกาสได้เล่นเลย ถ้าไม่มีงานของมหาวิทยาลัย หรือทางภาครัฐที่จัด แต่มันก็น้อยเกินไป ถ้าเทียบกับความน่าจะเป็น
Photo Credit : MissLalit N Numkhang





