วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เที่ยวอย่างปลอดภัย

เงื่อนไขข้อหนึ่งของนักท่องเที่ยวในการเลือกประเทศที่จะไปคือเรื่องความปลอดภัย

คงจะไม่มีใครอยากไปในที่อันตราย หรือต้องระวังตัวกันทุกฝีก้าว เพราะการท่องเที่ยวก็เพื่อพักผ่อนและสนุกสนาน ประเทศหลายประเทศที่มีจุดเด่นเรื่องนี้ก็พากันโฆษณาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจให้มาที่ประเทศของตนเพื่อสร้างรายได้

เว็บไซท์ดิอีโคโนมิสต์ อินแทลลิเจนส์ ยูนิตได้เปิดเผย 10 เมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ซึ่งก็ไม่เกินความคาดหมายที่นครโตเกียวของญี่ปุ่นยังคงขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับ 1 เช่นเคย ส่วนโอซาก้าของญี่ปุ่นก็ติดอันดับ 3 ส่วนสิงคโปร์ 1 ในประเทศอาเซียนก็ติดอันดับ 2 นอกจากนี้ ประเทศออสเตรเลียก็มี 2 เมืองที่มีความปลอดภัยติดอันดับโลกซึ่งก็คือ ซิดนีย์ (อันดับ 6) และ เมลเบิร์น (อันดับ 9)


เมื่อเร็วๆ นี้เว็บไซท์บีบีซีทำการสัมภาษณ์คนที่อยู่ในเมืองดังกล่าวว่า เห็นด้วยกับการจัดอันดับหรือไม่ เดเนี่ยล ลี ผู้ก่อตั้ง “คันไซซีน” นิตยสารท้องถิ่นฉบับภาษาอังกฤษ เขาย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่โอซาก้าจากเกาะอังกฤษเมื่อ 17 ปีที่แล้ว “โดยทั่วไป ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัยอย่างมากและเหมาะกับการอยู่อาศัย ปลอดภัยเสียจนกระทั่งว่า คนญี่ปุ่นมักวางของไว้บนโต๊ะในร้านอาหารอย่างไม่ระมัดระวังในขณะที่เดินไปสั่งอาหาร ไม่ใช่เฉพาะในร้านอาหารอย่างเดียว แต่ทุกๆ ที่”


โอซาก้านั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองธุรกิจที่คนทำงานหนักและมักกลับบ้านดึกดื่น โยชิ ยามาโมโต้ ซึ่งย้ายมาจากเกียวโตกล่าวว่า “ไม่ว่าดึกแค่ไหน ตามสถานีรถไฟ ในรถไฟและรถโดยสารต่างๆ ก็จะมีคนใช้บริการมากมายเหมือนในตอนกลางวัน โอซาก้าปลอดภัยเสมอ ผู้หญิงสามารถเดินทางคนเดียวในรถไฟใต้ดินได้อย่างปลอดภัย” เขากล่าว


ลีกล่าวว่า โอซาก้าเป็นเมืองของเซลล์แมน คนท้องถิ่นชอบที่จะพูดคุย เวลาคุณเข้าไปในบาร์เล็กๆ คุณจะได้รับการปฏิบัติเหมือนเพื่อนเก่าที่หายหน้าไปนาน คุณอาจะไม่เข้าใจที่ภาษาญี่ปุ่นเลยซักคำ แต่การปฏิบัติที่ดีจะทำให้คุณลืมเรื่องนั้นไปเลย”


ส่วนกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ก็ติดอันดับ 5 ของเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ที่นี่มีประชากรน้อยกว่า 1 ล้านคนและมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ติดอันดับ โทนิ ฮินเทอรส์ทอยเซอร์ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม Andaz Amsterdam Prinsengracht เขาย้ายมาจากนิวยอร์คเมื่อ 3 ปีที่แล้ว “ผมรู้สึกปลอดภัยอย่างเหลือเชื่อที่นี่ คนที่นี่รักความมีอิสระอย่างมากและทำให้พวกเขาเป็นคนสบายๆ ในทุกๆ เรื่อง พวกเขาโกรธยาก แม้แต่ตำรวจก็สุภาพ แต่ตรงประเด็น"


แต่เขาก็กล่าวติดตลกว่า ไม่ว่าอัมสเตอร์ดัมจะปลอดภัยอย่างไร แต่เมื่อต้องเลือกบ้านพักอาศัย อย่าหวังจะเจอบ้านแนวราบ ทั้งนี้เพราะเมืองนี้ตั้งอยู่บนน้ำทำให้บ้านส่วนใหญ่จะมีแนวลาดเอียง “ถ้าคุณเอาลูกเทนนิสไปวางที่มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นของบ้านผม มันจะวิ่งไปอีกฝั่งของห้องอย่างรวดเร็ว”


ส่วนที่เมืองซิดนีย์ซึ่งถึงแม้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรเลียก็ยังมีความปลอดภัยสูง ริชาร์ด เกรแฮม เจ้าของบริษัททัวร์มาย เดอทัวร์ เขาเป็นชาวซิดนีย์โดยกำเนิด “ชุมชนของเราดูแลซึ่งกันและกัน ถ้ามีใครที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย เราจะบอกเพื่อนบ้านของเราให้ช่วยกันดูแลและระแวดระวัง”


ขณะที่ วิคตอเรีย โมเซ่ จากบัวโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา กล่าวว่า ทางการซิดนีย์เพิ่งอนุมัติเงิน 15 ล้านเหรียญออสเตรเลียเพื่อปรับปรุงทางเท้าและทางม้าลายเพื่อกระตุ้นให้คนหันมาเดินแทนการใช้รถ โมเซ่เป็นไกด์ทัวร์เดินชมเมือง เธอกล่าวว่า การปรับปรุงนี้จะทำให้ชีวิตมีความปลอดภัยมากขึ้น “สองข้างถนนมักมีร้านอาหารที่คนจะชอบมานั่งทานอาหารและพบปะเพื่อนฝูงหรือเจรจาธุรกิจ บางคนพาสุนัขมาเดินเล่น นักท่องเที่ยวก็เดินสำรวจบ้านเมือง ซิดนีย์เป็นเมืองที่ยิ่งคุณได้เดินตามถนนมากขึ้นเท่าไหร่ คุณจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนมากขึ้นเท่านั้น”


สำหรับสิงคโปร์ ประเทศนี้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทำให้เกิดบรรยากาศที่ปลอดภัยอย่างมาก รินิต้า ราวิ จากเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย กล่าวว่า ตำรวจสิงคโปร์ได้รับเงินเดือนสูงซึ่งทำให้พวกเขาสามารถดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนได้อย่างดีและรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด คนสิงคโปร์เองก็ซื่อสัตย์อย่างมาก “คุณสามารถทิ้งกระเป๋าไว้บนโต๊ะในร้านอาหารและเดินไปสั่งอาหารที่พนักงานได้อย่างสบายใจว่ากระเป๋าจะยังวางอยู่ที่เดิมเมื่อคุณกลับไป คนที่นี่รู้ว่าคนที่ทำผิดจะถูกจับได้และโดนลงโทษ”


นอกจากนี้ การเมืองที่มีเสถียรภาพและการจัดการกับการดูหมิ่นศาสนาหรือเชื้อชาติอย่างเข้มงวดทำให้สิงคโปร์เป็นเมืองที่สงบสุขและมีความปลอดภัย