ไม้เซลฟี่ถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี 2005 โดยมีชาวแคนาดาคนหนึ่งเป็นผู้ยื่นจดสิทธิบัตร
และต่อมามันได้รับความนิยมเป็นครั้งแรกในหมู่ชาวเอเชีย
นับตั้งแต่นั้นมาอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพนี้ก็สร้างความปั่นป่วนขึ้นในวงการ เมื่อปีที่แล้ว เกาหลีใต้สั่งแบนการขายไม้เซลฟี่ที่ไม่มีใบอนุญาตโดยอ้างว่าสัญญาณที่ปล่อยออกมาจากบลูทูธที่ติดตั้งที่ตัวไม้อาจไปรบกวนอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุเดียวกัน ใครฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงถึง 900,000 บาทหรือจำคุก 3 ปี
ล่าสุด เจ้าไม้เซลฟี่ก็กลายเป็นของต้องห้ามในสถานที่ท่องเที่ยวและเทศกาลหลายๆ แห่งเพราะมันไปรบกวนคนอื่นและบางครั้งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ด้วย
การแข่งขันเทนนิสรายการวิมเบิลดันที่อังกฤษและหลายสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก เช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอาร์เซนอลรวมถึงสนามเวมบลีย์ก็ออกกฎห้ามนำไม้เซลฟี่เข้าไปในสนาม สนามกีฬาในบราซิลก็ห้ามเช่นกัน โดยจัดอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในประเภทเดียวกับมีดและดอกไม้ไฟ
สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างพระราชวังแวร์ซายส์ที่ชานกรุงปารีสก็กำลังออกระเบียบให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมพระราชวังถ่ายรูปผ่านกล้องถ่ายรูปหรือมือถือปกติเท่านั้น
แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่กรุงโรม อิตาลีอย่างโคลอสเซียมก็ออกกฎห้ามใช้ไม้เซลฟี่เช่นเดียวกัน
ข้อจำกัดดังกล่าวมีการประกาศในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาหลังจากที่เกิดความกลัวว่าสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงแห่งนี้จะได้รับความเสียหาย
พิพิธภัณฑ์หลายแห่งก็ประกาศห้ามไม้เซลฟี่เช่นกัน รวมทั้งหอศิลป์แห่งชาติในกรุงลอนดอน นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์หลายแห่งในสหรัฐอเมริกาก็ประกาศแบนเช่นกัน เช่น พิพิธภัณฑ์ Modern Art พิพิธภัณฑ์ Cooper Hewitt พิพิธภัณฑ์ Guggenheim และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Frick ในนครนิวยอร์ก พิพิธภัณฑ์ Fine Arts ในบอสตัน และพิพิธภัณฑ์ Hirshhorn และสวนประติมากรรมในวอชิงตัน ดีซี
แต่สำหรับแฟนๆ ของห้องแสดงงานศิลปะ Tate หอศิลป์ National Portrait พิพิธภัณฑ์ Victoria และ Albert และบริติช มิวเซียมของลอนดอน ยังสามารถนำไม้เซลฟี่เข้าไปได้
ในงานเทศกาลหลายแห่งก็มีประกาศแบนไม้เซลฟี่เช่นกัน อย่างเทศกาลดนตรีในสหรัฐอเมริกาทั้ง Lollapalooza และ Coachella
แต่ไม้เซลฟี่ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์อย่างเดียวที่ถูกแบนในเทศกาลดนตรี เพราะเทศกาล Coachella ก็ยังห้ามนำสิ่งของอื่น เช่น ผ้าห่ม เก้าอี้ ธง ฮูลาฮูป ปากกาเลเซอร์ ตุ๊กตาสัตว์ยัดนุ่นและร่มเข้าไปในงานด้วย
แม้ว่าเทศกาลดนตรี Bonnaroo และ Governors Ball ยังไม่มีการประกาศห้ามใช้ไม้เซลฟี่ แต่ในลิสต์สิ่งของต้องห้ามนำเข้าไปในงานปีนี้ก็มีรายการไม้เซลฟี่อยู่ด้วย
สถานที่จัดแสดงดนตรีจำนวนมากในอังกฤษก็ห้ามการใช้งานไม้เซลฟี่รวมถึงสนามกีฬาในร่ม O2 Arena ในกรุงลอนดอนด้วย
Academy Music กรุ๊ปซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่จัดงานขนาดเล็กหลายแห่ง เช่น O2 ABC ในเมืองกลาสโกว์และ O2 Academy ในบริสตอล ก็ออกระเบียบห้ามเช่นกัน
สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ก็เพิ่งประกาศห้ามนำไม้เซลฟี่เข้าไปในดิสนีย์แลนด์ทั่วโลกหลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวยื่นไม้เซลฟี่ถ่ายระหว่างที่นั่งรถไฟเหาะจนต้องหยุดเครื่องเล่นอย่างกะทันหัน
สวนสนุกอีกหลายแห่งในอังกฤษจำกัดการใช้ไม้เซลฟี่เฉพาะบนเครื่องเล่นด้วยเหตุผลด้านสุขภาพและความปลอดภัย
กฎระเบียบที่คล้ายกันก็มีใช้ที่รีสอร์ทและสวนสนุก Chessington ในเซอร์เรย์ ไม่ไกลจากกรุงลอนดอน
ทางรีสอร์ทออกประกาศห้ามถ่ายภาพหรือวีดีโอทุกชนิดระหว่างเล่นเครื่องเล่นหรือในสถานที่ท่องเที่ยวใน Chessington โดยอนุญาตให้ใช้ไม้เซลฟี่ได้เฉพาะการถ่ายภาพในบริเวณรีสอร์ทเท่านั้น
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เว็บไซต์แหล่งท่องเที่ยวของอังกฤษ Attractiontix.co.uk ได้มีการวิเคราะห์ข้อความในอินสตาแกรมกว่า 219 ล้านข้อความที่ติดแท็กคำว่า “Selfie” ในช่วงระหว่างตุลาคม 2010 ถึง มกราคม 2015 และพบว่า 10 สถานที่ยอดนิยมของการถ่ายเซลฟี่มากที่สุดในโลกคือ หอไอเฟล กรุงปารีส รองลงมาคือ ดิสนีย์เวิร์ลด ฟลอริด้า, ตึกเบิร์จ คาลิฟาห์ ดูไบ, หอบิ๊กเบน กรุงลอนดอน, ตึกเอ็มไพร์ สเตรท นครนิวยอร์ก, ซากราด้า ฟามิเลีย บาร์เซโลน่า, ดิสนีย์แลนด์ กรุงปารีส, โคลอลเซียม กรุงโรม, ตึกท๊อป ออฟ เดอะร็อก นิวยอร์กซิตี้ และลอนดอนบริด์จ กรุงลอนดอน
...........................
ที่มา เว็บไซต์เดลี่ เมล





