วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มรดกโลกในไทย

ผมมายืนอยู่ตรงช่องลมบนภูเขา เบื้องหน้าคือแอ่งหุบเขาที่มีป่าที่สมบูรณ์อยู่ในหุบเบื้องล่าง

ลมป่าพัดพาความชุ่มฉ่ำมาให้รับรู้ได้ ใครจะคิดว่า เนินเขาตรงนี้ย้อนหลังไปแค่ 2 ปี คือที่ตั้งของบ้านผางามรีสอร์ทชื่อดังที่เป็นคดีความบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ทับลานและแพ้คดีถูกรื้อถอนออกไปเมื่อปี 2557มาวันนี้แทบจำไม่ได้ว่านี่ใช่ที่ที่เคยเป็นบ้านผางามรีสอร์ทจริงๆ หรือ


เรื่องที่เป็นข้อแม้มานานตั้งแต่ก่อนจะถูกเสนอชื่อเป็นมรดกโลกด้วยซ้ำก็คือเรื่องของการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เอาไปสร้างเป็นรีสอร์ท ก่อนจะได้เป็นมรดกโลกเราก็ไปรับปากว่าจะดำเนินการเอาออกจากพื้นที่ แต่พอได้ขึ้นทะเบียนแล้วก็นานจนลืมซึ่งผมเคยเขียนเล่าไปแล้วว่าทางอุทยานฯ ทับลานเจ้าของพื้นที่เขาไปแจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่แรกนั่นแหละ สู้กันในชั้นศาลไปจนกระทั่งศาลฎีกา สุดท้ายก็ต้องรื้อไปปีที่แล้ว ไอ้ที่รื้อๆ นี่ก็หมายถึงสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมายซึ่งให้นายทุนยื้ออย่างไร ความจริงมันก็หนีไม่พ้น


เพราะทางกรมอุทยานฯเขามีแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศตั้งแต่เริ่มตั้งอุทยานฯ นายทุนทำได้คือยื้อกันในศาล ที่กว่าจะสิ้นสุดก็ใช้เวลาเป็นสิบปี ทำมาหากินได้สบายๆ ที่หลีเป๊ะหรือที่อื่นๆ ก็เหมือนกันอ้างว่าได้ที่ดินมาแบบนั้นแบบนี้ สู้กันในศาล สุดท้ายก็แพ้ แต่ถ้าทางอุทยานฯหย่อนยานไม่เอาเรื่องเอาราว นายทุนก็รุกทำกินจนรากงอก ใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าคดีจะสิ้นสุด


ที่ทับลานมีรีสอร์ทที่คดีสิ้นสุดลงตาม ม.22 และลงมือรื้อถอนไปแล้วคือที่บ้านผางามที่ผมว่ามาแต่ต้น ช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2558 กรมอุทยานฯเขาเลยชวนไปดูว่าเมื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปแล้วเขาทำอย่างไรกับพื้นที่ ก็อย่างที่ผมบรรยายไปแต่แรกว่าผมจำเกือบไม่ได้ แทบไม่หลงเหลือร่องรอยอาคารที่พักให้ปรากฏเลย มีเพียงทางเดินคอนกรีตที่หลงเหลืออยู่นิดหน่อยเท่านั้น ในพื้นที่ 126 ไร่ จะมีการฟื้นฟูสภาพโดยการปลูกป่า 121 ไร่ ส่วนอีก 5 ไร่ เห็นว่าจะทำให้เป็นลานกางเต็นท์ พื้นที่กิจกรรมศึกษาธรรมชาติ ที่ใครก็ไปใช้ประโยชน์ได้


วันที่ผมไปก็มีอธิบดีกรมอุทยานฯ นายนิพนธ์โชติบาลนายสมหมาย กิตยากุล รองอธิบดีฯและผู้ใหญ่อีกเยอะแยะไปปลูกป่านำร่อง ซึ่งอีกหลายปีกว่าจะเป็นป่าแบบเดิม ทำลายนะง่ายแต่เอาคืนยากและใช้เวลานานส่วนอีกที่ที่ใกล้ๆ กันกำลังใช้เครื่องจักรรื้อถอนคือ บ้านทะเลหมอก รีสอร์ทดังอีกแห่งหนึ่งก็มีสภาพไม่ต่างกัน ส่วนที่อื่นที่ยังหลงเหลือ ก็เป็นช่วงรอให้คดีสิ้นสุดและศาลมีคำสั่ง


ได้มีโอกาสขึ้นบินดูสภาพป่าของอุทยานแห่งชาติทับลานด้วย ซึ่งพอขึ้นมาบินบนที่สูงจึงเห็นสภาพป่าที่ไม่ถูกบุกรุกนั้นสมบูรณ์มากมีป่าลานขึ้นกันหนาแน่นป่าทับลานนี่เป็นต้นธารของแม่น้ำมูลนะครับ ถ้าทับลานพัง อีสานจะลำบากกว่านี้มาก น้ำมูลจะแห้งเอาถนนสาย 304 ที่เป็นเงื่อนไขหนึ่งของการรักษาความเป็นมรดกโลกนั้นทอดตัวกลางป่าเขาใหญ่และทับลานอย่างชัดเจน


ผมได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลงานเรื่องมกดกโลกของกรมอุทยานฯ ถึงความคืบหน้าการขยายถนนหมายเลข 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย)ที่มีข้อถกเถียงกันเมื่อปีที่แล้ว พอมาขึ้นดูสภาพทางอากาศ ริมสองฝั่งทางที่เป็นชุมชน เห็นว่าเจริญขึ้นมาก มีปั้มน้ำมันมีสถานที่กินดื่มในปั้มใหญ่โต ตรงส่วนนี้จะมี 4 ช่องจราจร แต่ตรงที่เป็นภูเขาทางเชื่อมต่อกัน จะเป็นแค่ 2 ช่องจราจรมีป่าชิดติดถนนตรงนี้แหละที่เขาจะขอขยายทางให้เป็นสี่ช่องจราจร จะมีทั้งที่เจาะเป็นอุโมงค์ เอาถนนลอดดิน และทำเป็นสะพาน เอาถนนลอยไปบนฟ้าตอนนี้เขาก็ทำแบบแล้วและรอดำเนินการก่อสร้างในเร็วนี้


ส่วนเรื่องคนที่ขึ้นไปเที่ยวเขาใหญ่มากจนเกินไปในช่วงเทศกาลจนกระทั่งช้างออกมารื้อรถ ขึ้นไปนั่งทับ เป็นข่าวเป็นคราวฮือฮาเมื่อต้นปี 2558 นั้นก็จะมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้จริงจังขึ้น เพราะมาตรการมีแล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ทำ ไม่ทำแล้วยังจะไปขยายความสะดวกสบายบนเขาใหญ่เพิ่มอีก ซึ่งผมก็เคยท้วงติงไปแล้ว สิ่งที่เขาใหญ่ต้องทำคือ ลดการพัฒนาบนเขาใหญ่ แต่เน้นกระจายนักท่องเที่ยวออกไปพักตามหน่วยย่อยๆ รอบๆ เช่นที่หน่วยฯประจันตคาม (น้ำตกตะคร้อ)แก่งหินเพิง อะไรพวกนี้กรมอุทยานฯต้องทำจริงๆ จะมาห่วงเรื่องรายได้ค่าธรรมเนียมไม่ได้ ต้องใจแข็ง ไปปรับปรุงบ้านพัก ไปสร้างโน่นนี่นั่นรองรับนักท่องเที่ยว มันก็สวนทางกันไปใหญ่ ต้องทำอย่างที่ผมว่านี่แหละ


ผลก็คือตอนนี้คณะกรรมการมรดกโลกเหมือนกับว่าพอใจผลการบ้านที่เรามาแก้ ก็ผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเมื่อปี 2557แต่เราก็ต้องไม่หย่อนยานและต้องจัดการเงื่อนไขที่ยังไม่แล้วเสร็จให้เป็นไปตามที่รับปากเขามาทำ เมื่ออยากเป็นมรดกโลกก็ต้องทำตามเงื่อนไขให้ได้ ไม่ใช่มาเป็นให้เท่แล้วปล่อยปละละเลย


ส่วนความคืบหน้าของการการเสนอกลุ่มป่าแก่งกระจาน (อช.กุยบุรี-อช.แก่งกระจาน-อช.ไทยประจันต์- เขตฯ ลุ่มน้ำภาชี) เป็นมรดกโลกด้วยนั้นได้คำตอบว่า คณะกรรมการมรดกโลกมาดูศักยภาพทางทรัพยากรธรรมชาติแล้วเขาไม่ติดขัดอะไรเลย แต่ฝากให้ดูแลเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่อยู่ในพื้นที่ป่าว่าเรามีแผนการในการดูอย่างไร ทั้งไม่ให้ป่าถูกทำลาย และไม่ให้ชาติพันธุ์ล่มสลาย พี่น้องกะเหรี่ยงที่เคยออกมาจากป่าจะขอกลับเข้าไปอยู่ในป่าแบบเดิม จะไปขอมีที่ทำกิน 7 แปลง หมุนเวียนทำกินแปลงละปี แบบเดิมๆ ทางอุทยานฯจะยอมไหม (อันนี้คณะกรรมการมรดกโลกไม่ว่า แต่ผมสงสัยเอง) นี่เลยยังเป็นโจทย์ที่กรมอุทยานฯจะต้องมาหาวิธีการแก้ไข แล้วเอาแผนการจัดการไปเสนอคณะกรรมการมรดกโลกเขาอีกที


​สมัยรัฐบาลเลือกตั้ง นักการเมืองเป็นใหญ่ คนสูญเสียประโยชน์วิ่งหานักการเมือง ข้าราชการก็เกรงนักการเมือง เรื่องก็เงียบ ป่าก็พังลงไปทุกปีๆ มาเดี๋ยวนี้ อันไหนผิดดำเนินการไปเลย และทำให้ทั่วประเทศ ที่ภูเก็ต หาดฟรีดอม- อุทยานสิรินารถ –เขาค้อ- ฯลฯ ต้องรีบทำ ต้องรีบเอาคืนครับ กรมป่าไม้กรมอุทยานฯ เหมือนคนไร้ความสามารถมานานเพราะการเมืองมันคลุม ทำให้สังคมเห็นว่าท่านไม่ได้ง่อยเปลี้ยเสียขา


อย่าให้คนเขาปรามาสว่ามีกรมป่าไม้ ป่าไม้ก็หายไปเรื่อยๆ มีกรมอุทยานฯก็แค่มาทำมาหากินกับการท่องเที่ยว​แสดงฝีมือที่มี แล้วจะคอยดู...