สายๆ ของทุกวันที่อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์
ชาวประมงพื้นบ้านจะทยอยนำเรือประมงลำเล็กๆ ซึ่งมีเพียงอวนตาข่ายไร้เครื่องจักรกลทุ่นแรงเป็นเครื่องมือในการดักจับสัตว์น้ำ กลับมาขึ้นฝั่งที่นี่ ก่อนจะช่วยกันลงมือแกะปู ปลา กุ้ง หอย ออกจากอวนตาข่ายทีละตัวสองตัว เส้นเอ็นใสๆ ที่ถักเป็นตาข่ายผืนยาวต้องขาดวิ่นไปบ้างเพราะพันนัวเนียอยู่กับคมของกระดองปูม้า ขนาดตัวกำลังงาม ก่อนส่งให้พ่อค้าแม่ค้าที่รับซื้อกันเป็นประจำ
การจับสัตว์น้ำจากทะเลหน้าบ้านของพรานตาข่าย ต้องลอยเครื่องมือหากินของพวกเขาไว้ในน้ำข้ามวันข้ามคืน โดยหวังว่าจะไม่ถูกขโมย อาศัยความไว้ใจซึ่งกันและกันแบบมืออาชีพ ก่อนจะกลับมาเก็บขึ้นโดยไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะได้รับผลตอบแทนจำนวนมากน้อยแค่ไหน แต่ด้วยความั่นใจในความสมบูรณ์ของท้องทะเล และปากท้องของคนในครอบครัวผลักดันให้อาชีพนี้ยังคงมีให้พบเห็นสำหรับคนรุ่นนี้แต่ในรุ่นถัดไปผู้สืบสานนั้นมีไม่มากนัก
การที่สหภาพยุโรปให้ใบเหลืองไทย อันเป็นการเตือนให้รัฐบาลออกแบบวิธีการหยุดยั้งการทำประมงที่กวาดเอาสิ่งมีชีวิตจากท้องทะเลแบบล้างบาง ตั้งแต่พื้นทะเลถึงผิวน้ำนั้น ตัดวงจรตัวเล็กตัวน้อยจนไปไม่ถึงตัวเต็มวัย มาตรการที่กำลังเข็นออกมานี้ คงพอช่วยให้กองทัพเรือประมงเพลาๆ มือลงได้บ้าง ก่อนที่ความหลากหลายของท้องทะเลไทยจะเป็นเพียงแค่คำบอกเล่า





