ปั่นตามวิถีอินทรีย์สุขใจ

ปั่นตามวิถีอินทรีย์สุขใจ

นับเป็นครั้งแรกในพื้นที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่มีการเปิดเส้นทางปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เที่ยวแบบวิถีอินทรีย์ เที่ยวเพื่อสุขภาพ และเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ภายใต้โครงการ “ปั่นตามวิถีอินทรีย์สุขใจ” แม้ก่อนวันงานจะโดนพายุฤดูร้อนถล่มอย่างนัก แต่เหล่าบรรดานักปั่นทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นเกือบ 1,000 คนก็ไม่หวั่น มารวมตัวกันตามเวลานัดหมาย ณ โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ เพื่อร่วมสำรวจเส้นทางไปด้วยกัน


สำหรับเส้นทางมี 2 เส้น คือ เส้นทางแรกเป็นเส้นทางครอบครัวระยะทาง 8 กิโลเมตร เส้นทางนี้เหล่านักปั่นตัวเล็กตัวน้อยต้องแบกจักรยานลงเรือเอี้ยมจุ๊นล่องไปตามแม่น้ำท่าจีน ไปยังท่าเรือวัดสรรเพชญ จากนั้นไปวัดเดชานุสรณ์ สวนลุงเขียด และสวนเกษตรอินทรีย์ป้าประหยัด ปานเจริญ ส่วนเส้นทางที่ 2 ระยะทาง 60 กิโลเมตร ปล่อยตัวที่ "ตลาดสุขใจ" ในสวนสามพราน เข้าวัดไร่ขิง วัดทรงคะนอง พุทธมณฑลสาย 7 ผ่านวัดสรรเพชญ อบต.ยายชา เข้าตลาดสามพราน ผ่านหน้าโรงเรียนนาคประสิทธิ์ ตัดผ่านถนนคลองใหม่ เข้าวัดวังน้ำขาว วัดจินดาราม วัดปรีดาราม ข้ามสะพานคลองจินดา จากนั้นตัดออกถนนคลองใหม่ ผ่านหน้าวัดเทียนดัด เข้าซอยราษฎรสามัคคี และกลับมาที่สามพรานฯเช่นกัน ซึ่งตลอดเส้นทางการปั่น นักปั่นจะได้สัมผัสบรรยากาศสองข้างทางที่เต็มไปด้วยสวนผัก ผลไม้ของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอสามพราน


ทั้งนี้ เส้นทางปั่นจักรยานตามวิถีเกษตรอินทรีย์เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือ ระหว่างสามพรานริเวอร์ไซด์ มูลนิธิสังคมสุขใจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ จังหวัดนครปฐม และโรงพยาบาลมหาชัย 2 โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ต่อยอดมาจากโครงการสามพรานโมเดล ที่ดำเนินการมา 5 ปีแล้ว มุ่งส่งเสริมให้พื้นที่อำเภอสามพรานทำเกษตรอินทรีย์


ชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จังหวัดนคปฐมมีทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม แต่ความร่มรื่นของพื้นที่เกษตรกรรมเก่าแก่ยังมีอยู่ เส้นทางปั่นจักรยานที่คนนิยมคือเส้นทางนครชัยศรี ซึ่งสามารถแวะไปตามสวนต่างๆ หรือปั่นมาสามพราน มีสวนผลไม้ แปลงผัก ได้เห็นวิถีชีวิตเกษตรอุตสาหกรรม เพราะนโยบายหนึ่งของจังหวัดคือการส่งเสริมให้เกิดเกษตรอินทรีย์ เชื่อว่ากระแสตื่นตัวการบริโภคอาการปลอดภัยจะกระตุ้นให้คนเข้ามาท่องเที่ยวเส้นทางปั่นเพื่อสุขภาพก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย


“นครปฐมมีตลาดชุมชนค่อนข้างมากเมื่อมีนักปั่นมาจังหวัดนครปฐมมากขึ้น จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเราโดยตรง ไปดูได้ตามตลาดชุมชนในวันหยุด จะมีนักปั่นไปจับจ่ายใช้สอย ส่วนเรื่องของความปลอดภัยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยดูแลเรื่องการปั่นของเหล่านักปั่น ทั้งนี้หากมาเป็นกลุ่มคณะสามารถแจ้งมาได้ที่จังหวัด”


ด้าน อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพรานริเวอร์ไซด์ และเลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ กล่าวว่า การเปิดเส้นทางปั่นตามวิถีเกษตรอินทรีย์ครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคถึงการทำเกษตรที่ปลอดภัยและสร้างความภูมิใจให้กับเกษตรกรว่า ที่ี่เกษตรกรลงมือทำมีคนมาชื่นชม โดยนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังสามพรานริเวอร์ไซด์ สามารถเข้ามายังตลาดสุขใจ เพื่อขอข้อมูลเรื่องเส้นทาง หรือดูรายละเอียดในเฟซบุ๊คสามพรานโมเดลก็ได้


“ภาพรวมการจัดกิจกรรมปั่นคิดว่าประสบความสำเร็จได้ เห็นแนวร่วมตื่นตัว ทั้งตัวชุมชนเองที่เตรียมพร้อมมาเป็นเดือน คิดว่าลูกค้าพร้อมที่จะซื้อ แต่ความร่วมมือของคนในพื้นที่สำคัญสุด และทำให้เกษตรกรที่ยังลังเลว่าจะทำเกษตรอินทรีย์ดีไหมทำให้เขาตัดสินใจเข้ามาเลย ทำให้หัวหน้ากลุ่มมีความหวังว่าเกษตรอินทรีย์คือทางออกของชีวิตของเขา” อรุษ กล่าว


และเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่สวนเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรในโครงการสามพรานโมเดล หลังจากนี้จะมีการเปิดเส้นทางเพิ่มขึ้นอีกเป็น 5 เส้นทาง โดยตลาดสุขใจเป็นศูนย์กลางการประชาสัมพันธ์ คือ 1.กลุ่มเกษตรกรไร่ขิง ระยะทาง 13 กิโลเมตร, 2.กลุ่มเกษตรอินทรีย์บางช้าง ระยะทาง 28.5 กิโลเมตร, 3.กลุ่มพัฒนายั่งยืน ตลาดจินดา ระยะทาง 5.6 กิโลเมตร, 4.กลุ่มพี้น้องสองตำบล(1) ระยะทาง 16.1 กิโลเมตร และ 5.กลุ่มพี้น้องสองตำบล(2) ระยะทาง 29.2 กิโลเมตร


สำหรับเส้นทาง “ปั่นตามวิถีอินทรีย์สุขใจ” เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ หน่วยงาน องค์ต่างๆ หรือผู้ที่สนใจต้องการนำกลุ่มพนักงาน ชุมชน มาเรียนรู้ หรือมาทำกิจกรรมพัฒนาบุคลากร และต้องการบูรณาการเรื่องวิถีไทย การท่องเที่ยวเชิงวิถีอินทรีย์ตามเส้นทางต่างๆ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการสามพรานโมเดล ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ โทรศัพท์ 0 3422 5203 หรือติดต่อ สุทิศ จิราวุฒิพงษ์ โทรศัพท์ 08 1668 2165, ชฤทธิพร เม้งเกร็ด โทรศัพท์ 08 1854 0880 และติดตามข้อมูลได้ที่ Facebook สามพรานโมเดล