คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศาสตรเมธี นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ร่วมสร้าง 'พระพุทธเทพทันตราช' เฉลิมพระเกียรติฯ
คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ วันที่ 2 เมษายน 2558 ทำหนังสือขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดสร้างพระพุทธรูป และขอพระราชทานนามพระพุทธรุป เพื่อเฉลิมพระเกียรติและประดิษฐาน ณ 'อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา' ภายในคณะทันตแพทยศาสตร์ ถนนโยธี กรุงเทพฯ
"คณะฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโอกาสให้คณะฯ ได้สนองพระราชกรณียกิจ ทรงจัดตั้ง 'หน่วยทันตกรรมพระราชทาน' ติดตามลงพื้นที่ดูแลช่องปากและสุขภาพฟันให้เด็กนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ ในโอกาสปีมหามงคลที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ คณะฯ อยากมีส่วนร่วมกับประชาชนชาวไทยในการร่วมฉลองปีมหามงคลนี้ด้วย อีกประการคือ คณะฯ ได้จัดสร้างอาคารแห่งใหม่ ได้รับพระราชทานนามว่า 'อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา' กว่าจะสร้างอาคารเสร็จ พระองค์ก็ทรงมีพระชนมายุ 60 พรรษาแล้ว หลายฝ่ายในคณะฯ มีความเห็นร่วมกันว่าน่าจะมีพระพุทธรูปประจำคณะฯ เพื่อให้เกิดมงคลกับคณาจารย์ นักศึกษา ผู้ปฎิบัติงาน ผู้ป่วยและแขกผู้มีเกียรติซึ่งมาเยี่ยมเยือนอาคารนี้" รศ.ทพ.พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงที่มาการจัดสร้าง พระพุทธเทพทันตราช นามพระพุทธรูปพระราชทาน องค์นี้
รศ.ทพ.พาสน์ศิริ กล่าวถึงแนวคิดแรกในการสร้างพระพุทธรูป โดยคิดจะจำลองแบบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพบูชาในส่วนต่างๆ ของประเทศ โดยมีการร่างแบบ ร่างขนาด ร่างองค์พระกันแล้ว แต่เมื่อหลายฝ่ายพิจารณากัน ก็เห็นว่าไม่เหมาะที่จะจำลองแบบ แต่ควรออกแบบพิเศษให้เหมาะกับคณะฯ เป็นการเฉพาะขึ้นมาใหม่ จึงได้หารือเป็นการภายใน ให้ช่วยกันหาผู้มีชื่อเสียงด้านการปั้นพระของไทย
จากการสอบถามผู้รู้ต่างๆ รวมทั้งหาข้อมูลจากกูเกิล จึงได้ชื่อที่สรุปมาตรงกันว่า งานนี้ต้องอาศัยมือระดับศิลปินแห่งชาติ ศาสตรเมธี นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ ด้านประติมากรรม มีผลงานเป็นที่รู้จัก เป็นผู้ออกแบบ 'เหรียญพระมหาชนก' และ 'เหรียญเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘๐ พรรษา' ให้กับองค์กรระหว่างประเทศ FAO, และออกแบบสร้างพระประธานวัดพระราม ๙ ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ผมได้ทาบทามติดต่อท่านอาจารย์ผ่านท่านอาจารย์อาวุโสหลายท่าน โชคดีได้มีโอกาสพบและพูดคุยกับท่านอาจารย์นนท์โดยตรง เมื่อเล่าถึงวัตถุประสงค์แล้ว ท่านจึงรับที่จะออกแบบองค์พระขึ้นมาใหม่ เป็นพระร่วมสมัยยุครัตนโกสินทร์ และได้กรุณารับจัดสร้างพระให้ด้วย ซึ่งได้ทำให้ทุกคนในคณะทำงานดีใจมาก" รศ.ทพ.พาสน์ศิริ กล่าว
พระพุทธรูป พระพุทธเทพทันตราช มีพุทธลักษณะเป็นปางสมาธิ ประทับนั่งบนฐานดอกบัวบาน กำหนดหล่อด้วยโลหะบรอนซ์สีน้ำผึ้ง ฐานกว้าง 61 เซนติเมตร ความสูงพร้อมซุ้ม สูง 1 เมตร 80 เซนติเมตร
"องค์พระพุทธรูปมีเส้นสายรูปทรงเรียบง่าย ดูสงบนิ่ง ใช้โครงร่างสื่อความหมายถึงการปล่อยวาง ให้ความรู้สึกที่สงบนิ่งและเป็นสุข การประทับนั่งอยู่บนฐานดอกบัวบาน สื่อความหมายถึงความเป็นผู้รู้แจ้งแห่งธรรม ผมต้องการสร้างศิลปกรรมที่ไม่ใช่สร้างด้วยความคิดยึดติด แต่สร้างจากความเรียบง่าย เน้นความสงบนิ่ง ผ่อนคลาย ร่มเย็น" อาจารย์นนทิวรรธน์กล่าวถึงแนวคิดการทำงานครั้่งนี้
การเลือกพุทธลักษณะ ปางสมาธิ หรือ 'ปางตรัสรู้' คือ การปฏิบัติสมถะ วิปัสสนากัมมัฏฐาน เพื่อการชำระล้างวิตก-วิจารณ์จากใจให้หมดไป เข้าสู่ความสุข สงบ เป็นเอกคตาจิต นำไปสู่อุเบกขา เป็นผู้รู้ ผู้ทำให้แจ้งด้วยปัญญา ซึ่งความเป็นไปของสภาวธรรมจากโลกียภูมิสู่ 'โลกุตรภูมิ' เป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา เริ่มตั้งแต่โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล สกทาคามิมรรค สกทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคามิผล อรหัตตมรรค อรหัตตผล และพบกับพระนิพพานในที่สุด อาจารย์นนทิวรรธน์เพิ่มเติมรายละเอียด
ด้านหลังพระพุทธรูป 'พระพุทธเทพทันตราช' เป็น 'วงกลม' หมายถึง พระจันทร์วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ วัน-เวลาที่พระองค์ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า และวงกลมยังให้ความรู้สึกถึงความบริสุทธิ์-บริบูรณ์อีกด้วย
ด้านหลังวงกลมประดับ สัญลักษณ์ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ประหนึ่งสถานที่ที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งในวันตรัสรู้ พระศรีมหาโพธิ์ต้นนี้มี 'ผล' เต็มต้น หมายถึง พระธรรม ของพระองค์ที่เผยแพร่สู่มวลมนุษย์ เป็นทิพย์โอสถ ทำให้ผู้เวียนว่ายอยู่ในห้วงมหรรณพแห่งสังสารวัฏฏ์ของความทุกข์ก้าวขึ้นสู่ฝั่งแห่งความพ้นทุกข์ นำมาสู่สันติสุขของการดำรงอยู่ และการดำเนินไปของมวลมนุษยชาติ
อาจารย์นนทิวรรธน์รองฐานพระพุทธรูปด้วย ประติมากรรมช้างหมอบ 5 เชือก สัญลักษณ์สัตว์มงคล ช้าง..แม้ร่างกายใหญ่โต แต่ก็มีความนอบน้อม ช่วยชาติมาโดยตลอด
ในการนี้ คณะทันตแพทยศาสตร์ได้ทำหนังสือขอพระราชทานพระราชานุญาตใช้ ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา ประดับ ณ ฐานพระพุทธรูปไว้ด้วย
อาจารย์ อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ คณบดี คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำงานชิ้นนี้ของ อาจารย์นนทิวรรธน์ ว่า
"ด้านความงดงามเชิงศิลปะการออกแบบพระพุทธรูปองค์นี้ คงหาคนที่จะออกแบบได้งดงามเทียบเท่าได้ไม่ง่าย เพราะอาจารย์นนทิวรรธน์เป็นที่รู้จักกันในวงการประติมากรรมยุคนี้ ว่าท่านเป็นมือวางอันดับหนึ่งของการปั้นพระ จนเลื่องลือเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้ว จริงๆ อาจารย์นนทิวรรธน์เป็นคนเรื่องเยอะ เอาทุกเรื่องใส่ไว้ในรูป แต่พระพุทธเทพทันตราชองค์นี้สื่อถึงการละ การปล่อยวาง นี่คือพัฒนาการทางความคิดอย่างหนึ่งของศิลปิน ปกติเราจะไม่เห็นสถานที่และเวลาในงานประติมากรรม แต่ครั้งนี้เราได้เห็นทั้งเรื่องราวพุทธะและศิลปะ มองข้ามปัญหาพระปัจจุบันไปสู่ธรรมะของพระพุทธเจ้า"
อาจารย์นนทิวรรธน์กล่าวยอมรับว่า "ผลงานในสมัยเป็นหนุ่ม เต็มไปด้วยเรื่องราวความปรารถนา ความรักระหว่างชายหญิง พออายุมากขึ้นได้ศึกษาธรรมะ เมื่อได้รับโอกาสให้ออกแบบพระพุทธรูป จึงอยากสร้างพระพุทธรูปในรูปแบบที่เราคิด คือเรียบง่าย ดูสงบนิ่ง ปล่อยวาง ตามคำสอนพระพุทธเจ้า ไม่ต้องยึดติด เหมือนเวลาไปอินเดีย คนมักถาม พระพุทธรูปองค์ไหนคือพระพุทธเจ้า แต่ผมคิดว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นพระองค์ นั่นคือธรรมะ"
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของการออกแบบและจัดสร้างพระพุทธรูป 'พระพุทธเทพทันตราช' คณะทันตฯ ได้ดำเนินการจัดสร้าง 'พระพุทธรูปย่อส่วนจากองค์ใหญ่' เพื่อมอบให้กับผู้ใจบุญที่บริจาคเงินให้กับคณะฯ เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ และมอบเป็นทุนการศึกษา นักศึกษาทันตแพทย์ที่มีผลการเรียนดี ความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้ทุนเล่าเรียนต่อเนื่องไปจนจบการศึกษา โดยไม่ทำให้การเรียนต้องสะดุดหยุดลงกลางคัน ได้จบการศึกษาออกไปรับใช้สังคมต่อไป รศ.ทพ.พาสน์ศิริ กล่าว
พระพุทธรูป 'พระพุทธเทพทันตราช' ขนาดย่อส่วน มีด้วยกัน 2 ขนาด
ขนาดที่ 1 เป็น พระพุทธรูปที่มีฐานขนาด 9.9 นิ้ว เนื้อบรอนซ์สีน้ำผึ้ง พร้อมฐานที่ย่อส่วนมาอย่างงดงามเช่นเดียวกับองค์ใหญ่ทุกประการ สร้างจำนวนจำกัดที่ 99 องค์ มีหมายเลขกำกับทุกองค์ หล่อจำกัดเท่าจำนวนที่สั่งจอง เพื่อมอบให้กับผู้บริจาค 150,000 บาทต่อ 1 องค์ สำหรับหมายเลขพิเศษจะมอบให้กับผู้บริจาค 200,000 บาท
การกำหนดตัวเลขขนาดของฐานที่ 9.9 นิ้ว และจำนวนตัวเลขการผลิต 99 องค์ เป็นไปตามคติความเชื่อเลขมงคลของคนไทย บังเกิดความเป็นมงคลแก่ผู้ครอบครอง ทำให้มีแต่ความสุขความเจริญ ประสบสำเร็จความก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรืองโดยตลอด
ขนาดที่ 2 เป็น พระพุทธรูปขนาดเล็กย่อส่วนให้เหลือขนาด 6.1 นิ้ว ผลิตจากบรอนซ์สีน้ำผึ้ง ตั้งอยู่บนฐานบรอนซ์สีน้ำผึ้ง หล่อจำนวนจำกัด 261 องค์ พร้อมหมายเลขกำกับ มอบให้ผู้บริจาค 80,000 บาท ต่อ 1 องค์ สำหรับหมายเลขพิเศษจะมอบให้กับผู้บริจาค 120,000 บาท
ตัวเลขขนาดของฐานพระรุ่นนี้ ได้ยึดตัวเลขเจริญพระชนมายุของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก้าวสู่ 61 พรรษา เป็นตัวเลขมงคลของการหล่อ และร่วมเฉลิมพระเกียรติปีมหามงคลนี้อีกทางหนึ่งเพื่อให้ผู้บริจาคเกิดความพึงพอใจกับตัวเลขมงคลนี้
คณะทันตแพทยศาสตร์ ยังร่วมกับศิลปินแห่งชาติ จัดสร้าง เหรียญ ขนาด 2.5 เซนติเมตร เพื่อให้นักสะสมและประชาชนทั่วไปได้ร่วมบริจาคและสั่งจองในครั้งนี้ด้วย ประกอบด้วย เหรียญทองคำ จำนวนจำกัด 61 เหรียญ, เหรียญเงิน 261 เหรียญ, เหรียญบรอนซ์ 3,000 เหรียญ
รายละเอียดการสั่งจองพระพุทธรูป 'พระพุทธเทพทันตราช' และเหรียญที่ระลึก สอบถามได้ที่โทร.0 2241 0088
นอกจากทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระพุทธรูป, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน 'มวลสาร' ร่วมหล่อเป็นเนื้อเดียวกับพระพุทธรูป โดยมวลสารพระราชทานนั้นคือ พระทนต์ ของพระองค์เอง ซึ่งทรงมีพระประวัติทำฟันกับคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.คลินิก ทพ.นิติพันธ์ จีระแพทย์ นายกสมาคมศิษย์เก่าทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว
การสร้างพระพุทธรูปถือเป็นกุศลเจตนาในการเผยแผ่และสืบต่อพระศาสนา เป็นสิ่งมงคลและเป็นประโยชน์ 'พระพุทธเทพทันตราช' ซึ่งออกแบบใหม่ไม่ซ้ำยุคสมัยใดนี้ ยังจะได้รับการจารึก เป็นพระพุทธรูปสมัยกรุงรัตนโกสินทร์สืบไป




