'บุ๋ม'แจ้งจับสาวประเภทสอง อ้างชื่อขอรับเงินบริจาค

'บุ๋ม'แจ้งจับสาวประเภทสอง อ้างชื่อขอรับเงินบริจาค

“บุ๋ม ปนัดดา” แจ้งจับสาวประเภทสอง อ้างชื่อหลอกนักแสดงขอรับเงินบริจาคสถาบันมะเร็งฯ

น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม-ปนัดดา” อดีตนางสาวไทย พร้อมพวกรวม 6 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป.พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายดากานดา สอนประเสริฐ สาวประเภทสอง ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ภายหลังแอบอ้างชื่อบุ๋ม-ปนัดดา ไปขอรับเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยในโครงการ“เรามีเรา เพื่อผู้ป่วยมะเร็งยากไร้” สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

น.ส.ปนัดดา กล่าวว่า อย่างที่ทราบและเคยแถลงข่าวไปครั้งแรกเรื่องที่ได้ประกาศแล้วว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการที่นายดากานดา ดำเนินการแต่อย่างใด ในการเรี่ยไรเงินโดยนำชื่อตนไปแอบอ้างมาเป็นเวลา 2 ปีกว่า โดยหลอกลวงดารา และผู้มีชื่อเสียงมาประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อเรี่ยไรเงินบริจาคจากประชาชน หลังจากวันนั้นตนก็ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรมากมาย ก็ยังรอดูท่าทีเพราะไม่ต้องการมีเรื่อง แต่ผลปรากฎว่าตัวเขาไม่ยอมหยุด โดยไปออกรายการทีวี แล้วพูดเรื่องบัญชีธนาคารที่รับบริจาคว่ามีบัญชีเดียว ซึ่งตนไปตรวจสอบได้หลักฐานมาว่าจริงๆ แล้ว มีหลายบัญชี

น.ส.ปนัดดา กล่าวต่อว่า มีการรับเงินบริจาค โดยโอนเข้าอีกหลายบัญชีธนาคาร แต่นายดากานดายังคงโกหกว่ามีเพียงบัญชีเดียวของทางโครงการ หลักฐานต่างๆ ที่พบ ทำให้รู้ว่าเขายังไม่หยุดพฤติกรรม ถ้าหากมาขอโทษแล้วจ่ายเงินให้กับดารา นักแสดง ที่ตัวเขาเรียกไปใช้งานฟรี รวมทั้งเงินที่ได้มาต้องนำไปให้กับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จริง ตนก็อาจจะพิจารณายอมความ แต่เขาไม่หยุด แถมยังแจ้งความดำเนินคดีตนกับพวก เรียกร้องค่าเสียหาย 10 ล้านบาท ตนอยากถามว่าเป็นค่าอะไร แต่มันก็ไม่ใช่สาระสำคัญ และแสดงว่านายดากานดา ต้องมีเงินเป็นค่าธรรมเนียม 2 แสนบาท ทั้งที่เขาเคยบอกว่ามีเงินอยู่เพียง 20,000 บาท ที่เป็นเงินบริจาคเท่านั้น

น.ส.ปนัดดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายดากานดายังมีการฟ้องร้องพิธีกรและผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งด้วย ทั้งที่สื่อมวลชนหลายแขนงพูดถึงข่าวนี้ แต่ทำไมจึงเลือกที่จะฟ้องร้องบางราย ก็คิดว่าเขาคงต้องการให้เป็นข่าว นายดากานดา หลังจากนั้นก็มีกรณีต่างๆ อีกหลายเรื่อง ทั้งการปลอมบัตรประชาชน ตนรู้สึกว่าหากเขายังไม่หยุด เราก็ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สึด

“เธอยังคงโทรศัพท์ไปขู่คนนั้นคนนี้ จึงจำเป็นที่บุ๋ม จะต้องมาแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อจับกุมดำเนินคดีกับเขา จะปล่อยให้ไประรานกับใครต่อใครอีกคงไม่ได้ พวกเราจึงต้องรวมตัวกันมา เพราะที่ผ่านมาต่างคนต่างไปแจ้งความในแต่ละสน.กันมา ในพื้นที่ของตัวเอง แต่ ณ วันนี้พอมันหลายคนเขา ก็คงต้องรวมตัวกันเพื่อให้เขาหยุดพฤติกรรมเสียที เพราะไม่รู้ว่าจากนี้ไปจะไปหลอกใครอีก อย่างน้อยก็เป็นการประกาศในตอนนี้ว่าทนไม่ไหวแล้วคงต้องขอตำรวจเป็นที่พึ่ง” บุ๋ม-ปนัดดา กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ประเสริฐ กล่าวว่า จากการสอบถามจากผู้ร้องในเบื้องต้นก็พบว่าน่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ดี หากการสอบสวนยังพบว่าไปเกี่ยวข้องกับความผิดตามข้อกฎหมายอื่น ก็จะพิจารณาดำเนินการต่อไป