เรื่องนี้ที่ลมโล

 เรื่องนี้ที่ลมโล

การออกล่า “เสือ” ของบรรดาคนถ่ายรูปปีนี้เรียกว่า “มันส์”มากๆ

เรียกว่าเล่นเอาล่อเอาเถิด รวมทั้งถูกหลอกโดยไม่ได้ตั้งใจก็มี เสือที่ว่าคือ “นางพญาเสือโคร่ง” ต้นไม้พื้นบ้านที่ดอกเป็นสีชมพูหวานสวยนี่แหละ เป็นที่หมายปองของช่างภาพทั้งหลายมาก พอใกล้ปลายปี ก็คาดเดาเอาว่าจะบานช่วงไหน พอเว็บไซต์ท่องเที่ยวไหนลงรูปดอกพญาเสือโคร่งบานก็เฮตามกันไป แต่ลืมนึกไปว่ารูปที่ลงนะปีไหน บางทีรูปปีนั้น บอกว่าบานแล้ว แล้วถ่ายมาในมุมแคบๆ คนก็นึกว่าบานพรึ่บ พอตามไป มีบานต้นเดียวและกิ่งเดียว บางคนกันเหนียวขอเบอร์โทรของเจ้าหน้าที่หรือคนในพื้นที่ไว้แล้วโทรสอบถาม บานหรือยัง บานแล้วครับ อุตส่าห์ขึ้นไป บานจริงๆ แต่บานแค่ 20 % บานของคนทั่วไป กับบานของช่างภาพความหมายมันต่างกัน เวลาจะโพสถ์รูปดอกไม้บาน ช่วยถ่ายมุมกว้างๆ แล้วระบุวันที่ถ่ายภาพมาด้วย จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นอย่างมาก
ปีนี้ผมก็โดนหลอก ต้องออกล่าเสือถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกปีใหม่ ครั้งที่สองช่วงวันที่ 8-10 ม.ค. เพิ่งจะมาสมหวังก็ช่วงปลายเดือน ม.ค .58 นี่เอง เรียกว่าล่ากันจนถึงปลายฤดู โดยมาล่าสำเร็จเอาที่ ภูลมโล อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้านี่เอง ที่นี่ผมไปดูมาแล้วครั้งหนึ่งช่วงปีใหม่พอดี ทั้งภูเขาบานแค่ 2-3 ต้น แต่ละต้นบานราว 20% นอกนั้นมีแต่กิ่ง อาทิตย์ต่อมาผมก็ขึ้นเหนือ เจอแต่กิ่งมีออกดอกบ้างราว 30 % พอเว้นช่วงไป อีก 2 อาทิตย์ ขึ้นไปภูลมโลอีกรอบ ปรากฏว่ามีใบ(ออกดอกไปเรียบร้อย) แล้ว 60% ของพื้นที่ ก็ยังโชคดีที่ยังเหลือให้ดูอีก 40% แต่ใครจะไปปี 58 นี้บอกเลยว่าหมดแล้วครับ ที่ผมไปมาก็เริ่มมีใบอ่อนมาแซมแล้ว ปีนี้ได้ขึ้นภูลมโล 2 ครั้ง เลยมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังเพียบเลย
ภูลมโลที่ผมว่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งประกอบด้วยภูหลายภูอยู่บนนี้ ภูแผงม้า ภูทับเบิก ภูลมโล ภูขี้เถ้า ภูร่องกล้า ฯลฯ เดิมบนนี้มีชาวม้งอยู่อาศัย พอคอมมิวนิสต์ขึ้นมาก็ได้ม้งเหล่านี้เป็นแนวร่วม ทั้งผลิตทั้งเป็นนักรบ ผลิตก็คือปลูกผักหญ้า ข้าวปลาอาหาร ถางป่าปลูกพืช ผกค.ที่คนรุ่นตั้ง อาชีวะ ไม่มีวันเข้าใจนั้นใช้ภูหินร่องกล้าเป็นฐานที่มั่นที่มั่นคง ทหารเข้าตีกว่าจะแตกก็นาน ไม่รู้ใครถางป่ากันมั่ง รู้แต่ว่าพอรบกันเสร็จ ป่าก็ถูกถางไปโขอยู่ โล่งเตียนนับหมื่นไร่ ครบรอบในหลวงมีพระชนมายุ 60 พรรษา ก็เลยมีโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ มีหน่วยงาน ห้างร้านมาเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบปลูกป่ากันมาแต่นั้น บางบริษัทก็ปลูกต้นสน 3 ใบ อย่างที่ขึ้นที่ภูหลวง บางบริษัทก็ปลูกพญาเสือโคร่ง บางที่ก็ปลูกผสมปนเปกันไป โดยการจ้างผ่านกรมอุทยานฯ กรมอุทยานฯก็มาจ้างคนปลูกอีกที
ที่ภูลมโลนี้ปลูกกันมาหลายปี ส่วนใหญ่ปลูกพญาเสือโคร่ง แต่ไม่ได้ปลูกเต็ม มีบางพื้นที่ยังเป็นไร่กะหล่ำของชาวม้ง แต่ตรงที่ปลูกป่าฟื้นสภาพนั้นเดี๋ยวนี้ต้นพญาเสือโคร่งที่ปลูกเป็นหมื่นไร่ตามภูต่างๆ ออกดอกสะพรั่งกลายเป็นดอยสีชมพูสวยงาม เป็นที่เที่ยวไปอีก พอเป็นที่เที่ยว ก็มีอาชีพตามมา รถรับจ้างพาขึ้นภูลมโล ที่พักของชาวบ้าน ร้านอาหาร เรียกว่าเงินสะพัด ทั้งทางฝั่งจังหวัดเลยและฝั่งบ้านร่องกล้า ยิ่งปีนี้คนออกท่องเที่ยวกันมาก โกยเงินกันเป็นว่าเล่น
ปีนี้ทีแรกๆ เขาห้ามไม่ให้เอารถส่วนตัวขึ้น ต้องจ้างรถชาวบ้านว่างั้นเถอะ ห้ามกางเต็นท์นอนบนภูลมโล ปรากฏว่าช่วงปีใหม่คนที่เอารถไปเอง รู้ว่าดอกไม้ไม่บาน แถมต้องเช่ารถขึ้นไปด้วย เลยเบนเข็มไปที่อื่นหมด ภูลมโลคนน้อยกว่าที่คิด ต่อมาเห็นว่าให้ทั้งรถส่วนตัวขึ้นได้และให้กางเต็นท์ด้วย ผมไปมาเมื่อปลายเดือนก็เอารถขึ้นได้ แล้วผมก็กางเต็นท์นอนกับลานบ้านพักคนงานปลูกป่าที่เฝ้าป่าบนนั้นนั่นเอง ขนาดว่าผมไปวันธรรมดา และดอกไม้บานไป 60 % ของพื้นที่แล้ว นักท่องเที่ยวก็ยังหนาตา มีทั้งที่เอารถไปเอง และเช่ารถชาวบ้านขึ้นไป
แล้วคืนนั้นผมก็เห็นไฟไหม้ป่าบนนั้น คนงานปลูกป่าที่เฝ้าป่าระดมกำลังออกไปดับไฟกัน ผมก็เพิ่งรู้ว่าห้างร้านบริษัทที่รับจ้างปลูกป่าเขาจะปลูกหน้าฝน ส่วนหน้าหนาว-แล้ง ทำแนวกันไฟและดับไฟป่า อีกอย่างคือ ทำรั้วล้อมป่าที่ปลูก
ล้อมรั้วจาก “วัว-ควาย” ของใครก็ไม่รู้ แต่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเคยต้องเจรจาเรื่องวัวควายที่เข้าไปในอุทยานฯ คราวนั้นเจ้าของวัว-ควายพวกนี้คือ “ม้ง” สัตว์พวกนี้ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ เพราะเลี้ยงแบบปล่อย ไม่ต้องมาเฝ้า นานๆ ก็ขึ้นมาดูทีหนึ่ง วัว-ควายพวกนี้ก็จะกินทุกอย่าง ต้นอ่อนของพืชที่ปลูก แทะกินเปลือกพญาเสือโคร่งต้นโตๆ เขาจึงต้องล้อมรั้วป่าที่ปลูกไว้
ที่แสบกว่านั้นมีการตัดรั้วลวดหนาม ให้วัวควายเข้าไปกินในป่าที่ปลูกด้วย ใครตัดไม่รู้ ต้นพญาเสือโคร่งบางต้นถูกโค่นลงให้วัวกิน ใครโค่นก็ไม่รู้
ไฟป่าที่ผมเห็น...ใครเผา ก็ไม่รู้ ป่าสนที่ปลูกจนโต มีการเจาะต้นเผาเอาน้ำมัน ใครเผา ก็ไม่รู้
ไม่พูดถึงไร่กะหล่ำกลางป่า ไม่พูดถึงสารเคมีที่ฉีดกะหล่ำไหลลงในน้ำไปยังพื้นที่ข้างล่าง และไม่พูดถึงอะไรอีกหลายอย่าง
วันที่ผมออกถ่ายรูป รถคันอื่นๆ จอดอยู่ริมถนน แล้วให้นักท่องเที่ยวเดินถ่ายรูป แต่มีรถปิคอัพคันหนึ่งพานักท่องเที่ยวตะลุยเข้าไปกลางดงพญาเสือโคร่ง รถคันนั้นเป็นรถบรรทุกกะหล่ำลงจากดอย เจ้าของคือใครกัน
ทุกกลุ่มชนจะมีคนเห็นแก่ตัวแทรกอยู่เสมอ แต่ประเทศนี้ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ต้องเสียสละและเห็นแก่ประเทศชาติส่วนรวมเป็นที่ตั้งจึงจะอยู่กันอย่างสงบสุข ประเทศนี้ให้โอกาสทุกกลุ่มคนภายใต้ขอบเขตของกฎหมายเท่าๆ กัน ถ้ามีแต่ ”ตัวเรา” ไม่มี “ประเทศของเรา” นานเข้าก็เกิดปัญหา
ทำไปทำมาเรื่องภูลมโลจะไม่เล็กซะแล้วสิ