โดยภาพรวมแล้ว ภูมิทัศน์การเดินทางของปี 2015 ก็ไม่ต่างจากปี 2014 มากนัก
การเดินทางโดยเครื่องบินก็จะยังสร้างความทุกข์ทรมานให้ผู้โดยสารที่นั่งด้านหลัง ในขณะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอื่นอย่างโรงแรม รถเช่าและการล่องเรือจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก และคุณยังคงสามารถมองหาสิ่งแปลกใหม่จากเทคโนโลยีใหม่ๆ และไวไฟฟรีในเกือบทุกๆ ที่
อุตสาหกรรมการบินจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก: คนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเดินทางเกือบทุกคนคาดการณ์ว่าราคาตั๋วเครื่องบินจะยังคงอยู่ที่ราคาเดิมหรือใกล้กับราคาปัจจุบันแม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงมากก็ตาม ในที่สุดสายการบินก็จะทำกำไรดีที่สุดและพวกเขาก็ชอบด้วย สายการบินของสหรัฐอเมริกาที่ผูกขาดโดยผู้ขายเพียงไม่กี่รายก็มีความสุขกับสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่และพร้อมจะบดขยี้ความท้าทายใหม่ๆ
สายการบินยักษ์ใหญ่ของอเมริกากำลังกังวลกับการถูกเทคโอเวอร์ของสายการบินเล็กๆ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันของตลาดสูงมากขึ้น สายการบินอลาสก้า ฮาวายและเจ็ทบลูมีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกครอบครองกิจการแบบไม่เป็นมิตร และเป็นที่น่าเสียดายที่การเทคโอเวอร์ดังกล่าวจะทำให้แบนด์ของสายการบินเหล่านั้นย่ำแย่อันจะส่งผลเสียหายต่อผู้บริโภคด้วย
สายการบินนวัตกรรมใหม่เพียงสายการบินเดียวที่อาจจะมีโอกาสได้แจ้งเกิดบนท้องฟ้าในปี 2015 คือ Baltia Air Lines สายการบินต้นทุนต่ำที่วางแผนการบินจากสหรัฐอเมริกาไปยังเมืองหลวงของยุโรปโดยไม่จอดพัก นอกจากนี้ Eastern Air Lines สายการบินน้องใหม่ก็อาจจะเปิดให้บริการเช่าเหมาลำหรือชาร์ตเตอร์ไฟล์ท การกลับมาของสายการบิน PEOPLExpress และข้อเสนอใหม่ๆ อื่นๆ อีกหลายอย่างก็ยังคงเป็นเพียงสินค้าที่ยังไม่ผลิตออกสู่ตลาดแต่มีการประชาสัมพันธ์ราวกับว่าได้มีการผลิตออกมาเรียบร้อยแล้ว
เครื่องบินรุ่นใหม่จะเป็นประโยชน์ต่อสายการบินมากกว่าผู้โดยสาร: แน่นอนว่าในปีนี้เครื่องบินโบอิ้ง 787 จะมีห้องโดยสารที่ใหญ่ขึ้น ส่วนเครื่องบินแอร์บัส A350 ซึ่งจะเริ่มส่งมอบให้สายการบินต่างๆ จะมีระดับความสูงและความชื้นภายในห้องโดยสารที่เหนือกว่าเครื่องบินรุ่นเก่า แต่สายการบินส่วนใหญ่เลือกที่จะติดตั้งที่นั่งชั้นประหยัดแบบโบอิ้ง 737 ที่มีขนาดของที่วางขาลดลงซึ่งจะไม่ช่วยลดความแออัดยัด เยียดลงแต่อย่างใด
เครื่องบินรุ่นใหม่เหล่านี้บวกกับเครื่องบินที่จะมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ที่จะนำมาใช้ในปีหน้าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของสายการบิน แต่ผู้โดยสารจะไม่ได้อะไรเลย ผลประโยชน์ทั้งหมดที่ผู้โดยสารจะได้มีอย่างเดียวคือที่นั่งสามารถปรับเป็นนอนราบได้ซึ่งกลายเป็นบรรทัดฐานไปแล้วในเที่ยวบินข้ามทวีป
ปัญหาของผู้บริโภคจะยังคงอยู่ต่อไป: ผู้บริโภคมองว่าปัญหายังคงมีมากมายแต่ได้รับการแก้ไขเพียงไม่กี่อย่าง การหลอกลวงเรื่องราคาที่พักของอุตสาหกรรมโรงแรมด้วยการแยกราคาที่แท้จริงออกมาและบวกเพิ่มค่าธรรมเนียมบังคับจ่ายต่างๆ โดยไม่ได้แจ้งไว้ตอนลงโฆษณาก็เป็นปัญหาสำหรับผู้บริโภค การพยายามแก้ไขปัญหานี้ของรัฐบาลหลายๆ ประเทศก็เป็นไปอย่างล่าช้า
ไวไฟฟรีอยู่ที่นี่: ไวไฟฟรีจะมีให้บริการในเกือบทุกโรงแรม สายการบินเองก็หันมาให้บริการนี้มากขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งที่คาดหมายได้ก็คือการมีไวไฟฟรีแต่ความเร็วช้า ซึ่งเหมาะกับการส่งอีเมลและอ่านข้อความเท่านั้น แต่ไม่เร็วพอสำหรับการสตรีมวิดีโอและโปรแกรมอื่นๆ ที่ใช้แบนด์วิธสูง ส่วนไวไฟความเร็วสูงก็มีแต่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่ม
ทักทายโรงแรมไฮเทค: การเปลี่ยนแปลงของโรงแรมที่จะเห็นชัดขึ้นก็คือจะมีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในการให้บริการต่างๆ ตั้งแต่การเข้าห้องพักโดยไม่ต้องใช้กุญแจหรือรีโมท การเช็คอิน เช็คเอาท์ สั่งบริการและการควบคุมสภาพแวดล้อมของห้องพัก และแน่นอนว่าต้องมีการเพิ่มราคาค่าห้องพักขึ้นด้วย
ทัวร์ออกแบบเพื่อเที่ยวคนเดียว: ผลการวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าร้อยละ 37 ของคนที่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือยุค baby boomer ต้องการเที่ยวคนเดียว คุณจะเห็นบริษัทท่องเที่ยวหลายแห่งเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์มาเสนอบริการนำเที่ยวที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางคนเดียวเหล่านี้มากกว่าการเที่ยวเป็นคู่
เส้นทางรถไฟใหม่ในต่างประเทศ : ในขณะที่ประเทศจีนมีการเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ระยะทาง 500 - 1,000 ไมล์ทุกปี รถไฟแอมแทร็กของสหรัฐอเมริกาก็ประสบปัญหาเรื่องงบประมาณสำหรับโครงการเส้นทางเดินรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป 2 โครงการก็ล่าช้าเหมือนกัน เส้นทางรถไฟผ่านอุโมงค์ Gotthard Base ซึ่งจะช่วยลดเวลาการเดินทางจากสวิสเซอร์แลนด์ไปอิตาลีกว่าจะเปิดก็ปี 2016 ส่วนโครงการ Crossrail ในกรุงลอนดอนที่จะเชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตกผ่านกลางกรุงก็ต้องรอจนถึงปี 2018 ถึงจะแล้วเสร็จ
...........................
ที่มา www.smartertravel.com





