วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ไต้หวัน" เกินคาดหวัง

เคยมั้ย...ที่คาดหวังอะไรไว้ แต่สุดท้ายไม่เป็นไปอย่างที่หวัง

แล้วเคยมั้ย...ที่ปล่อยให้ความคาดหวังหยุดทำงาน ทว่า สิ่งที่พบเจอช่างงดงามและกลายเป็นความทรงจำที่แสนประทับใจ

..............

บอกตามตรงว่า ไต้หวัน ไม่ใช่ Destinations ในฝันของฉันเลย แต่นับจากที่มีโอกาสเข้าไปสัมผัสแม้ช่วงเวลาเพียงสั้นๆ สมุดบันทึก "Dream Destinations" ส่วนตัวของฉัน กลับมีชื่อไต้หวันจดจารไว้ตัวใหญ่กว่าใครเพื่อน

อาจเพราะเกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้มีเสน่ห์ที่ชวนค้นหา และเป็นมิตรที่น่าคบค้าที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากฉันจะบอกว่า เวลาเพียง 3 วัน ทำให้ฉันหลงรักไต้หวันเข้าอย่างจัง

สบตากับไต้หวัน

หลังปีใหม่ ในวันที่สายลมหนาวทำงานอย่างหนักในประเทศไทย ฉันโดยสารสายการบินประจำชาติเพื่ออ้าแขนรับลมเย็นสะท้านในไต้หวัน ขอบอกว่า อุณหภูมิแทบไม่ต่างกัน(กับกรุงเทพฯ) แต่...ไต้หวันหนาวมาก(กกกกก)

สวมเสื้อกันหนาวและพันคอด้วยผ้าฝ้ายผืนโตเพิ่มความอบอุ่นแล้ว ฉันก็เดินออกมาพบกับ จอห์น ไกด์หนุ่มชาวไต้หวันที่รอรับอยู่ด้านหน้า

ภาษาไทยที่ชัดเจนราวกับเป็นเจ้าของภาษาทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยไหนกันนะ ที่สอนการพูดภาษาไทยได้เลิศล้ำขนาดนี้

"ผมอยู่เมืองไทยตั้งแต่ 9 ขวบครับ อยู่จนเรียนจบมหาวิทยาลัยถึงย้ายกลับมาไต้หวันเพราะต้องมาเป็นทหาร" ไม่ทันถามจอห์นก็ไขความสงสัยของเราเสร็จสรรพ แถมย้ำนักย้ำหนาว่า เขารักเมืองไทย และเป็นคนไทยคนหนึ่งเหมือนกัน

จอห์น บอกว่า ไต้หวัน มีชื่อเดิมว่า เกาะฟอร์โมซา (Formosa) หรือ Ilha Formosa เป็นภาษาโปรตุเกส ที่แปลว่า "เกาะสวยงาม" เพราะอดีตนั้นชาวโปรตุเกสเดินเรือมาพบและขึ้นมาอยู่อาศัย แต่ไม่ได้ยึดเป็นอาณานิคม เป็นเกาะเล็กๆ (เล็กกว่าประเทศไทย 14 เท่า) ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้กับจีนแผ่นดินใหญ่ ถ้านับจากเส้นทางการบินไต้หวันจะอยู่กึ่งกลางระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นพอดี

"คนไต้หวันส่วนใหญ่อพยพมาจากจีน โดยเฉพาะในสมัยเจียงไคเช็ค อพยพมาราวๆ 2 ล้านคน แล้วก็มาสร้างประเทศกันใหม่ มีการปกครองเป็นของตัวเอง จนญี่ปุ่นเข้ามาปกครองไต้หวันอยู่ 50 ปี หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเป็นเอกราช ญี่ปุ่นเอาความรู้และวิทยาการต่างๆ มาให้ไต้หวันเยอะ ไต้หวันพัฒนาเร็ว เพราะฉะนั้นคนไต้หวันมักจะบอกว่าเราไม่ใช่จีน แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เช่นเวลาไปแข่งกีฬา เราก็ต้องใช้ชื่อว่า ไชนิสไทเป แล้วก็ใช้ธงชาติดอกเหมย ซึ่งน่าสงสาร เพราะเราโดนกดขี่ แต่ถามว่าเกลียดกันมั้ย เราไม่ได้เกลียดกันนะ เพราะร้อยละ 80 ของนักท่องเที่ยวที่มาไต้หวันก็เป็นคนจีน"

วิเคราะห์จากภาพที่เห็นตรงหน้า ไต้หวันเป็นประเทศที่มีรูปแบบการพัฒนาดีมากจริงๆ ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจที่ได้ชื่อว่าอยู่ในลำดับต้นๆ ของโลก ถ้าพบสินค้าที่ประทับตรา Made in Taiwan รับประกันคุณภาพได้เลย หรือการคมนาคมที่สะดวก รวดเร็ว มีรถไฟเชื่อมต่อทุกทิศทาง รวมถึงรถไฟความเร็วสูงด้วย ส่วนในเมืองหลวงไทเปก็มีรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น เรื่องการท่องเที่ยวไต้หวันไม่ด้อยกว่าใคร เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติและจารีตที่น่ารัก และถ้าจะมีสักประเทศที่ผู้คนแสนดีมีความจริงใจต่อนักท่องเที่ยว ฉันว่าคนไต้หวันน่าจะเข้าข่ายนั้นอยู่ไม่น้อย

สาธยายกันมามากอาจจะยังไม่เห็นภาพสักเท่าไร ถ้าอย่างนั้นเราไปเที่ยวไต้หวันพร้อมๆ กันเลยเถอะ

เคารพท่านผู้นำ

จอห์นกางแผนที่ประเทศไต้หวันให้เราดูคร่าวๆ พิกัดของเมืองหลวงไทเปจะอยู่ค่อนไปทางเหนือของประเทศ ทางทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนเหนือจรดใต้ ฝั่งตะวันออกก็มีภูเขาประปราย แต่จะน้อยกว่า ประเทศนี้ล้อมรอบด้วยทะเล แต่ถ้าเทียบความสวยงามแล้ว ประเทศไทยเรากินขาด

หลายคนอยากมาสัมผัสหิมะไต้หวัน จริงๆ ก็มีให้ชมกันแต่ไม่ใช่ในเมืองไทเป คงต้องออกไปในพื้นที่ที่มีภูเขาสูง แต่ซากุระนี่หาชมง่าย อย่างที่เขาอาลีซาน ปีนี้จะเปิดฤดูกาลเที่ยวชมซากุระราวกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน ส่วนที่อู้หลิงจะบานเต็มๆ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ที่อู่ไหลในนิวไทเปจะบานช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เช่นเดียวกับเมืองเป่ยโถว ที่ซากุระจะบานสะพรั่งสวยงาม จริงๆ มีอีกเยอะมาก ถ้าอยากรู้คงต้องไปเสาะหาเพิ่มเติมในเฟซบุค เพราะจะมีแฟนเพจไต้หวันอัพเดทข้อมูลอยู่บ่อยๆ

มาเข้าเรื่องการเดินทางของเรากันดีกว่า ด้วยเวลาจำกัดที่ตัดการเดินทางออกไป 1 วัน จอห์นเลยดีไซน์ทริปให้เราแบบชิลล์ๆ ไม่รีบร้อน ประมาณว่าอยู่ให้รู้จริงในแต่ละจุดกันไปเลย

เริ่มต้นที่ อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค ก่อสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค ที่ถูกเหมาเจ๋อตุงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนโค่นล้ม จนต้องถอยร่นมาอยู่ที่เกาะไต้หวัน ซึ่งตอนนั้นมีพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยลี้ภัยมาด้วยราว 2 ล้านคน

อนุสรณ์สถานแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี และเปิดให้เข้าชมในปี 2523 อาคารหลักทรงแปดเหลี่ยมทำด้วยหินอ่อนสีขาว ส่วนของหลังคาประดับประดาไปด้วยกระเบื้องกระจกสีน้ำเงินเข้ม จอห์น บอกว่า สีขาวและสีน้ำเงิน หมายถึง ท้องฟ้า ดูอิสรเสรี ส่วนรอบๆ อนุสรณ์สถาน เป็นสวนหย่อมที่เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ ใครใคร่เดินชมสวนเล่นก็ตามสบาย แต่เราอยากชมด้านในจึงขอให้จอห์นพาขึ้นไปหน่อย

จริงๆ ด้านหน้ามีบันไดทั้งหมด 89 ขั้น (ตามอายุของท่านเจียงไคเช็ค) แต่ช่วงที่ฉันไปประตูที่อยู่ด้านบนสุดของบันไดปิดปรับปรุง และจะเปิดอีกครั้งในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 จึงจึงต้องเดินผ่านห้องจัดแสดงนิทรรศการ และพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ด้านล่าง เพื่อเข้าลิฟต์ไปชมอนุสาวรีย์ท่านเจียงไคเช็คที่อยู่ชั้นบน

โชคดีที่เราไปถึง 11.00 น. พอดี จึงได้ชมการผลัดเปลี่ยนเวรทหาร ซึ่งจะเปลี่ยนกันชั่วโมงละ 2 คน เพื่อทำหน้าที่ประจำการเฝ้ารูปปั้นของเจียงไคเช็คที่ทำมาจากทองสำริด ดูการผลัดเปลี่ยนทหารก็เพลินดีนะ ท่วงท่าลีลาของเขามีความหมาย และเข้มแข็งดีจริงๆ แอบสะดุ้งเล็กๆ ตรงที่ทหารกระทืบเท้าเสียงดังนี่แหละ เล่นเอากล้องแทบร่วงจากมือ

แม้จะเที่ยงพระอาทิตย์ตรงศีรษะพอดี แต่ความหนาวเย็นไม่ได้ลดลงเลย จอห์นบอกว่า ไปคลายหนาวกันหน่อยดีกว่า ว่าแล้วก็พาไปแวะร้านชาบูชื่อดังในย่านซีเหมินติง และพาขึ้นตึกชินจุกุพลาซ่า ไปกินหม้อไฟชาบูแบบฉบับไต้หวันกันอย่างเปรมปรีดิ์

ย่ำแหล่งสินค้า

ย่านซีเหมินติงเป็นแหล่งชอปปิงชื่อดังของไต้หวัน คล้ายๆ สยามสแควร์บ้านเรา ที่นี่มีสินค้าแบรนด์เนมมากมายให้เลือกซื้อหา แต่ถ้าเป็นคนไทยก็มักจะตรงดิ่งไปที่ร้านจำหน่ายรองเท้า Onitsuka Tiger, New Balance, Nike, Adidas เพราะราคาถูกกว่าเมืองไทยมากๆ ใครมาไต้หวันเป็นต้องซื้อกลับบ้านกันทุกคน

"ไม่ต้องห่วงเรื่องของปลอมนะ เพราะไต้หวันไม่มีของปลอม" ไกด์หนุ่มยืนยัน ก่อนจะบอกวิธีการดูป้ายราคา จอห์น บอกว่า ถ้าเห็นตัวเลขเดี่ยวๆ แล้วมีตัวอักษรภาษาจีนกำกับ เช่น 6(+ตัวอักษร) หมายความว่าสินค้านั้นลด 40 เปอร์เซ็นต์ คือตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งดี เพราะหมายถึงว่าจะได้ลดราคามากเท่ากับเลขตงกันข้ามนั่นเอง ฉันฟังแล้วก็ได้แต่แอบศึกษาวิธีการชอปปิงไว้ก่อน เพราะการเดินทางครั้งนี้ฉุกละหุก ไม่ทันได้เตรียมตัว(จริงๆ คือไม่ทันเตรียมตังค์นั่นแหละ) แต่รอบหน้ารับรองว่าได้มีกระเป๋าลูกเพิ่มขึ้นแน่ๆ

อีกอย่างที่นักช้อปเมืองไทยมาแล้วพลาดไม่ได้ โดยเฉพาะสาวๆ นั่นก็คือ เครื่องสำอาง มีร้านวัตสัน ร้านซาซ่า และร้านขายยามากมายจำหน่ายเครื่องสำอางหลายแบรนด์ บอกตรงๆ ว่าถูกกว่าเมืองไทย และบางอย่างก็ไม่มีในบ้านเรา ยิ่งถ้าเป็นแบรนด์ไต้หวัน หรือได้รับอนุญาตให้ผลิตในไต้หวันแล้วจะมีราคาที่ถูกมากๆ สาวๆ หลายคนถึงกับตะลึงงันกันไปเลย

ที่โปรดปรานสำหรับนักช้อปขาไอทีก็มีเหมือนกัน โดยเฉพาะพวกที่ชอบเล่นกล้อง ฉันเห็นหลายคนเสียสตางค์ให้กับ Gadget มือถือกันเยอะ เพราะราคาถูกและสินค้าดูดีมีระดับ อย่างเลนส์ฟิชอายติดมือถือ บ้านเราขายกันอยู่ที่ราคา 300-500 บางร้านก็อาจจะแพงกว่านั้น แต่ที่นี่แบรนด์เดียวกันเป๊ะๆ ขายกันชิ้นละ 130 บาท ใครจะไม่อยากช้อป

แต่ถ้าเบื่อ Local Brand ไปที่ ตึกไทเป 101 ย่านซินยี่ มีแบรนด์หรูระดับโลกให้เจริญตามากมาย ฉันไปถึงตึกสูงเสียดฟ้าในช่วงเวลาที่อากาศไม่ค่อยดี คือหมอกปกคลุมหนาครึ้ม แต่ก็ไม่ย่อท้อ ต้องต่อคิวซื้อตั๋วขึ้นไปชมวิวบนตึกไทเป 101 กันสักหน่อย

เคยดูหนังไต้หวันมั้ย ที่พระเอกชอบพานางเอกไปยืนชมวิวบนตึกไทเป 101 น่ะ อารมณ์ตอนขึ้นไปแบบนั้นเลย ขาดแต่พระเอกเท่านั้น

จริงๆ เมื่อ 3-4 ปีก่อน ไทเป 101 เคยเป็นตึกที่มีความสูงที่สุดในโลก คือสูงราว 508 เมตร แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีตึกอื่นๆ ผุดขึ้นทั่วโลก จนไทเปตกมาอยู่ที่อันดับ 6 ในปี 2557

ความน่าสนใจของตึกไทเป 101 คือเป็นตึกสูงที่ใช้นวัตกรรมการก่อสร้างที่ทันสมัย มีลิฟต์ความเร็วสูง ความเร็ว 60.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เราขึ้นลิฟต์จากชั้น 5 ไปถึงชั้น 89(ชั้นที่ชมวิว) โดยใช้เวลาเพียง 37 วินาทีเท่านั้น

นอกจากทัศนียภาพเมืองไทเปจากมุมสูงแล้ว บนชั้น 88 ซึ่งเป็นทางออกไปสู่ลิฟต์ขาลงยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกจากไต้หวันอีกมากมาย โดยเฉพาะปะการังแดง ที่ถือเป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญ และเป็นเครื่องลางที่คอยปกป้องคุ้มครองยามเดินทางด้วย

แม้จะเป็นอุตสาหกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ฉันเห็นแล้วไม่อยากสนับสนุนเลยจริงๆ เพราะปะการังถือเป็นสัตว์อย่างหนึ่ง ถึงจะเพาะเลี้ยงได้ แต่เลือดรักธรรมชาติมันเข้าเส้นไปแล้วน่ะ เลยรู้สึกว่ามีสิ่งนี้แหละที่ไม่ค่อยชอบเท่าไรในไต้หวัน ใครจะซื้อหาก็ไม่ว่ากันนะ แต่ฉันขอขึ้นมาชมวิวสวยๆ อย่างเดียวพอ

ตามหาเมืองโบราณ

เช้าตรู่วันนี้อากาศต่ำกว่าเมื่อวานเล็กน้อย ไกด์เตือนว่าควรสวมเสื้อผ้ามากชั้นหน่อย เพราะจุดหมายของเราอยู่บนเขา อาจจะมีลมแรง และอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นราบขึ้นไปอีก เมื่อพร้อมเสร็จสรรพก็ออกเดินทาง

จุดหมายวันนี้คือ หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาในเมืองจีหลง ที่นี่เป็นเหมืองทองโบราณเลยค่อนข้างจะคึกคักมากเมื่อในอดีต แต่พอทองหมดผู้คนก็อพยพออกไป คงเหลือเพียงชาวบ้าน 9 ครอบครัวเท่านั้นที่อยู่บนนี้ เมื่อต้องซื้อของใช้ก็จะส่งตัวแทน 1 ใน 9 ลงจากเขาไปซื้อในตัวเมือง เวลาซื้อของก็ต้องแบ่งเป็น 9 ส่วน เพราะมี 9 ครอบครัว หมู่บ้านนี้จึงถูกเรียกว่า "จิ่วเฟิ่น" ที่แปลว่า เก้าส่วน นั่นเอง

ในความรู้สึกเรา หมู่บ้านโบราณจะต้องดูเก่าๆ ขลังๆ อยู่กันเป็นหย่อมๆ แต่เปล่าเลย หมู่บ้านที่นี่ตั้งอยู่บนไหล่เขาติดๆ กัน แถมถนนที่เดินเข้าไปนั้นยังเป็นทางเล็กๆ แคบๆ ฉีกจินตนาการที่เคยมีออกไปหมด และเมื่อเดินเข้าไปลึกขึ้นๆ โคมสีแดงๆ ที่ประดับประดาไว้ตามชายคาบ้าน ซึ่งตั้งลดหลั่นไปตามไหล่เขา ยิ่งทำให้เรานึกถึงฉากหนึ่งในแอนิเมชั่นของจิบลิ เรื่อง Spirited Away

"ถูกแล้วครับ นี่คือฉากหนึ่งในแอนิเมชั่นเรื่องนั้น เป็นตอนที่ Chihiro หลงเข้าไปในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยโคมแดง ก่อนสร้างหนังทีมงานมาเซอร์เวย์ที่หมู่บ้านจิ่วเฟิ่น แล้วเลือกใช้ที่นี่เป็นโลเคชั่น แอนิเมชั่นเรื่องนี้ดังมาก และได้รับรางวัลออสการ์ด้วย คนญี่่ปุ่นดูหนังแล้วชอบมากก็เลยตามมาเที่ยวที่หมู่บ้านจิ่วเฟิ่นกันเยอะ" จอห์น บอก

จริงๆ ทางเดินไม่ยาวมาก แต่จะแคบเท่านั้น ถ้ามาวันธรรมดาพอไหว แต่ถ้าวันหยุดคงต้องไหลตามกันไป

เสน่ห์ของหมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่นอยู่ตรงที่สถาปัตยกรรมของบ้านเรือนแบบจีนโบราณที่อยู่อิงแอบกับภูเขา นอกจากนี้ในตลาดที่เราเดินไปก็มีร้านจำหน่ายสินค้าหลากหลาย ทั้งของกิน ของใช้ ของฝาก สารพัด ฉันเดินไปจัด "ยู่หยวน" หรือบัวลอยไต้หวันมา 1 ชามใหญ่ บัวลอยร้อนๆ กับอากาศเย็นๆ ช่างเข้ากันดีนัก

เดินอยู่เกือบชั่วโมง เห็นของกินก็อยากกิน แต่กระเพาะรับไม่ไหวแล้ว ก็ได้แต่ชมไปพลางๆ อย่างไอติมโบราณที่ดูคล้ายโรตี กุนเชียง ไข่เหล็ก น้ำขิงชนิดก้อน โมจิสไตล์ไต้หวัน หมูแผ่น หมูเส้น ฯลฯ เห็นแล้วคิดถึงคนที่เมืองไทยที่สุด

ทริปจบ อารมณ์ไม่จบ ไต้หวันเซอร์ไพรส์ฉันหลายอย่าง ทั้งผู้คนที่ดูมีระเบียบวินัยคล้ายกับชาวญี่ปุ่นไม่มีผิด หรือบ้านเมืองที่สะอาดสะอ้าน การเดินทางที่แสนสะดวกสบาย และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เรียกว่าไต้หวันเอาใจฉันไปได้เต็มๆ

ถ้าไม่เชื่อว่าไต้หวันชวนอัศจรรย์ใจจริงๆ ไปเที่ยวกันสิ

......................

การเดินทาง

มีเที่ยวบินมากมายบินตรงจากเมืองไทยไปไต้หวัน ทั้งสายการบินไทย, ไชน่าแอร์ไลน์, อีวาแอร์, คาเธ่ย์แปซิฟิก,ไทเกอร์แอร์, เจ็ทสตาร์เอเชีย ฯลฯ แต่ V Air เป็นสายการบินน้องใหม่ที่เปิดให้บริการ แถมโปรโมชั่นคุ้มค่าสุดๆ ใครอยากสัมผัสไต้หวันแบบประหยัดกระเป๋าสตางค์แนะนำวีแอร์ ดูรายละเอียดที่ www.flyvair.com

จะเข้าประเทศเขาต้องทำวีซ่ากันก่อนนะ แต่ไม่ยากเท่าไร เพราะไต้หวัน welcome คนไทย ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนไม่ต่างจากเงินบาทมาก 1 บาท เท่ากับ 0.96 ดอลล่าร์ไต้หวัน (อัตราแลกเปลี่ยนอาจมีการเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบก่อนเดินทาง)

ไต้หวันเที่ยวได้ทุกฤดู แต่ที่แนะนำว่าไม่ควรไปคือช่วงเดือนกรกฎาคม - กันยายน เพราะเป็นช่วงมรสุม อาจจะทำให้เที่ยวไม่สนุกได้