นางงามทิฟฟานี่ร้องกองปราบฯอ้าง'บุ๋ม ปนัดดา'หมิ่น

นางงามทิฟฟานี่ร้องกองปราบฯอ้าง'บุ๋ม ปนัดดา'หมิ่น

สาวประเภท2 ดีกรีนางงามทิฟฟานี่ ร้องกองปราบฯ ดำเนินคดี "บุ๋ม ปนัดดา" หมิ่นปมโครงการ "เรามีเรา"

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายดากานดา สอนประเสริฐ อายุ 33 ปี สาวประเภทสอง อดีตนางงามมิตรภาพในการประกวดมิสทิฟฟานี ปี 2006 เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ชนะ ขำทอง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ปนัดดา วงษ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม-ปนัดดา” อดีตนางสาวไทย ปี 2543 นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง กับพวกรวม 6 คน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยนำเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

นายดากานดา กล่าวว่า สาเหตุที่เข้าแจ้งความในครั้งนี้ เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ น.ส.ปนัดดา กับพวก ได้ให้ข่าวผ่านทางสื่อมวลชนกล่าวหาว่าตนแอบอ้างชื่อ น.ส.ปนัดดา ว่าเป็นที่ปรึกษาอาวุโสโครงการ “เรามีเรา” ซึ่งเป็นโครงการจัดหาเงินช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ โดยเปิดรับบริจาคเงินผ่านทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ นอกจากนี้ก็มีการว่าจ้างดารา มาถ่ายทำปฏิทินปี 2558 เพื่อนำออกวางจำหน่ายหารายได้มาสมทบเข้าโครงการดังกล่าว รวมทั้งตั้งกล่องรับบริจาคตามสถานที่ต่างๆ ทั้งที่เรื่องนี้ทาง น.ส.ปนัดดา ทราบดีว่า ตนได้โทรศัพท์ไปหาแล้ว เพื่อขอให้มาเป็นที่ปรึกษาโครงการนี้ เนื่องจากเป็นผู้มีชื่อเสียงและมีจิตเมตตาต่อผู้ด้อยโอกาสในสังคม ซึ่งก็ได้รับความยินยอม รวมถึงเรื่องการหาเงินสบทบทุนโครงการก็ได้รับอนุญาตจากอดีต ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ อย่างถูกต้องเป็นลายลักษณ์อักษร

นายดากานดา กล่าวต่อว่า ทาง น.ส.ปนัดดา ยังกล่าวหาว่าตนยักยอกเงินบริจาคของโครงการดังกล่าวไป 3 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นความจริง เรื่องนี้ตนมีหลักฐานเป็นสำเนาบัญชีเงินฝากธนาคาร หนังสือรับรองจากธนาคาร หนังสือที่ออกโดยอดีต ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และเอกสารที่เกี่ยวข้องมายืนยัน ส่วนกรณีที่ระบุว่า ตนเคยแอบอ้งาว่าเป็นคนนามสกุลดัง เพื่อให้ง่ายต่อการไปขอรับเงินสนับสนุนโครงการ ทั้งหมดก็ไม่เป็นความจริง และทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากคนทั่วไป จึงต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น ทาง น.ส.ปนัดดา กับพวก เคยแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ ว่าได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายดากานดา เนื่องจากมีการกล่าวอ้างว่า น.ส.ปนัดดา เป็นที่ปรึกษาอาวุโสโครงการ “เรามีเรา” ทั้งที่ไม่เคยอนุญาต เพียงแต่เป็นผู้สนับสนุนเครื่องสำอาง ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมของโครงการดังกล่าวเท่านั้น ขณะที่ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ก็เคยออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยอนุญาตให้นำชื่อสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ไปกล่าวอ้างในการหาเงินสมทบทุนใดๆ

ด้าน ร.ต.ท.ชนะ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องไว้ก่อน โดยได้ให้คำแนะนำว่ากรณีดังกล่าวเป็นหน้างานของตำรวจท้องที่ ซึ่งจะพิจารณาดำเนินการ จึงเตรียมประสานส่งเรื่องไปยังตำรวจท้องที่เกิดเหตุต่อไป