ท่องเที่ยว (ช่วย) ฟื้นฟุกุชิมะ

ท่องเที่ยว (ช่วย) ฟื้นฟุกุชิมะ

จังหวัดฟุกุชิมะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัตินิวเคลียร์ครั้งที่เลวร้ายที่สุด

นับตั้งแต่เหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ตอนนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว

ไกด์นำเที่ยวของรัฐบาลท้องถิ่นตอนนี้กำลังสาละวนอยู่กับการพานักท่องเที่ยวนั่งรถบัสชมพื้นที่ที่เคยเกิดมหันตภัยและอธิบายให้นักท่องเที่ยวฟังว่าทำไมฟุกุชิมะถึงได้กลายเป็นเขตภัยพิบัติ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 เหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิถล่มชายฝั่งญี่ปุ่นส่งผลให้เตาปฏิกรณ์ 3 เครื่องจากทั้งหมด 6 เครื่องที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเกิดระเบิดขึ้นและปล่อยกัมมันตรังสีจนต้องมีการอพยพผู้คนราว 300,000 คนออกจากพื้นที่ทั้งหมด

แม้จะมีการพูดถึงระดับการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีตอนนี้ว่าอยู่ในระดับ “ต่ำ” แต่นักท่องเที่ยวจะได้รับอนุญาตให้ใช้เวลาไม่นานในการหยุดแวะดูสถานที่ต่างๆ ในเมืองร้างที่ถูกทอดทิ้งแห่งนี้

ยูซูเกะ คาโตะ หัวหน้าไกด์ทัวร์บอกว่า บรรดาลูกทัวร์ต่างพากันตกตะลึงเมื่อได้มาเห็นสภาพของฟุกุชิมะเป็นครั้งแรกและต่างแสดงความไม่เชื่อในสิ่งที่พวกเขาได้เห็น

ดินและน้ำที่ฟุกุชิมะยังคงมีสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนจึงทำให้ไม่มีใครสามารถอาศัยอยู่ที่นั่นได้และไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าภารกิจการจัดการให้ทุกอย่างปลอดจากสารปนเปื้อนจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่

เคนิชิ บามบะ คนที่เคยอาศัยอยู่ที่นั่นยังคงมองโลกในแง่ดีว่าจังหวัดฟุกุชิมะสามารถจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ได้ แต่บาดแผลแห่งความเจ็บปวดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงอยู่

“อันที่จริงแล้ว ผมมาที่นี่หลายครั้งมาก แต่ก็ยังคงพูดอะไรไม่ออก มีเพียงแค่รู้สึกเศร้าและเศร้า” เคนิชิกล่าว

ตอนนี้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะกำลังถูกแยกออกเป็นส่วนๆ และเป็นที่คาดการณ์ว่าต้องใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าที่จะทำให้พื้นที่ตรงนี้กลับมาปลอดภัยอีกครั้งและต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลถึงล้านล้านบาท

มีการสำรวจความคิดเห็นของคนที่เคยอาศัยอยู่ที่ฟุกุชิมะและพบว่ามีเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่ต้องการจะกลับไปอยู่บ้านเก่า

แต่บรรดาไกด์ทัวร์ก็หวังว่าการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวและการแบ่งปันประสบการณ์ให้พวกเขาได้รับรู้ว่าครั้งหนึ่งฟุกุชิมะเคยเป็นอย่างไรจะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ มาร่วมด้วยช่วยกันพลิกฟื้นฟุกุชิมะให้กลับมาเป็นเมืองอีกครั้ง

“เราต้องการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนท้องถิ่นมาช่วยฟื้นฟูฟุกุชิมะให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง” เคเนชิกล่าว

.....................................

ที่มา เว็บไซต์เดลี่ เมล