กระทรวงท่องเที่ยวคิกออฟยุทธศาสตร์ปี58 ย้ำแผนรีแบรนด์ประเทศไทย ปัดฝุ่นแผนเสนอเป็นเจ้าภาพ"ฟอร์มูล่าวัน" พัทยา
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าในปี 2558 จัดทำยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวให้พร้อมเริ่มต้นปฏิบัติตามแผนในเดือน ก.ค. เพื่อให้สอดรับกับโรดแมพของรัฐบาลที่เตรียมจัดทำให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน ม.ค.-ก.พ.2559 ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวต้องเริ่มมีการ "รีแบรนด์ประเทศไทย"ใหม่ เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันของตลาดท่องเที่ยวทั่วโลกสูงขึ้น จนใกล้เคียงกับภาวะน่านน้ำสีแดง (Red Ocean)
จากการที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังยกระดับกลยุทธ์สร้างการท่องเที่ยวเป็นสาขาหลักในการสร้างรายได้ประเทศ ประกอบกับการเห็นศักยภาพของตลาดหลักที่มีศักยภาพในระดับโลกเกิดขึ้น อาทิ นักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศแตะระดับ 500 ล้านคน, การขยายตัวของประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวที่เดินทางซ้ำกลับมีอัตราสูงถึงราว 60-70% ดังนั้น แต่ละประเทศจึงต้องเร่งสร้างความแตกต่างของการท่องเที่ยว และมีสินค้าท่องเที่ยวใหม่ๆ นำเสนอสู่ตลาดนักท่องเที่ยวที่เคยเข้ามาแล้ว และต้องการประสบการณ์ใหม่
เดินหน้ารีแบรนด์ประเทศไทย
แผนการรีแบรนด์ครั้งนี้เพื่อสร้างนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางซ้ำให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยทุกพื้นที่ ซึ่งเคยมีภาพลักษณ์ไม่ดีและไม่ปลอดภัย ต้องทยอยแก้ไขตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค.2558 คณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติจะเริ่มลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น เพื่อนำมากำหนดแนวทางการพัฒนาและตำแหน่งการตลาดของทุกจังหวัด เบื้องต้นอาจเลือกลงพื้นที่ใน 5 จาก 8 คลัสเตอร์ที่เคยมีการศึกษาและจัดกลุ่มไว้ก่อนเพื่อเป็นโมเดลนำร่อง และมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละแห่งเป็นประธานในการพัฒนาของแต่ละพื้นที่
สำหรับการรีแบรนด์ประเทศไทยรายจังหวัดนั้น ขณะนี้เริ่มวางแนวคิดแล้ว 5 จังหวัด โดยจะดึงจุดเด่นและเอกลักษณ์ของทุกแห่งที่มีอยู่มาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันมีโอกาสเผชิญกับแนวโน้มนักท่องเที่ยวเติบโตลดน้อยลงไป เมื่อธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์ขยายเส้นทางบินตรงโดยไม่ผ่านเมืองหลวงกันมากขึ้น
ชู'กรุงเทพฯ'ท่องเที่ยวทางเรือ
นางกอบกาญจน์ กล่าวว่ามีแผนปรับภาพลักษณ์ "กรุงเทพฯ" เป็นเวิลด์ เฮอริเทจ ริเวอร์ ครุยส์ หรือ จุดหมายท่องเที่ยวทางเรือมรดกโลก ทั้งด้านการล่องแม่น้ำและล่องทะเล โดยจะบูรณาการร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมที่มีแผนผลักดันวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา 3-4 แห่ง ให้ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก รวมถึงต่อยอดความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร หน่วยงานเจ้าของพื้นที่หากต้องมีการพัฒนาระบบขนส่งทางเรือเพิ่มเติม เช่น การลงทุนสร้างท่าเรือสำราญเพื่อเชื่อมนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เดินทางมาด้วยวิธีดังกล่าวให้มีจุดจอดในไทยมากขึ้น
ส่วน จ.น่าน มีศักยภาพเป็น "ไบค์ ทาวน์" หรือเมืองแห่งจักรยานและเป็นจุดหมายที่เหมาะกับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีความสงบและปลอดภัยระดับโลก ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวโลกที่จะมีกลุ่มผู้สูงอายุขยายตัวขึ้น ขณะที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีแผนสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้เป็น "ฟูลแมน ปาร์ตี้ วิถีไทย" โดยพยายามนำเสนอเรื่องราวในประวัติศาสตร์สมัยที่รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสมาเกาะแห่งนี้ เพื่อชมพระจันทร์ในหลายโอกาส ทั้งนี้ เพื่อยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวให้มีมิติและมุมมองใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้น
ด้านจ.ภูเก็ต กระทรวงฯได้เข้าไปจัดเวทีระดมความคิดเห็นของภาครัฐและเอกชนในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อตกลงร่วมกันว่าที่ผ่านมาการท่องเที่ยวได้พัฒนาไปไกลและไม่ต้องการให้เป็นแต่จุดหมายที่รับแต่นักท่องเที่ยวกระแสหลัก (Mass Destination) อีกต่อไป แต่ต้องการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับพรีเมียม โดยจะเพิ่มการเจาะตลาดกลุ่มคุณภาพรวมทั้งจำนวนวันพัก อาทิ กลุ่มจัดประชุมและสัมมนา กลุ่มท่องเที่ยวเชิงแพทย์และสุขภาพ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวตลอดปี และไม่มีช่วงโลว์ซีซัน ทั้งนี้ในการจัดทำตำแหน่งการตลาดของทุกกลุ่ม จะต้องผ่านการรับฟังและหารือในเชิงลึกอีกครั้ง
ปัดฝุ่นแข่ง"ฟอร์มูล่าวัน"
นางกอบกาญจน์ กล่าวอีกว่าตามยุทธศาสตร์กีฬาที่จัดทำขึ้นพร้อมกัน หนึ่งในแผนดังกล่าวคือการสร้างอีเวนท์ระดับโลก เพื่อให้มหกรรมกีฬาเป็นกลไกในการดึงรายได้กระจายสู่ภาคท่องเที่ยวด้วยนั้น ขณะนี้กระทรวงฯ อยู่ระหว่างการเตรียมนำแผนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง (ฟอร์มูล่าวัน) ที่เคยศึกษาและเจรจากับเจ้าของลิขสิทธิ์ไว้แล้ว กลับมาศึกษาความเป็นไปได้อีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปรับภาพลักษณ์"พัทยา" ให้เป็น "เวิลด์ สปอร์ต เดสติเนชั่น" หรือจุดหมายของกีฬาระดับโลก
หากมีการสรุปแนวคิดจากรัฐบาลในการเป็นเจ้าภาพดังกล่าว อาจพิจารณาให้พัทยาเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากมีที่ดินของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ราว 300 ไร่ ที่พร้อมพัฒนาเป็นสนามแข่ง อีกทั้งพัทยาก็มีโครงสร้างพื้นฐานเรื่องจำนวนโรงแรมที่พร้อมรับผู้ชมจำนวนมาก ทำให้ไม่มีปัญหาสร้างห้องพักใหม่ๆ หากบุกเบิกการแข่งขันไปยังจุดหมายอื่นๆ
ทางด้านความคืบหน้าในการสร้างเส้นทางจักรยานทั่วประเทศภายใต้งบประมาณ 1,782 ล้านบาท ตามแผนการพัฒนาเส้นทางกีฬาควบคู่การท่องเที่ยว และสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย ขณะนี้มี 63 จังหวัดที่เสนอแผนเส้นทางเข้ามาแล้ว คาดว่าปลายปีนี้จะมีเส้นทางใหม่ 30-40 เส้นทาง
สำหรับเส้นทางหลักในกรุงเทพฯ ซึ่งร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในการพัฒนาเส้นทางในที่ดินของ รฟม.ย่านมักกะสันระยะทาง 3 ก.ม.ร่วมกันนั้น จะมีการปรับปรุงเส้นทางและเปิดให้บริการได้ในราวเดือน ก.พ.-มี.ค.2558





