แม้ปัจจุบันจะเป็นยุคที่มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่หลาย
แต่นักท่องเที่ยวควรพึงระวังในการถ่ายภาพเพื่อโพสต์หรือแชะแล้วแชร์ เพราะแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งดังต่อไปนี้มีการสั่งห้ามถ่ายภาพ ”เซลฟี่” ด้วยเหตุผลหลายประการ
ทะเลสาบทาโฮ รัฐแคลิฟอร์เนีย/เนวาดา: พนักงานที่ทะเลสาบทาโฮใกล้เขตชายแดนแคลิฟอร์เนีย-เนวาดา กำลังขอร้องไม่ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพหมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ่ายภาพเซลฟี่ของพวกเขาที่ยืนหันหลังให้กับหมีเหล่านั้น โฆษกของอุทยานในทะเลสาบบอกว่า ภาพถ่ายเซลฟี่ของนักท่องเที่ยวกับหมีที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังเป็นปัญหาเรื่องความปลอดภัย มันเป็นไปได้ว่าพวกเขากำลังนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วที่นักท่องเที่ยวคู่หนึ่งถูกแรดแทงหลังจากที่ไกด์แนะนำให้พวกเขาเข้าไปอยู่ใกล้ๆ กับสัตว์เพื่อจะได้ภาพถ่ายที่สวยงามขึ้น
พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ อัมสเตอร์ดัม: พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะมีเรื่องขัดแย้งกับสื่อสังคมออนไลน์และการถ่ายภาพมาโดยตลอด เพราะในตอนแรกมีการสั่งห้ามถ่ายภาพ ต่อมาก็ยกเลิกคำสั่งในเดือนพฤษภาคม 2013 จากนั้นก็สั่งห้ามถ่ายภาพอีกครั้งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้บอกว่าการถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของอัมสเตอร์ดัมได้ก่อให้เกิดความตึงเครียดระหว่างผู้ที่ต้องการถ่ายภาพและผู้ที่ต้องการดูภาพวาดที่โชว์ในพิพิธภัณฑ์
นครเมกกะ ซาอุดิอาระเบีย: การประกอบพิธีฮัจญ์คือการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่นครเมกกะซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญสำหรับชาวมุสลิมทุกคน แต่ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีกำลังก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้น เพราะวัยรุ่นมุสลิมมีการใช้โซเชียลมีเดียบันทึกเรื่องราวการประกอบศาสนกิจของพวกเขา ผู้นำทางศาสนาอิสลามและนักวิชาการที่มีชื่อเสียงหลายคนร้องขอให้คนงดเว้นการโพสต์ภาพเซลฟี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพที่พวกเขาไปเยือนหรือสัมผัสสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา โดยให้เหตุผลว่าภาพดังกล่าวขัดกับหลักการของศาสนาอิสลามในเรื่องความพอเพียงหรือความเรียบง่าย
โบสถ์น้อยซิสทีน นครวาติกัน: โบสถ์ซิสทีนได้ออกกฎห้ามไม่ให้ถ่ายภาพภายในโบสถ์ รวมถึงห้ามถ่ายภาพวาดบนเพดานโบสถ์ที่เป็นภาพวาดของศิลปินก้องโลกอย่างไมเคิล แอนเจโลด้วย กฎข้อนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการต้องการแก้ปัญหาเรื่องความแออัดยัดเยียดของนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาชมภายในโบสถ์ หรือความพยายามที่จะป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาภายในโบสถ์นานเกินไปหรือต้องการให้พวกเขาเคลื่อนย้ายออกจากโบสถ์ได้อย่างรวดเร็วขึ้น
กฎห้ามดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นเมื่อปี 1980 หลังจากที่นครวาติกันสามารถระดมทุนได้ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา จาก Nippon Television Network ของญี่ปุ่น เพื่อนำมาใช้บูรณะโบสถ์ โดยแลกกับการที่วาติกันอนุญาตให้ทีวีช่องดังกล่าวได้สิทธิ์ในการถ่ายภาพและวิดีโอภาพศิลปะภายในโบสถ์แต่เพียงผู้เดียว ถึงแม้ว่าคำสั่งแบนดังกล่าวยังคงมีผลอยู่ในทางเทคนิค แต่การบังคับใช้ก็ไม่ได้เข้มงวดมากนัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากก็ยังสามารถถ่ายภาพภายในโบสถ์ได้
หาดการูเป้ ฝรั่งเศส: หาดซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสออกประกาศห้ามเซลฟี่แบบ “แบรกจี้” ซึ่งหมายถึงรูปถ่ายของเราที่เราถ่ายด้วยตัวเองแล้วอัพโหลดลงโซเชียลมีเดียเพื่อการโอ้อวดหรือทำให้คนอื่นอิจฉา โดยนิยมถ่ายกันเวลาไปเที่ยวโรงแรมหรูๆ หรือเวลาไปทานอาหารดีๆ หรูๆ โดยให้เหตุผลว่าภาพถ่ายที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียจะทำลายประสบการณ์และบรรยากาศที่แท้จริงของชายหาด โฆษกของหาดบอกว่า ทางหาดต้องการให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาเพลิดเพลินและสนุกไปกับทะเลที่แสนสวยงามให้มากที่สุด ไม่ใช่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของพวกเขาหมดไปกับการโชว์ภาพถ่ายให้เพื่อนๆ หรือคนที่บ้านดู
เทศกาลวิ่งวัวกระทิง เมืองปามโปลน่า ประเทศสเปน: การถ่ายภาพเซลฟี่ระหว่างเทศกาลวิ่งวัวกระทิงดูเหมือนจะเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงมากและไม่ปลอดภัยเลย เจ้าหน้าที่เมืองซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลประจำปีได้ออกกฎห้ามเซลฟี่ระหว่างวัวกระทิงกำลังวิ่ง ใครฝ่าฝืนมีโทษปรับด้วย ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา มีชาวอังกฤษถูกปรับเป็นเงิน 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการถ่ายภาพของตัวเองในขณะเข้าร่วมชมวัวกระทิงวิ่ง หนังสือพิมพ์สเปนฉบับหนึ่งถึงกับตั้งคำถามว่า "นี่คือเซลฟี่ที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมาหรือไม่?"
รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา: นิวยอร์กกลายเป็นรัฐแรกในอเมริกาที่ออกกฎหมายห้ามคนติดต่อสัมผัสโดยตรงหรือถ่ายภาพตัวเองกับสัตว์อันตราย เช่น สิงโต เสือโคร่งและเสือดาวตามสถานที่ต่างๆ เช่น สวนสัตว์ แม้ว่านักการเมืองที่เป็นคนสนับสนุนกฎหมายนี้อ้างว่าโซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นแรงกระตุ้นเดียวที่อยู่เบื้องหลังการออกกฎหมาย แต่ภาพของคนที่ถ่ายเซลฟี่กับเสือมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในสื่อสังคมออนไลน์น่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้มีการออกกฎหมายนี้มาใช้บังคับ คนที่ละเมิดจะถูกจับและปรับเป็นจำนวนเงินตั้งแต่ 500 - 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
................................
ที่มา www.cntraveler.com





