วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ท่องเที่ยวภูเก็ตยังคึกคัก

ท่องเที่ยวภูเก็ตยังคึกคัก ด้านผู้ประกอบการเรือเข้มนทท.สวมชูชีพ เพื่อความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท่าเทียบเรือต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต ภายหลังเกิดเหตุการณ์เรือสปีดโบ๊ท ซีสตาร์ 29 ชนกับเรือประมงอวนลาก สินพิชัย 11 เมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่บริเวณกองหินหมูสัง ห่างจากเกาะพีพี จ.กระบี่ ประมาณ 6 ไมล์ทะเล ส่งผลให้มีผู้โดยสารบาดเจ็บจำนวน 35 คน และเสียชีวิต 2 ราย ว่า ยังคงมีนักท่องเที่ยวลงเรือเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ เป็นปกติ แต่ได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งความพร้อมของตัวเรือ ความพร้อมของผู้ควบคุมเรือ เด็กเรือ การสวมใส่เสื้อชูชีพของนักท่องเที่ยว

เช่น บริเวณท่าเรือนนทศักดิ์มารีน บ้านเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือสปีดโบ๊ทให้บริการขนาดใหญ่ มีเรือสปีดโบ๊ทให้บริการหลายลำ โดยยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาลงเรือไปท่องเที่ยว ดำน้ำ ชมปะการังยังเกาะแก่งต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งก่อนที่จะนำเรือออกจากท่า เด็กประจำเรือได้แจ้งให้นักท่องเที่ยวสวมใส่เสื้อชูชีพ และนั่งในจุดที่กำหนด ขณะเดียวกันผู้ควบคุมเรือได้มีการตรวจสอบความพร้อมของเรือและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อความมั่นใจ เป็นต้น

จากการสอบถามนายชัยเดช ประมงกิจ และนายไพโรจน์ กล้าทะเล ซึ่งเป็นคนขับเรือของบริษัท นนทศักดิ์มารีน จำกัด เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนจะนำเรืออกจากท่าเทียบเรือว่า ก่อนที่จะมีการนำเรืออกจากท่าพวกตนก็ต้องดูความพร้อมต่างๆ เช่น เครื่องยนต์ อุปกรณ์ช่วยชีวิตประจำเรือ เป็นต้น ส่วนของตัวเองนั้นก็จะต้องมีการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ก็จะมีการตรวจสอบสภาพอากาศจาก ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งกรณีที่นำเรือออกไปแล้วหากเจอสภาพอากาศที่ไม่ดีหรือการจราจรทางน้ำหนาแน่นก็จะเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ความเร็วที่เหมาะสม และต้องทิ้งระยะห่างจากเรือลำอื่นพอสมควร

นายสุริยะ ตามชู ประธานบริษัท นนทศักดิ์ มารีน กล่าวว่า สำหรับนนทศักดิ์มารีน ได้ดำเนินกิจการเดินเรือมากว่า 20 ปี และให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ซึ่งก่อนที่จะนำเรือออกจากท่า ทางพนักงานที่ดูแลเรือแต่ลำ จะต้องตรวจสอบความพร้อมของเรือ อุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ โดยเฉพาะเสื้อชูชีพ ซึ่งจะต้องมีเพียงพอกับจำนวนผู้โดยสาร และได้เน้นย้ำกับพนักงาน ทั้งคนขับ และเด็กเรือให้ดูแลนักท่องเที่ยวให้สวมใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลาที่อยู่บนเรือ เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดสำหรับไกด์ที่จะต้องบรรยายให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะเบื้องต้นและข้อปฏิบัติแก่นักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางในขณะอยู่บนเรือ การใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต หรืออุปกรณ์ฉุกเฉินบนเรือก่อนที่จะออกเดินทางทุกครั้ง จึงทำให้บริษัทนำเที่ยวต่างๆ มีความมั่นใจในความปลอดภัยและยังคงใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้รับผลกระทบกับการใช้บริการของนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด

ทางด้านนายหลี่ นางสาวหลิง และนางสาวเจิน นักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเดินทางออกไปดำน้ำดูปะการังและท่องเที่ยวยังเกาะพีพี ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ได้วิตกกังวลในการนั่งเรือ แม้จะมีเหตุการณ์เรือชนกันเกิดขึ้น เพราะเห็นการเตรียมความพร้อมของบริษัททั้งตัวเรือ พนักงาน และยังมีการบรรยายขั้นตอนการปฏิบัติตัวอย่างละเอียด สามารถจดจำและปฏิบัติได้ ซึ่งพวกตนก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามเพื่อความปลอดภัย