ทุกคนมีความเท่าเทียมกันในสังคม และโอกาสในการออกไปสัมผัสโลกกว้างก็ไม่ต่างกัน
เพราะฉะนั้นผู้พิการทุกประเภทก็น่าจะมีสิทธิ์ได้ชื่นชมธรรมชาติและวัฒนธรรมอันสวยงามได้เช่นกัน
เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนตาบอดได้สัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติผ่านผลงานศิลปะในลักษณะประติมากรรมและสื่อผสมเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น วัด วัง โบราณสถาน ภูเขา ป่า น้ำตก ทะเล รวมถึงสิ่งมีชีวิตทางธรรมชาติ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงจัดโครงการ "ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปะเพื่อคนตาบอด พ.ศ. 2557 และการประกวดศิลปะเพื่อคนตาบอด” พร้อมการประกวดงานศิลปะเพื่อคนตาบอด ในหัวข้อ “ความสุข...ที่สัมผัสได้” (Feel the Happiness) เพื่อชิงถ้วยรางวัลและโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 430,000 บาท โดยล่าสุดได้มีการคัดเลือกผลงานที่ชนะการประกวดในอันดับต่างๆ แล้ว
กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “นิทรรศการครั้งนี้ได้สร้างประสบการณ์รับรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวให้แก่คนตาบอด ซึ่งโครงการนี้จะช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้คนตาบอดได้รับรู้ถึงคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยวของไทยมากยิ่งขึ้น”
ด้าน ว่าที่ร้อยตรีอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “กรมการท่องเที่ยวได้มีแนวคิดพัฒนากิจกรรมเพื่อตอบสนองผู้มีความต้องการพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้พิการทางสายตาอยู่แล้ว โดยในปีนี้เป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดนิทรรศการประติมากรรมนูนต่ำ นูนสูง ลอยตัว และผสมสื่อทางการได้ยินเข้าไป ทำให้ผู้พิการทางสายตาได้มีโอกาสเข้าถึงความหมายที่แท้จริงของการท่องเที่ยว เป็นการเปิดโลกจินตนาการ เปิดการรับรู้ สัมผัสลักษณะพิเศษและคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยวที่ต่างๆ ของประเทศไทย”
ผลงานที่ชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานชุด “อารยธรรมอันรุ่งเรือง” ของศิลปินกลุ่ม Indy Art โดยผลงานชุดนี้ได้นำเสนอภาพของวัดวาอารามด้วยประติมากรรมนูนต่ำ เพื่อนำคนตาบอดไปสัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมในวัดโพธิ์ อย่างตุ๊กตาจีน ซุ้มทรงมงกุฎ นอกจากนั้นยังนำภาพจิตรกรรมศิลปะการนวดตำรับวัดโพธิ์และฤๅษีดัดตนท่าทางต่างๆ มาทำเป็นผลงาน 3 มิติ ให้คนตาบอดได้เปิดโลกแห่งศิลปะมากขึ้น
ผลงานที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ผลงานชุด “โลกใต้ทะเล” ของกลุ่ม Yellow Submarine ซึ่งได้จำลองบรรยากาศโลกใต้ทะเล ด้วยศิลปะนูนต่ำ ให้บรรยากาศของทะเลอันดามัน ฝูงปลาน้อยใหญ่ ปะการัง หอย และเต่าทะเล ซึ่งสามารถนำพาคนตาบอดไปสัมผัสกับเกลียวคลื่นและฝูงปลาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ผลงานซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ ผลงานชุด “เสน่ห์ธรรมชาติ” ของทีมประติมากรรมลำพยา ศิลปะนูนต่ำภาพโขลงช้าง สัตว์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของไทย และวิถีชีวิตผู้คน ภูเขา น้ำตก เป็นผลงานที่นำคนตาบอดไปสัมผัสกับวิถีธรรมชาติได้ราวกับท่องไปในราวป่า นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการปางช้าง ซึ่งมีทั้งคอกช้าง หญ้าจริง ขอเกี่ยวหูช้าง และเชือกสำหรับชักลากช้าง ให้คนตาบอดได้จับต้อง เพื่อให้ได้สัมผัสถึงธรรมชาติที่แท้จริง
อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวต่อว่า ผู้พิการทางสายตาในประเทศไทยยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวอยู่มาก การจัดนิทรรศการศิลปะเพื่อคนตาบอดเพื่อเปิดโลกทัศน์ด้านการท่องเที่ยวในครั้งนี้ จึงเป็นกิจกรรมที่กรมการท่องเที่ยวให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ สานต่อนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวในทุกรูปแบบให้กับนักท่องเที่ยวทุกประเภท
“การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากทั้งผู้เข้าประกวดผลงาน และผู้เข้าชมนิทรรศการทั้งคนตาบอดและคนตาดี กรมการท่องเที่ยวหวังว่าจะเป็นการสร้างการรับรู้ให้สังคมไทยเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวในอีกรูปแบบหนึ่ง ในมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยสามารถนำนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตามีโอกาสรับรู้ถึงโครงสร้างทางศิลปะ สัมผัสลักษณะโครงสร้างของสถานที่ท่องเที่ยว และบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามในที่ต่างๆ ในประเทศไทย ตลอดจนได้ยินเสียงที่เกิดจากสถานที่ท่องเที่ยว เช่น เสียงคลื่น เสียงน้ำตก เสียงสัตว์นานาชนิดในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกด้วย และกรมการท่องเที่ยวก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิทรรศการในปีต่อๆ ไปจะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นไป และช่วยให้สังคมไทยเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวทุกประเภทมากขึ้น”
และนี่ก็คืออีกหนึ่งโอกาสที่ทำให้ผู้พิการได้รับความรู้และเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไปได้





