ญี่ปุ่นเป็นประเทศในฝันของใครหลายคน เพราะผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมเก่าแก่และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างลงตัว
ปัจจุบัน การไปญี่ปุ่นสำหรับคนไทยไม่ใช่ของยากอีกต่อไป เพราะทางการญี่ปุ่นอนุญาตให้คนไทยเข้าญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า นักท่องเที่ยวจากชาติอื่นๆ ก็นิยมไปญี่ปุ่นเพราะบ้านเมืองสะอาด ผู้คนมีวัฒนธรรมงดงามและระเบียบวินัย ญี่ปุ่นปรับเปลี่ยนนโยบายท่องเที่ยวเพื่อให้เป็นที่ที่คนทุกระดับและทุกวัยสามารถมาได้
เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงการคลังญี่ปุน ประกาศว่า รายได้จากการท่องเที่ยวเมื่อเดือนเมษายน มากกว่ารายจ่ายถึง 172 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากที่สุด และเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2513 ความสำเร็จนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการยืดหยุ่นเรื่องวีซ่าเพื่อให้นักท่องเที่ยวระดับกลางจากจีน ไทยและอินโดนีเซียสามารถมาเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างสบายกระเป๋า
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังพยายามดึงดูดนักเดินทางที่เป็นมุสลิมด้วย ก่อนหน้านี้ พวกเขาประสบความลำบากในเรื่องอาหารการกินอย่างมาก เช่น โมฮัมเหม็ด ฟาร์ฮาน จากสิงคโปร์ไปเที่ยวที่เมืองฟูกูโอกะเมื่อปี 2549 เขาเล่าว่า เขากินได้แต่สลัดและบะหมี่สำเร็จรูปเท่านั้น แต่เมื่อเขากลับไปเที่ยวกรุงโตเกียวเมื่อเร็วๆ นี้ เขาพบว่า มีร้านที่ขายอาหารสำหรับคนมุสลิมหลายแห่ง คราวนี้ เขาเอ็นจอยกับการกินอูด้งเนื้อ ยาคินิขุ และอื่นๆ ก่อนหน้านี้ คนมุสลิมในญี่ปุ่นก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกับโมฮัมเหม็ดเพราะพวกเขาต้องกินอาหารฮาลาลเท่านั้น ร้านอาหารก็มีให้เลือกไม่มาก แต่ตอนนี้ ญี่ปุ่นเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แล้ว
สนามบินหลายแห่งในญี่ปุ่นจัดให้มีห้องละหมาดสำหรับผู้โดยสารมุสลิม สนามบินนานาชาติคันไซในเมืองโอซาก้าก็วางแผนที่จะปรับร้านอาหาร 16 แห่ง ให้ปราศจากอาหารที่มีหมูเป็นส่วนประกอบและห้ามขายแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามของศาสนาอิสลาม หลายเมืองในญี่ปุ่น เช่น เกียวโตและชิบะ ต่างรณรงค์ให้ภัตตาคารขายอาหารฮาลาลในสไตล์ญี่ปุ่น เช่น เทมปุระหรือเนื้อปลาวาฬ
โทโมฮิโกะ ซาวายานากิ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการ กลุ่มโรงแรมบริษัทจอห์น แลง ลาซาล กล่าวว่า “ญี่ปุ่นหันมารณรงค์และสนใจกลุ่มมุสลิมเพราะต้องการทำยอดนักท่องเที่ยวให้ถึง 20 ล้านคน เมื่อโตเกียวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคเกมส์ในปี 2563 ในขณะนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มากจากไต้หวัน เกาหลีใต้และจีน”
ญี่ปุ่นจึงผ่อนผันเรื่องวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจากไทยและมาเลเซีย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับกลาง เพราะความต้องการเปิดกลุ่มนักท่องเที่ยวให้หลากหลายมากขึ้น ซาวายานากิ กล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้ในปี 2556 จำนวนนักเที่ยวจากทั้ง 2 ประเทศ เพิ่มขึ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในญี่ปุ่น ญี่ปุ่นอาจผ่อนผันเรื่องนี้ให้นักท่องเที่ยวจากอินโดนีเซีย ฟิลลิปินส์และอินเดีย
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมี Halalminds ซึ่งเป็น app สำหรับสมาร์ทโฟนที่ช่วยชาวมุสลิมหาร้านอาหารหรือสินค้าฮาลาล อากัง ปามบูดิ ชาวอินโดนีเซีย ซึ่งประสบปัญหาในการหาร้านฮาลลาลในญี่ปุ่นจ่ายเงินไป 3,000 เหรียญ ในการจ้างออกแบบแอพฯ นี้ ตอนนี้มีคนดาวน์โหลดไปกว่า 4,000 ครั้ง นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
“เราไม่มีงบสำหรับการตลาดและเงินสนับสนุน แต่เรากำลังจะเปิดตัวเวอร์ชั่น 2 ราวปลายเดือนสิงหาคม เราหวังว่าจะมีคนดาวน์โหลดมากขึ้น ปีหน้า เราคาดว่าจะมีคนดาวน์โหลดทั้งหมด 1 ล้านครั้ง”
ส่วนธุรกิจท่องเที่ยวก็ปรับตัวเช่นเดียวกัน เช่น คิชิดะ ตัวแทนของบริษัทแห่งหนึ่งเล่าว่า บริษัทของเขาจัดทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิมเท่านั้นในช่วงปีที่ผ่านมา การหาร้านอาหารฮาลาลสำหรับลูกทัวร์เป็นเรื่องง่ายเพราะร้านประเภทนี้มีมากขึ้น แต่การหาที่พักเป็นเรื่องท้าทายเพราะเป็นเรื่องยากที่จะหาที่พักที่ถูกต้องสำหรับลูกค้ามุสลิมในเมืองอย่างโตเกียวและโอซาก้า
...............................
ที่มา เว็บไซท์ซีเอ็นบีซี





