วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โลกร้อนต้องรีบไป

ปัญหาโลกร้อนเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์อย่างมาก รวมถึงการท่องเที่ยวด้วย

นักเดินทางดั้นด้นเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เพราะสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศที่สวยงาม แต่เมื่อปัญหาโลกร้อนทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้น เกิดปัญหามลพิษ ธรรมชาติถูกทำลายและอื่นๆ ย่อมจะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลงอย่างแน่นอน อาทิตย์นี้จึงขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรรีบไปเยือนโดยเร็วเพราะขืนรอช้า ปัญหาโลกร้อนอาจทำให้สถานที่เหล่านี้จมหายไปหรือหมดความสวยงาม

โอเชียนซิตี้ สหรัฐอเมริกา

เมืองชายทะเลอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติค เป็นเมืองท่องเที่ยวและพักผ่อนเนื่องจากมีหาดทรายยาวขาวสะอาด แต่ปัญหาโลกร้อนทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลขึ้นสูงจากการละลายของภูเขาน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ นักวิทยาศาสตร์คาดกันว่า ในศตวรรษหน้า น้ำทะเลจะมีระดับสูงขึ้นอีก 3.5 ฟุต ในขณะที่โอเชียนซิตี้ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 7 ฟุตเท่านั้น ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรจะรีบไปเยือนเมืองนี้ก่อนที่จะจมหายไปในทะเล

เกรตแบร์ริเออร์รีฟ ประเทศออสเตรเลีย

แนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลกนี้ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของทะเลคอรัลใกล้กับรัฐควีนส์แลนด์กว่า 345,000 ตารางกิโลเมตร แนวปะการังนี้สามารถมองเห็นได้จากอวกาศเลยทีเดียว ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตมากมาย ทั้งปะการังชนิดอ่อนและแข็ง สีสันสวยงามและปลานานาชนิด ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำเลยทีเดียว

แต่เพราะปัญหาโลกร้อนทำให้แนวหินปะการังซึ่งเป็นมรดกโลกนี้ประสบปัญหามากมาย เพราะน้ำทะเลดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเป็นกรด ทำให้มีผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตและปะการังในท้องทะเล นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ฟอกขาว หรือ Bleaching ทำให้ปะการังจำนวนมากตายอย่างรวดเร็วและในวงกว้าง หากปัญหาโลกร้อนไม่ได้รับการแก้ไขก็จะทำให้แนวปะการังแห่งนี้หมดความสวยงามและขาดรายได้จากนักท่องเที่ยว

หุบเขามรณะ สหรัฐอเมริกา

ที่นี่ไม่น่าจะเป็นที่ท่องเที่ยวพักผ่อนได้เลย เพราะหุบเขานี้รวมความเป็นที่สุดไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แห้งแล้งที่สุด ร้อนที่สุด อุณหภูมิสูงสุดที่นี่คือเกือบ 60 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีน้ำท่วมและพายุทะเลทรายอีกด้วย แผนการประชาสัมพันธ์ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ที่นี่น่าจะเหมาะกับนักท่องเที่ยวประเภทชอบการผจญภัยและอากาศร้อนอบอ้าว

นักวิทยาศาสตร์ทำนายว่า ในศตวรรษหน้า อุณภูมิที่หุบเขาแห่งนี้จะสูงขึ้นประมาณ 13 องศาเซลเซียส อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างมากนี้จะทำให้สิ่งมีชีวิตตายและสูญพันธุ์ น้ำในทะเลสาบแห้งเหือดและเกิดไฟป่าในอาณาเขตที่กว้างขวาง ดังนั้น นักท่องเที่ยวที่ชอบสถานที่ท่องเที่ยวอย่างนี้ควรรีบมาเที่ยวที่นี่โดยเร็ว

ซาลส์เบิร์ก ออสเตรีย

เมืองนี้เป็นเมืองขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศ เป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกของโลก วูฟกังก์ อมาเดอุส โมสาร์ท วิวทิวทัศน์สวยงาม เทือกเขาแอลป์ยาวเหยียด ยอดเขาก็ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อมตะเรื่อง The Sound of Music และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกด้วย แต่ปัญหาโลกร้อนทำให้ฤดูกาลผันแปร บางฤดูก็สั้นลง บ้างก็ยาวขึ้น เรื่องนี้มีผลอย่างมากกับการเจริญเติบโตของดอกไม้ที่นี่ บางพันธุ์ไม่สามารถปรับตัวได้ก็หายไปจากหุบเขาและยอดเขาทำให้ความสวยงามลดลง ดอกไม้บางชนิดที่เติบโตได้ดีในที่อื่นก็มาแพร่พันธุ์ที่นี่แทน นอกจากนี้ปัญหาที่ต้องช่วยกันแก้ไขนี้ยังทำให้หิมะที่ปกคลุมยอดเขามีน้อยลง ซึ่งแน่นอนทำให้ความสวยงามน้อยลงด้วย ดังนั้น ใครที่ยังไม่เคยไปคงต้องหาทางไปก่อนจะสายไปกว่านี้

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ นิวยอร์ค

อนุสาวรีย์นี้ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ค เมืองใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา เมืองนี้กำลังถูกปัญหาโลกร้อนรุมเร้าเช่นเดียวกัน เมืองนี้มีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและอากาศที่แปรปรวน เทพีสันติภาพนี้ตั้งอยู่กลางอ่าวนิวยอร์คซึ่งเป็นเส้นทางของพายุมากมาย ว่ากันว่าในปี 2593 จะมีพายุลูกใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาพัดเข้ากรุงนิวยอร์ค ซึ่งแน่นอนต้องมีผลกระทบอนุสาวรีย์นี้ด้วยแน่นอน

กรุงเทพฯ ประเทศไทย

นิตยสารไทม์รายงานว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก โดยมีนักท่องเที่ยวเกือบ 16 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว แต่นักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมาหรืออยากมาอีกควรรีบมา เพราะเชื่อกันว่า เมืองหลวงของเรานี้กำลังจะจมหายไปภายในปี 2573 หรืออีก 16 ปีข้างหน้านี่เอง นอกจากจะต้องเผชิญกับปัญหาพายุ น้ำทะเลหนุนสูงขึ้นทุกปี กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่บนที่ราบลุ่มยังเจอปัญหาน้ำท่วมครั้งแล้วครั้งเล่า ในหน้าแล้งยังประสบปัญหาอุณหภูมิที่สูงขึ้นทุกปีอีกด้วย ดังนั้น ใครอยากจะมาสัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลาย อาหารอร่อย ชีวิตกลางคืนที่น่าตื่นตาตื่นใจก็ควรรีบมาเสียตั้งแต่ตอนนี้