วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Salone Internazionale del Mobile 2014

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก บรรยากาศงานปีนี้แสดงแนวโน้มกลับไปสู่ธรรมชาติ ใช้วัสดุเลียนแบบธรรมชาติ และมีความเป็นมินิมัลลิสม์

หนึ่งในงานแสดงสินค้า-ผลิตภัณฑ์-นวัตกรรมเกี่ยวกับงานออกแบบ ‘เฟอร์นิเจอร์’ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกคืองาน Salone Internazionale del Mobile ในประเทศอิตาลี จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเริ่มมาตั้งแต่ปีค.ศ.1961 ณ ศูนย์แสดงสินค้าซึ่งตั้งอยู่ในเขตโรห์ (Rho) อยู่ห่างจากตัวเมืองมิลานออกไปราวสองชั่วโมงครึ่ง

คำว่า Mobile (โมบิเล่) เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า ‘เฟอร์นิเจอร์’ งานนี้จึงมักเรียกกันสั้นๆ อีกชื่อหนึ่งว่า มิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์

งานปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-13 เมษายน แต่ละวันเปิดให้เข้าชมระหว่าง 09.30-18.30 น. สามวันแรกเป็นรอบเจรจาธุรกิจและสื่อมวลชน สามวันหลังเป็นรอบสำหรับประชาชนซึ่งต้องซื้อบัตรเข้าชมงานเช่นกัน

มิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์ เป็นงานแห่งการออกแบบและแสดงเฟอร์นิเจอร์ เน้นการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสากล จับต้องได้จริง ทำให้บรรดานักออกแบบงานตกแต่ง งานเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบผลิตภัณฑ์ไม่ว่าแขนงใด ใฝ่ฝันต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง

กอล์ฟ-จักรพันธ์ ชรินรัตนา หนึ่งในนักออกแบบคนไทยที่มีโอกาสนำมาผลงานในนามแบรนด์ Studio248 ไปแสดงในงานมิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์ ครั้งแรกเมื่อปี 2012 เล่าให้ฟังว่า การสมัครเข้าร่วมแสดงงานยากมาก หมายถึงผู้จัดงานให้ความสำคัญกับการพิจารณาคัดเลือกผลงานของดีไซเนอร์หน้าใหม่อย่างเข้มงวด งานที่ได้รับเลือกให้มาจัดแสดงส่วนใหญ่ในปีนั้นมาจากฮอลแลนด์

สำหรับผลงานของ 'กอล์ฟ' ที่ทำให้ชนะใจคณะกรรมการจัดงานมิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์ ปี 2012 คือ 7 Days Closet หรือ 'ตู้เสื้อผ้า 7 วัน' เป็นงานออกแบบซึ่งพัฒนามาจากความสนใจในพฤติกรรมคนเมืองของเขาเอง คนเรามักทำตู้เสื้อผ้าให้เป็นตู้เก็บของแล้วหาของไม่ค่อยเจอ แต่ 'ตู้เสื้อผ้า 7 วัน' เป็นการเปลี่ยนมุมมองใหม่ในการจัดเก็บเสื้อผ้า คือทำหน้าที่แขวนเสื้อผ้าชุดเก่งที่ใช้อยู่ประจำ ช่วยประหยัดเนื้อที่ โดยเฉพาะผู้ใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียม

กอล์ฟ กล่าวว่า งานมิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์ เป็นงานแสดงเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นงานที่นักออกแบบเอางานมาโชว์ ไม่เน้นขายปลีก แต่ต้องการให้สื่อทั่วโลกเห็นว่าพวกเขากำลังทำอะไร เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดงานออกแบบสากล

นอกจากได้นำผลงานออกแบบมาแสดงได้เป็นครั้งแรก กอล์ฟยังประสบความสำเร็จและปลื้มใจมากเมื่อ รอสซานา ออร์ลันดิ (Rossana Orlandi) เจ้าของแกลลอรีที่ได้ชื่อว่าแสดงผลงานออกแบบที่ดีที่สุดในมิลานและยุโรป สนใจนำผลงานของเขาไปจัดแสดงในแกลลอรีของเธอ

รอสซานา ออร์ลันดิ อดีตแฟชั่นดีไซเนอร์หญิงผู้พลิกผันตัวเองมาทำงานด้านโปรโมตนวัตกรรมงานออกแบบผลิตภัณฑ์และการตกแต่งภายใน ได้ชื่อว่าเป็นนักออกแบบผู้มีดวงตาเฉียบคมในการมองว่างานออกแบบชิ้นไหนจะมาแรง ปัจจุบันเธออายุ 71 ปี

สำหรับปีนี้ผลงานออกแบบของ 'กอล์ฟ' ได้รับเลือกให้เข้าแสดงงานอีกครั้ง เขาส่งผลงานในนาม Studio248 เป็น โต๊ะเครื่องแป้ง Him & Her ซึ่งยังคงพัฒนางานจากพฤติกรรมคนเมือง โดยสังเกตว่าปกติผู้หญิงมักใช้พื้นที่วางข้าวของบนโต๊ะเครื่องแป้งมากกว่าผู้ชาย เขาจึงออกแบบผิวหน้าโต๊ะให้มีลักษณะเหมือนฟันปลา และออกแบบเครื่องใช้บนโต๊ะเครื่องแป้งให้เลื่อนไปมาได้ตามฟันปลา เพื่อให้สะดวกในการเคลื่อนย้าย-ใช้งานบนโต๊ะ ติดตั้งกระจกเงารูปไข-สบายตาสำหรับผู้หญิงที่มักใช้เวลานานหน้ากระจก กับกระจกเงากรอบสี่เหลี่ยมสำหรับผู้ชายที่มักใช้เวลาสำรวจตัวเองไม่นาน

มิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์ ประกอบด้วยอาคารแสดงงานจำนวน 24 อาคาร แต่ละอาคารมีพื้นที่ขนาดประมาณสนามฟุตบอล พื้นที่จัดแสดงงานจึงกว้างใหญ่ประมาณสนามฟุตบอล 24 สนามมารวมกัน

แบ่งพื้นที่การแสดงงานออกเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์โมเดิร์น เฟอร์นิเจอร์คลาสสิก เฟอร์นิเจอร์ในห้องครัว เทคโนโลยีสำหรับครัว เฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องน้ำ และงานออกแบบสำหรับนักออกแบบรุ่นใหม่

พื้นที่จัดแสดงงานออกแบบสำหรับ นักออกแบบรุ่นใหม่ หรือ Salone Satellite ปีนี้มีนักออกแบบรุ่นใหม่ (young designer) อายุต่ำกว่า 35 ปี จำนวน 650 คนจาก 32 ประเทศ และโรงเรียนออกแบบนานาชาติ 16 แห่ง เข้าร่วมแสดงผลงาน

สองหนุ่มวิศวกรรุ่นใหม่ผู้เข้าใจงานออกแบบจากประเทศเกาหลีใต้ Mr.Jaehyuk และ Mr.Sejin ได้รับเลือกให้นำผลงานออกแบบภายใต้แบรนด์ Umzikim (อุมจิกคิม) ภาษาเกาหลีแปลว่า การเคลื่อนไหว (movement)

รูปทรงงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของเขาดูมีการเคลื่อนไหวตามชื่อแบรนด์ โดยนำเส้นทะแยงมุมมาใช้ประโยชน์และยังดูสวยงามทันสมัย เช่น โต๊ะเขียนหนังสือยกขอบด้านข้างแบบเส้นสามเหลี่ยมกันของตกพื้นแต่ไม่เกะกะเวลาเขียนหนังสือหรือนั่งทำงาน พร้อมกับนำเส้นทแยงมุมมาทำเป็นชั้นวางหนังสือที่ขอบโต๊ะด้านหน้า เป็นต้น

เจ้าของแบรนด์ 'อุมจิกคิม' อธิบายว่า วิศวกรรมไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยี แต่ยังก่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนของสิ่งของและวิธีคิด พวกเขากำลังพยายามขยายแก่นของงานวิศวกรรมและการออกแบบ พอๆ กับการใส่ใจในการให้ความสำคัญของการสร้างสรรค์

งานแสดงผลงานออกแบบที่สำคัญของโลก เหมือนอาหารสมองสำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ทุกแขนง กลุ่มบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยก็คิดเช่นนั้น

“ไม่เฉพาะทีมดีไซน์ ทุกปีเราส่งทีมการตลาดไปดูงานดีไซน์ระดับโลก จุดมุ่งหมายคือให้เกิดแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ดูว่าจะเอาอะไรกลับไปใช้ เป็นการเติมอาหารสมองให้พนักงาน นี่คือแนวคิดวิธีเปิดสมองของแสนสิริ เป็นแนวคิดหลักที่คุณเศรษฐา(ทวีสิน)พยายามผลักดันและพัฒนาความสามารถพนักงาน” มนู ตระกูลวัฒนะกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารโครงการแนวราบ 3 และพัฒนาผลิตภัณฑ์โครงการแนวราบ กลุ่มบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าว

“ถ้าคุณไม่เคยเห็นของสวยๆ คุณไปคุมทีมก่อสร้างสร้างให้สวย ก็คุมไม่เป็น คุณไปบอกมาร์เก็ตติ้งสื่อสารไปสู่กลุ่มคนเป้าหมาย คุณหาเขาไม่เจอหรอก เพราะคุณไม่เคยรู้เลยว่าคนรวยอยู่ตรงไหน ใช้ชีวิตอย่างไร” มนู ยกตัวอย่าง

แต่ถ้ากล่าวในเชิงงานออกแบบ แสนสิริก็มีวิธีคิดงานในแบบฉบับของตนเอง

“เมื่อใดที่เราจะดีไซน์อะไรสักอย่าง เราต้องมีบริบทของมัน แล้วกลั่นออกมาเป็นคอนเซปต์ แล้วถึงจะมีดีไซน์...

ผมพยายามอธิบายลูกน้องง่ายๆ ว่า นำเสนอ(expose)บ้านนั้นง่าย แต่ถ้าไม่แปลก ไม่ต้องมาหาผม เพราะคุณสามารถนำเสนอความแปลกใหม่ได้ใน 4 ดีไซน์ที่ชัดเจน คือ ซุ้มประตูทางเข้า ตัวบ้าน ตัวคลับเฮาส์ และแลนด์สเคป(ภูมิสถาปัตย์)...

แสนสิริทุกแห่งมีบริบทของงานดีไซน์เสมอ และเรามีลูกค้าตัวปลอมไปทดสอบพนักงานขายตลอดเวลาว่าได้พูดคอนเซปต์หรือไม่”

แนวทางการทำงานออกแบบบ้านดังกล่าว เกิดจากแนวคิดของกลุ่มผู้บริหารแสนสิริที่ว่าต้องทำ บ้านสวยและทรงคุณค่า เปรียบความสวยของบ้านกับความสวยของหญิงสาว ที่ความสวยลดลงตามกาลเวลา แต่ความทรงคุณค่าจะอยู่ตลอดไป และเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ

ศาสตร์แห่งงานออกแบบ ทำให้วงการต่างๆ พัฒนาขึ้น รวมทั้งวงการสถาปัตยกรรม

“ผมติดใจมากพวกเราเป็นสถาปนิกเมื่อสามสิบปีที่แล้วไม่ค่อยมีงานทำ รุ่นพี่บางคนไปเรียนปริญญาโทที่อเมริกา ไม่มีงานทำ ต้องต่อปริญญาเอก แล้วไปทำงานและเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่สิงคโปร์ ทั้งสถาปนิกและแลนด์สเคป ทำให้วันนี้สถาปนิกสิงคโปร์หลายคนดังมากในระดับเวิลด์คลาส แต่คนไทยกว่าจะได้รับการยกย่องเป็นสถาปนิกรุ่นใหม่ (young architect) ก็เมื่ออายุ 55 ปี เรางงว่าทำไมเราเป็นไม่ได้ ทั้งๆ ที่สิงคโปร์ขโมยไอเดียจีน-ดีเทลไทย แล้วไปก่อตั้งใหม่เป็นสิงคโปร์ สไตล์” มนู ตระกูลวัฒนะกิจ สถาปนิกจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว

ข้อติดใจดังกล่าวสร้างชื่อให้กับ 'แสนสิริ' อีกครั้งเมื่อสามปีก่อนเมื่อบริษัทได้ที่ดิน 3 แปลง และมนูตั้งใจสร้างสรรค์งานออกแบบบ้านภายใต้คอนเซปต์ใหม่ที่เขาตั้งชื่อว่า แบงค็อก โมเดิร์น (Bangkok Modern) และเรียกงานชุดนี้ว่าโครงการ ไทย ซีรีส์ (Thai Series)

“ที่ดินแปลงหนึ่งอยู่ที่วัชรพล 100 ไร่ มีแต่ทุ่งนา ทำอย่างไรดี ผมจึงหาบริบทจากชื่อเขต คือบางเขน ก่อนนั้นเป็นทุ่งบางเขน มีคลองมากมาย ทำนาเยอะ มีตลาดข้าว ผมเลยทำบ้านไทยแห่งข้าว เอารายละเอียดของยุ้งข้าวมาสร้างแบบบ้าน ตัวคลับเฮาส์ทำเป็นทรงเมล็ดข้าว โดยใช้หวายถัก” มนู เล่าแนวคิดในการทำงานออกแบบ

ส่วนที่ดินอีก 2 แปลง แปลงหนึ่งอยู่ที่ถนนชัยพฤกษ์ มีป่าต้นจาก ทำให้นึกถึงอยุธยา จึงนำสถาปัตยกรรมแบบวังอยุธยามาใส่ในแบบบ้าน สร้างประติมากรรมหน้าทางเข้าหมู่บ้านเป็นรูปเงินพดด้วง ที่ดินอีกแปลงอยู่ที่ถนนราชพฤกษ์ ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 มีคลองขนาดใหญ่ จึงออกแบบมาในลักษณะบ้านไทยริมคลอง มีค้ำยัน-ระเบียงนั่ง

โครงการบนที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวรู้จักกันในชื่อ 'เศรษฐสิริ' นั่นเอง

ล่าสุดบนที่ดินผืนใหม่ย่านกรุงเทพกรีฑา มนูยังสานต่อแนวคิดสถาปัตยกรรม แบงค็อก โมเดิร์น ต่อไปด้วยแบบบ้านที่มีความโมเดิร์นขึ้นตามไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ที่ชอบความโมเดิร์นและงานแนวมินิมัลลิสม์ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยตัวบ้านแบบ L Shape และการวางผังประโยชน์ใช้สอยภายในบ้านแบบ Open Plan

“ผมสงสัยทำไมคนเราซื้อบ้านเพื่อโชว์คนอื่น จากสนามหน้าบ้านใหญ่ๆ ทำไมไม่คิดถึงตัวเอง คุณซื้อมาคุณต้องใช้มันสิ ใช้ในความเป็นส่วนตัว ผมเลยกลับบริบทให้บ้านดันออกมาข้างหน้า จอดรถข้างหน้า เหลือที่หลังบ้านเอาไว้และทำเป็นรูปตัวแอล (L) เพื่อแชร์พื้นที่ด้วยการมอง แน่นอนเราข้ามไปใช้พื้นที่บ้านอื่นไม่ได้ แต่เมื่ออยู่ชั้นสอง เราสามารถมองความเขียวจากบ้านอีกสามหลังได้ จากบ้านแบบเดิมที่สวนอยู่หน้าบ้าน มองได้แค่สวนกับถนน เหมือนได้สวนสีเขียวขนาดใหญ่ขึ้นแต่จ่ายเงินเท่าเดิม” มนูกล่าวและว่า คอนเซปต์นี้กำลังสร้างอยู่ที่กรุงเทพกรีฑา จำนวน 20 หลัง

ขณะเดียวกันบ้าน L Shape ก็มีการวางผังแบบ Open Plan คือเจ้าของบ้านสามารถเลือกจัดบ้านได้เองว่าต้องการให้ห้องรับแขก ห้องกินข้าว หรือห้องใดๆ อยู่ใกล้สวน เนื่องจากไม่ได้กำหนดแปลนบ้านไว้ตายตัว สามารถยืดหยุ่นประโยชน์ใช้สอยได้ตามต้องการ

บ้านสไตล์ L Shape และ Open Plan เป็นเทรนด์การออกแบบใหม่ที่แสนสิริจะเปิดตัวในปีหน้า

แนวคิดดังกล่าวไปในทิศทางเดียวกับงานมิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์ ปีนี้ ซึ่งหลังจากเดินชมงานแล้ว มนูให้ความเห็นว่า บรรยากาศงานแฟร์แสดงแนวโน้มกลับไปสู่ธรรมชาติ ใช้วัสดุเลียนแบบธรรมชาติ และมีความเป็นมินิมัลลิสม์ กลับสู่ความเรียบง่าย หลีกเลี่ยงความยุ่งยากซับซ้อน ลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็น กล่าวได้ว่ามนุษย์เมื่อมีครบ ก็อยากได้อะไรง่ายๆ กลับไปสู่ธรรมชาติพื้นฐาน

นอกจากผลงานที่จัดแสดงภายใน 24 อาคาร ของศูนย์แสดงสินค้าที่เขตโรห์ ยังมีสถานที่ย่อยๆ แสดงผลงานออกแบบ ซึ่งต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของงาน มิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์ เรียกงานแสดงในส่วนนี้ว่า Fuori Salone del Mobile หรืองานแสดงที่จัดอยู่ด้านนอกศูนย์แสดงสินค้า ผู้สนใจสามารถตระเวนชมงานได้ทั่วมิลาน เช่นย่านที่เรียกว่า ซูเปอร์สโตร์ (Superstore) ในเขตตอร์โตนา (Tortona) ย่านนี้เป็นแหล่งรวมของสถานที่ทำงาน(Studio)ของนักออกแบบในมิลาน ซึ่งผลงานของ นักออกแบบไทยรุ่นใหม่ ภายใต้โครงการ DE mark ที่กรมส่งเสริมการส่งออกพามาร่วมงาน ภายใต้คอนเซปต์ Slow Hand Design ก็จัดแสดงอยู่ที่นี่ เช่น จักรยานไม้ฝีมือคนไทยจาก Dots Design Studio, เครื่องประดับผนังจากห้างหุ้นส่วนจำกัดโชติอนันต์โลหะกิจ เป้นต้น

รวมทั้งผลงานของ Cotto บริษัทจากประเทศไทยที่ปีนี้นำนวัตกรรม Marmo Granito มาร่วมจัดแสดง เป็นวัสดุเลียนแบบหินอ่อน แต่มีคุณสมบัติเหมือนเครื่องกระเบื้องเคลือบ คือไม่ซึมน้ำ ให้ความรู้สึกหรูหราและสงบเย็น สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ เช่น หล่อเป็นโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า โดยในงานนี้นำเสนอในรูปแบบ ลานนั่งทำสมาธิ ผสมงานมัลติมีเดีย โรยกรวดสีขาวไว้กลางลาน ผู้เข้าชมงานสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ด้วยการถอดรองเท้าแล้วเดินขึ้นไปยืนบนก้อนกรวด มองภาพบนจอแอลอีดี ฟังเสียงดนตรีท่ามกลางกลิ่นตะไคร้หอมจากน้ำมันหอมระเหย เซนเซอร์ที่ติดตั้งไว้จะช่วยบอกว่าผู้ยืนมีสมาธิแค่ไหน คือยิ่งสงบนิ่ง(ยืนนิ่ง) ประกายไฟบนจอสกรีนแทนเซนเซอร์ที่จับมาที่ตัวผู้ยืน ก็จะไม่กระเพื่อมหรือกระจายรัศมีออก

อาคารใกล้ๆ กันคือสถานที่จัดแสดงงานออกแบบจากญี่ปุ่น หรือ Tokyo Designers Week ปีนี้ใช้ชื่อคอนเซปต์งานว่า Tokyo Imagine รวมไว้ตั้งแต่งานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมไปจนถึงงานโชว์นวัตกรรมเทรโนโลยีที่มีส่วนกับชีวิตประจำวัน เช่น กล่องข้าวดีไซน์ร่วมสมัย ศิลปะการห่อผ้าแบบ Furoshiki โดยนักสร้างสรรค์ระดับสุดยอดที่ทำงานอยู่ในและนอกประเทศญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ทิ้งความเป็นชาตินิยม ไปจนถึงหุ่นยนต์ของเล่น และเครื่องใช้ไฟฟ้าทันสมัยภายในบ้าน

งาน มิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์ ในส่วนที่แสดงอยู่ด้านนอกศูนย์แสดงสินค้า กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ นับ 100 แห่งทั่วมิลาน ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย ย่านชุมชน แม้แต่ร้านแฟชั่นแบรนด์เนมในย่านชอปปิงของมิลาน เช่น บริเวณรอบๆ มหาวิหารดูโอโม่ มิลาน

กล่าวได้ว่าชาวเมืองมิลานพร้อมใจกันเปิดเมืองและสร้างบรรยากาศของการจัดงาน 'มิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์' โดยพร้อมเพรียง สร้างพลังให้กับงานยืนหยัดมานานได้กว่าครึ่งศตวรรษ

หมายเหตุ : ชมภาพงาน Salone Internazionale del Mobile 2014 มากกว่านี้ได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ 'กรุงเทพวันอาทิตย์ กรุงเทพธุรกิจ' คลิก https://www.facebook.com/sundaybkk