เชียงรายสาย "ศิลป์"

เชียงรายสาย "ศิลป์"

ความละเมียดละไมของ "ศิลปะ" กล่อมเกลาให้เรามีจิตใจที่ละเอียด อ่อนโยน และ "ศิลปะ" ก็เป็นตัวขับเคลื่อนที่ทำให้ทุกคนมี "จินตนาการ"

ในจำนวนจังหวัดทั้งหมดของประเทศไทย เชียงราย ถือเป็นจังหวัดที่มีศิลปินผู้ผลิตผลงานศิลปะมากที่สุดก็ว่าได้

อาจเพราะสภาพภูมิประเทศที่โอบรอบไปด้วยภูเขาสลับซับซ้อน สภาพอากาศที่หนาวเย็นจับใจ วิถีชีวิตของผู้คนเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ นั่นส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการผลิตผลงาน "ศิลปะ" ของศิลปิน

แม้จะเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณี แต่หลายปีมานี้นักท่องเที่ยวก็เลือกที่จะเดินทางมาจังหวัดเชียงรายเพื่อชื่นชมผลงานศิลปะโดยเฉพาะ ถึงขนาดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย จัดโครงการเปิดบ้านศิลปินเชียงราย ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมกันอย่างสบายเพียงแค่ถือแผนที่บ้านศิลปินไว้แผ่นเดียว

บอกตามจริง ฉันยังไม่เคยเดินทางไปตามลายแทงบ้านศิลปินที่ว่าเลยสักครั้ง อาจจะมีแวะไปชมผลงานศิลปะของศิลปินชื่อดังท่านโน้นท่านนี้บ้างตามวาระโอกาส แต่คราวนี้จังหวะดี เพราะ ททท.เชียงราย เปิดโครงการสอนศิลป์กับศิลปินเชียงราย ฉันจึงโบกมือลาเมืองใหญ่บินตรงสู่จังหวัดที่อยู่เหนือสุดแดนสยามทันที

1.

ร้อนพอสมควรเมื่อฉันมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงราย ตอนแรกที่เห็นหมอกสีขาวๆ ลอยมาแต่ไกลยังนึกว่าเป็นหมอกหนาวหลงฤดู แต่พอได้ลงมายืนอยู่บนภาคพื้น ยืนสูดกลิ่นไหม้อยู่สักพักก็ตระหนักได้ว่า สิ่งที่คิดกับความเป็นจริงมันคนละเรื่องกันเลย

เพื่อเป็นการหลบแดดยามสาย ฉันแวะไปเติมความสุนทรีย์ให้กับลมหายใจแรกที่เชียงรายก่อน ณ ขัวศิลปะ ศูนย์จัดแสดงนิทรรศการงานศิลป์ ที่เป็นดั่ง "สะพานเชื่อมศิลปะสู่สังคม"

อาคารชั้นเดียวรูปทรงสี่เหลี่ยมแปลกตาหลังนั้นตั้งเด่นท้าแดดลมอยู่ข้างๆ วัดขัวแคร่ บนถนนพหลโยธินซึ่งห่างจากสนามบินเชียงรายออกไปไม่ไกล ภายในมีห้องจัดแสดงผลงานศิลปะถาวรและหมุนเวียนขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดศิลปะ โรงเรียนสอนศิลปะ ร้านจำหน่ายงานช่างฝีมือและของที่ระลึก รวมถึงร้านอาหาร "ครัวศิลปิน" และร้านกาแฟด้วย

ฉันพบกับ พจวรรณ พันธ์จินดา หรือ ปอย ผู้จัดการแกลเลอรี่แห่งขัวศิลปะ เธอเล่าให้ฟังว่า ขัวศิลปะแห่งนี้เกิดขึ้นจากกลุ่มศิลปินเชียงรายที่รวมตัวกันเพื่อเคลื่อนไหวทางด้านศิลปะ จนในที่สุดก็ได้ก่อตั้งเป็นสมาคมศิลปินเชียงราย มีกองทุนศิลปินเชียงราย แล้วลงทุนซื้ออาคารหลังนี้เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมของสมาชิกศิลปินที่มีหลากหลายแขนง รวมกันกว่า 100 คน

ในวันที่เราเดินทางไปถึงมีการจัดแสดงนิทรรศการขัวศิลปะ ครั้งที่ 2 ซึ่งมีผลงานเด่นๆ ของศิลปินเชียงรายให้ชมมากกว่า 100 ชิ้น ฉันสะดุดตากับภาพ "สวาทพิษ" เทคนิคสีฝุ่นและทองคำเปลวบนผ้าใบ ผลงานของ กฤษฎางค์ อินทะสอน ที่ติดอยู่ทางด้านซ้ายมือบริเวณประตูทางเข้า ในภาพแสดงให้เห็นถึงพิษภัยของความรักที่เกิดจากเหตุผลหลากปัจจัย ซึ่งบทสรุปจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ใครจะตีความ

เดินเข้าไปในห้องจัดแสดงงาน มีผลงานศิลปะหลายชิ้นที่โดนใจ รวมถึงผลงานที่สร้างจินตนาการให้กับผู้ชมได้แบบไม่รู้จบ ซึ่งกว่าจะเดินชมจนครบก็เล่นเอาหมดเวลาไปกว่าชั่วโมง

ตามโครงการสอนศิลป์กับศิลปินเชียงรายในระยะแรกนี้มีหอศิลปินที่พร้อมเข้าร่วมโครงการอยู่ 5 แห่ง คือ เสงี่ยม ยารังษี อาร์ตสตูดิโอ ของอาจารย์เสงี่ยม ยารังษี ศิลปินแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ชื่อดังของเมืองไทย, หอศิลป์ฮอมแฮงฮัก ที่เกิดจากความรักของธีรยุทธ-อรพิน สืบทิม, หอศิลป์ไตยวน ของอาจารย์ฉลอง พินิจสุวรรณ กับเทคนิคการวาดภาพสุดอลังการด้วยปลายปากกา, หอศิลป์บ้านนายพรหมมา โดดเด่นด้วยภาพวาดในจินตนาการเกี่ยวกับไตรภูมิ ฝีมืออาจารย์พรหมมา อินยาศรี และนาราตะ บูติค สตูดิโอ ห้องทำงานแนวอาร์ตของ จิตนารถ พิชัยยา ศิลปินรุ่นใหม่ไซส์มินิ ซึ่งโครงการนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนหรือผู้สนใจที่จะเรียนศิลปะเข้าไปฝึกอบรมกับศิลปินที่กล่าวมาได้ แต่ควรติดต่อล่วงหน้า

ลองเปิดแผนที่การเดินทางที่ ททท.สำนักงานเชียงราย จัดให้ แล้วเราก็ออกเดินทางไปเยี่ยมชมหอศิลป์ที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของเมืองเชียงรายทันที

2.

อย่าให้บอกเส้นทางเลย เพราะมันค่อนข้างซับซ้อน ถ้าไม่มีแผนที่ในมือก็อาจจะมีหลงกันบ้าง ฉันหมายถึงเส้นทางที่จะไป หอศิลป์ฮอมแฮงฮัก ของ ธีรยุทธ และ อรพิน สืบทิม คู่รักรุ่นคลาสสิคที่ผลิตผลงานศิลปะต่างแนว แต่จัดวางร่วมกันแล้วดูสวยงาม กลมกลืน

ผลงานของธีรยุทธเป็น realistic ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว โดยจะใช้เทคนิคสีน้ำที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ คือปกติกฎของสีน้ำต้องบาง ต้องใส และต้องเขียนทับได้ไม่เกิน 2-3 ชั้น แต่ธีรยุทธสร้างผลงานที่แตกต่าง และอาจจะมีลักไก่บ้างเพื่อให้ภาพที่ออกมาสมบูรณ์ เช่น การขูดทิ้ง เป็นต้น

"ผมทำงานประมาณ 5 โมงก็เลิกแล้ว คือจะทำตลอดเวลาก็ไม่ใช่ เราต้องทำอย่างอื่นด้วย ผมว่าวาดรูปอย่างเดียวมันเลี่ยนนะ ผมก็ทำอย่างอื่น ทำกับข้าว กวาดบ้าน ล้างถ้วยล้างชาม ดูแลบ้าน น้ำ ไฟ ผมจัดการเองหมด คือถ้าวาดรูปอย่างเดียวเบื่อตายเลย"

อาจจะกลับกันเล็กน้อยกับ อรพิน ที่ทำงานนอกบ้านเป็นหลัก คือการเป็นอาจารย์สอนการปั้นให้นักศึกษาที่วิทยาลัยอาชีวะศึกษาเชียงรายทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ โดยเธอจะมีเวลานั่งอยู่หน้าเฟรมเฉพาะช่วงเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น

ฉันนั่งรับลมเย็นๆ พร้อมกับชมภาพ "สระเกล้าดำหัว" ซึ่งเป็นภาพเด่นตั้งอยู่กลางบ้าน ก่อนจะไล่สายตาไปเรื่อยๆ เพื่อชมผลงานให้ครบ และจบลงที่สุนัข 2 ตัวที่อยู่หลังบ้าน

"ฮอมปอยกับกล้วยใต้ค่ะ" อรพิน บอกเบาๆ เมื่อเห็นว่าเราให้ความสนใจกับพวกมันเป็นพิเศษ

"กล้วยใต้นั่นศิลปินเสงี่ยมให้มาค่ะ ที่บ้านเขาจะมีแวนโก๊ะกับคริสติน คอยต้อนรับแขกด้วย"

ฟังแค่นั้นพวกเราก็อยากเดินทางไปเจอกับเจ้าสุนัขของศิลปินที่ว่าทันที แน่นอนว่า จุดหมายที่เราไปคือ เสงี่ยม ยารังษี อาร์ตสตูดิโอ

"อาจารย์เสงี่ยมไม่อยู่ครับ พาครอบครัวไปเที่ยวที่กระบี่ แต่เชิญชมภาพได้ตามสบายนะครับ" คุณพ่อของอาจารย์เสงี่ยมเปิดบ้านต้อนรับเราอย่างใจดี และทันทีที่เห็นผลงานของท่าน ฉันก็คิดถึงภาพแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ที่อยู่ในจินตนาการอย่าง โคลด โมเน่ต์ ศิลปินชื่อก้องโลก

"ท้องฟ้า" ดูจะเป็นภาพเด่นของ อาจารย์เสงี่ยม ยารังษี ถึงขนาดที่หม่อมราชวงศ์ปรีดียาธร เทวกุล ลงชื่อเป็นลูกค้าขาประจำทุกปี แต่สำหรับฉัน ชอบภาพทิวทัศน์ในบรรยากาศที่แตกต่างมากกว่า โดยเฉพาะภาพที่มีต้นไม้ ดอกไม้ เพราะมันทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวาและชุ่มชื่นใจดี

คล้ายๆ กับผลงานของ จิตนารถ พิชัยยา หรือไผ่เนิร์ด แห่ง นาราตะ บูติค สตูดิโอ ที่ผลงานทุกชิ้นของเธอสร้างจากแรงบันดาลใจและให้ความรู้สึกสนุกสดใส งานของเธอส่วนใหญ่เน้นการออกแบบ ไม่ว่าจะออกแบบเสื้อผ้า ออกแบบเครื่องประดับ ของแต่งบ้าน ของที่ระลึก รวมถึงการเพนท์ผ้าด้วย

คุ้นๆ กับลวดลายที่อยู่บนเส้นใยผ้า เลยมานั่งระลึกว่าเคยเจอที่ไหน ซึ่งพอนั่งเล่นๆ จนเย็นใจก็นึกขึ้นได้ว่าเพิ่งเห็นตุ้มหู กระเป๋าผ้า โปสการ์ด ฯลฯ วางจำหน่ายอยู่ในขัวศิลปะนั่นเอง

3.

เรามาถึง หอศิลป์บ้านนายพรหมมา เกือบเย็นย่ำ แต่อาจารย์พรหมมา อินยาศรี ก็ยังใจดีเปิดบ้านต่ออีกนิดเพื่อให้เราเข้าชม

ภาพของอาจารย์พรหมมาเป็นภาพแนวจิตรกรรมไทยที่เขียนสีอคริลิคบนผ้าใบ บอกไปแบบนี้หลายคนอาจคิดว่า ธรรมดา ที่ไหนก็มี แต่รายละเอียดของเนื้อหาในภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของอาจารย์ท่านนี้ไม่เหมือนใคร คือภาพของอาจารย์จะเน้นเรื่องราวในไตรภูมิ โดยเอาพุทธศิลป์มาเป็นโจทย์ในการผลิตผลงาน แล้วจินตนาการเป็นภาพที่วิจิตรงดงามออกมา

"มันเป็นเรื่องไตรภูมิ เรื่องสวรรค์จั๊น 1 ถึง 6 แต่ละจั๊นมีอะหยังพ่อง...คนทุกคนบ่เคยหัน แต่เฮาจินตนาการให้เปิ้ลหันแล้วว่า สวรรค์ในความฮู้สึกของเฮาเป็นแบบนี้ อย่างภาพปลาบิน คือปลาปกติจะอยู่แต่ในน้ำ แต่ถ้าเปรียบเทียบพุทธธรรม คือมันหลุดพ้นจากน้ำ เหมือนคนหลุดพ้นจากกิเลส หลุดพ้นจากวัตถุต่างๆ บ่ต้องการอะหยัง ต้องการแค่วัตถุทางใจ มันก็เหมือนปลา มันได้หลุดพ้นจากสิ่งที่อยู่เดิมๆ หลุดพ้นจากทุกสิ่ง" อาจารย์พรหมมา บอกถึงแรงบันดาลใจในการสร้างงานศิลปะเป็นภาษาพื้นเมือง ซึ่งฟังเข้าใจง่าย และสนุกด้วย

และเพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศิลป์ ซึ่งชาวพุทธเชื่อกันว่าเป็นของสูง ศิลปินจึงเลือก "สีทอง" เข้ามาใช้ในการผลิตผลงาน

"ใช้สีอคริลิคสีทองเป็นหลัก เพราะสีทองเป็นสีมงคล มีค่า แสดงถึงศักยภาพของภาพ ของคนซื้อ มันเป็นไปตามคตินิยมที่ว่าทองเป็นของสูงค่า อย่างเราเล่นทอง แสดงถึงศักยภาพของทรัพย์สมบัติ ซึ่งผลงานบางชุดเฮาก็ติดทองคำแผ่น งานก็จะยากกว่า ใช้เวลา หลังๆ ทองคำราคาสูง แผ่นละ 5-6 บาท ติดได้น้อยเดียว ตอนหลังเราก็ใช้เทคนิคให้ดูสุกปลั่งแทน เป็นทองอคริลิค"

มองภาพเขียนของอาจารย์พรหมมาแล้วทำให้นึกภาพเขียนศิลปะอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเขียนภาพมากมายไม่ต่างกัน

ฉันหมายถึง ภาพวาดจากการจรดปลายปากกาเป็นจุดๆ ต่อเนื่องกันของ อาจารย์ฉลอง พินิจสุวรรณ ที่จัดแสดงอยู่ใน หอศิลป์ไตยวน หากใครเห็นภาพอาจารย์ไกลๆ จะนึกว่าเป็นภาพแรเงาง่ายๆ แต่เมื่อลองเข้าไปพินิจดูลายเส้นแล้ว กลับไม่เห็น "เส้น" ที่ว่าเลยแม้สักนิด

"ผมวาดรูปโดยใช้ปากกาจุดๆ มาเป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว คือมันเกิดจากการลองผิดลองถูก เพราะว่างานชิ้นแรกผมจะเขียนลายปูนปั้นซุ้มประตู ทีนี้ของจริงมันเป็นทรายที่มีพื้นผิวหยาบๆ ผมก็คิดว่า เอ๊ะ...เราจะทำยังไงให้ภาพที่เราวาดดูละเอียดเหมือนของจริง ผมก็เลยลองจุดๆ ดู พอออกมามันเหมือนทรายมาก ก็เลยยึดเทคนิคการสร้างงานแบบนี้มาเรื่อยๆ"

ภาพของอาจารย์จะผลิตออกมาเป็นชุดๆ อย่างเช่น ชุดสิ่งแวดล้อม ชุดชาวนา ชุดตะเกียง และล่าสุดศิลปินจุดกระดาษกำลังผลิตผลงานชุดแกรนด์แคนยอนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการเดินทางไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของโลกในสหรัฐอเมริกานั่นเอง

"ทุกภาพของผมจะมีสีทองเข้ามา คือเป็นจุดเน้น เราเลือกปิดเฉพาะจุดเด่น อธิบายความหมายความสำคัญของภาพ อย่างไส้ตะเกียงมันสำคัญยังไง ถ้าตะเกียงไม่มีไส้จะเกิดแสงสว่างได้มั้ย หรืออย่างเมล็ดข้าว ผมปิดทองที่เม็ดข้าวเพื่อให้รู้ว่าข้าวมีคุณค่าดุจทองคำ แล้วทุกวันนี้ทำไมคนมองไม่เห็นล่ะ ผมก็พยายามเน้นให้เน้นคุณค่าของชาวนา ของเมล็ดข้าว เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ นี่แหละอยากให้เขาตระหนักว่าสิ่งนี้มีคุณค่าต่อทุกชีวิต"

ก่อนจากลา อาจารย์ฉลองบอกกับฉันว่า "ถ้ามันมีวิธีที่จะทำให้คนเห็นคุณค่าของชาวนา หรือคุณค่าของสิ่งใดๆ เราต้องทำ นี่คือหน้าที่ของเรา และสิ่งที่ผมทำ ผมก็ทำตามหน้าที่ คือหน้าที่ของการเป็นศิลปิน"

นั่นเป็นข้อคิดปิดท้ายที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจที่สุดเมื่อได้มาเยือนเมืองศิลปิน - เชียงราย

.................

การเดินทาง

กรุงเทพฯ ไปเชียงรายได้หลายวิธี แนะนำสะดวกสุดคือการเดินทางโดยเครื่องบิน เชียงรายมีหลายสายการบินให้บริการ บริษัท การบินไทย มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเชียงรายทุกวัน นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินไป-กลับระหว่างเชียงใหม่และเชียงรายทุกวัน สอบถาม โทร. 1566 หรือ www.thaiairways.com สายการบินไทย แอร์ เอเชีย บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ -เชียงราย สอบถาม โทร. 0 2515 9999 หรือ www.airasia.com สายการบิน นกแอร์ บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เชียงราย สอบถาม โทร. 1318 หรือ www.nokair.com และ สายการบิน SGA เส้นทางระหว่าง เชียงใหม่-เชียงราย สอบถาม โทร. 0 2664 6099 หรือ www.sgaairlines.com

แต่ถ้าอยากขับรถไปเอง แนะนำให้ใช้ทางหลวงสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 1) ขึ้นเหนือไปจนถึง อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี จากนั้นวิ่งเข้าทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านตากฟ้า-วังทอง-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-แพร่-ร้องกวาง แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 103 ไป อ.งาว แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านพะเยาไปเชียงราย รวมระยะทางประมาณ 785 กิโลเมตร ส่วนรถโดยสารมีรถของ บ.ข.ส. และบริษัทเอกชน ให้บริการทุกวัน และแบ่งเป็นหลายเส้นทาง โดยจะมีรถออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 สอบถาม โทร. 0 2936 2852-66

ผู้สนใจเรียนศิลปะกับศิลปิน ติดต่อหอศิลป์ไตยวน โทร. 0 5371 2137, 08 9631 9438, นาราตะ บูติค สตูดิโอ โทร. 08 0444 4576, หอศิลป์ฮอมแฮงฮัก โทร. 08 1784 5592, 08 6185 2271, เสงี่ยม ยารังษี อาร์ตสตูดิโอ โทร. 08 1950 0068, 08 9953 4668, หอศิลป์บ้านนายพรหมมา โทร. 08 9563 3325 และ ขัวศิลปะ โทร. 0 5316 6623 เพิ่มเติมที่ ททท.สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 7433, 0 5374 4674-5 หรือ www.facebook.com/tatchiangrai