เด็กๆ ดูละครแล้วจะสะท้อนดูตัวเอง เมื่อตัวละครอ่อนแอ แต่ต่อสู้กับสิ่งต่างๆ ได้ เขาอาจคิดว่าตัวเขาเองสามารถเข้มแข็งเหมือนตัวละครได้เช่นกัน
5 4 3 2 1 …… เชิญพบกับ บ้านชีวาศิลป์ การละคร เสนอหุ่นละครเงาวันนี้ เรื่อง …………..
เสียงเล่านิทาน ดังแว่วออกมาเรื่อยๆ ตามทางเดิน ระหว่างห้องพักผู้ป่วย เรียกให้คนที่ได้ยินเกิดความสงสัยว่า เสียงที่กำลังดังอยู่นั้นเป็นเสียงอะไร เพราะมีทั้งเสียงคนเล่านิทาน เสียงเพลงและเสียงหัวเราะคละเคล้ากันไปอย่างสนุกครื้นเครง เมื่อมองไปจะเห็นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างมุงล้อมหน้าล้อมหลังอยู่บริเวณกลางห้อง 3ง หอเด็กป่วย โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ไม่ว่าจะเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่สูงไม่ถึงเอว หรือแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนนั่งเก้าอี้ บางคนก็ยืนล้อมวง บางคนกอดกันอยู่บนเตียง และเมื่อมองเข้าไปในช่องตรงกลางของวงล้อม ทำให้ทราบว่าเด็กและผู้ใหญ่ที่นี่กำลังชมละครหุ่นเงาจากบ้านชีวาศิลป์ที่กำลังวาดลวดลายการเล่านิทานหุ่นเงาอยู่
หลังม่านละครหุ่นเงา จะเห็นชาวจิตอาสา 4-5 กำลังสาละวนอยู่กับการหยิบตัวละครหุ่นมาประทับบนผืนผ้าขาว เพื่อให้เกิดเงาจากแสงของไฟที่สาดส่องมา แต่ละคนมีหลากหลายหน้าที่ เพราะต้องใช้ความสามารถในการพากย์เสียงเป็นตัวละครนั้นๆ บ้างเสียงเล็ก บ้างเสียงใหญ่ ดังออกมาเรียกเสียงหัวเราะตลอดเวลา นอกจากปากจะเอ่ยเล่านิทานแล้ว มือทำหน้าที่ชักหุ่นเงาอยู่หลังม่านไปพร้อมกัน ทำให้เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ จากเด็กและผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี
ไม่ใช่เฉพาะเนื้อเรื่องที่มีความสนุกสนาน หรือการแสดงที่เป็นมืออาชีพ แต่ความมีน้ำใจ ความน่ารักและความเอื้ออาทร สานสัมพันธ์จากคนจิตอาสามาสู่ความเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ต่างหากที่ชักจูงให้เด็กๆ และผู้ปกครองได้รู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุขกับกิจกรรมเล็กๆ นี้ จนทำให้ทุกวันช่วงเวลา 18.30- 19.30 น.ผู้ป่วยตัวเล็ก หรือแม้แต่ผู้ปกครอง ต่างตั้งหน้าตั้งตานับวันรอเวลาว่า วันนี้ชาวจิตอาสาบ้านชีวาศิลป์จะมีกิจกรรมอะไรมาให้ได้สนุกบ้าง
-1-
ละครหุ่นเงา นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ความสนุกและเสียงหัวเราะแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้กำลังใจแก่เด็กที่ป่วยเป็นโรคร้าย เพราะน้องๆ ที่พักรักษาตัวอยู่ในห้องนี้ เขาได้รับความเจ็บป่วยจากการรักษาโดยเคมีบำบัดและผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเท่านั้นแต่ยังกระทบไปถึงครอบครัวของเด็กๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น จิตใจ อารมณ์ จิตวิญญาณ สังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น กิจกรรมนี้จึงเป็นกิจกรรมที่จะผลักดันให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขกับการดำเนินชีวิตต่อไปในห้วงเวลาที่ต้องนอนป่วยอยู่บนเตียง
เศกสันต์ วิชัยพล หรือ 'พี่เศก' ของน้องๆ หัวแรงหลักที่ช่วยผลักดันให้กิจกรรมจิตอาสา "ละครหุ่นเงา หน้าเสาน้ำเกลือ" เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ถึงแม้จะมีปัญหาอุปสรรคมากมายระหว่างการทำงานมาโดยตลอด แต่เขาก็ไม่หวั่นเพราะปัญหาและอุปสรรคถือเป็นกำลังใจให้ก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงและรอบคอบ ในฐานะผู้ประสานงาน เศกเล่าว่ากิจกรรมที่นำมาเล่นกับน้องๆ มีหลากหลายรูปแบบ สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพกับผู้ป่วยทุกวัย และรวมถึงญาติผู้ป่วยด้วย เป็นการผสมผสานระหว่างการแพทย์และศิลปะแขนงต่างๆ ช่วยให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพออกมา ช่วยเยียวยาจิตใจ สามารถอยู่อย่างมีความสุขด้วยตนเอง ผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้มีอารมณ์สนุกสนาน โดยใช้อุปกรณ์ไม่ใหญ่มาก เคลื่อนย้ายได้สะดวก ถึงขั้นตั้งเป็นโรงละครขนาดเล็กๆ ให้เด็กๆ ได้ชมกันถึงในห้องพัก
“อุปกรณ์เรามีแค่เพียงเครื่องฉาย Over head เป็นอุปกรณ์ฉายแสงมายังจอผ้า และมีกระดาษที่นำมาตัดตกแต่งเป็นตัวการ์ตูนนั้นๆ แต่ที่สำคัญขาดไม่ได้เลยคือ การทำให้เรื่องดำเนินต่อไปได้ โดยใช้เพียงแรงงานของจิตอาสาเท่านั้น ละครหุ่นเงาก็สามารถออกมาโลดแล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาแล้ว โดยอาศัยเทคนิคเฉพาะตัวเรียกของผู้แสดงอารมณ์ร่วมกันของเหล่าผู้ชมเท่านั้น”
เรื่องที่เอามาแสดงละครหุ่นเงานั้น จะเป็นเรื่องที่ตนเองเป็นคนครีเอทขึ้นมาตามสถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบัน หรือบางครั้งนักศึกษาก็จะเป็นคนคิดเรื่องขึ้นมาเองตามแต่วาระและโอกาส ไม่ว่าจะเป็นขึ้นปีใหม่ วันเด็ก สงกรานต์และอื่นๆ เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกขาดความอบอุ่นในช่วงระยะเวลาดังกล่าว เพราะไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลไปเที่ยวได้ และตัวละครแต่ละตัวละครที่อ่อนแอแต่จะเข้มแข็งขึ้นในการต่อสู้ของตนเอง มีความรู้สึกที่ดีมาก ละครจะเป็นส่วนผลักดันให้เด็กๆ เดินหน้าต่อไปได้เพราะว่า ดูละครแล้วจะสะท้อนดูตัวเขาเองว่า ตัวละครที่อ่อนแอแต่ต่อสู้กับสิ่งต่างๆ ได้ เขาอาจจะคิดได้ว่าตัวเขาเองก็สามารถเข้มแข็งเหมือนตัวละครเช่นกัน
"แต่ก่อนทำงานเคยทำสื่อสำหรับเด็กอนุบาล พอมาทำตรงนี้เพราะเรียนจบสาขาเกี่ยวกับการแสดงและกิจกรรมตรงนี้ก็สามารถตอบโจทย์ให้ผมได้ จึงได้เริ่มทำมากว่า 4 ปี ช่วงแรกมีปัญหามากมาย เช่น ไม่ค่อยมีนักศึกษาเข้ามาเป็นจิตอาสา เกิดจากการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง จนกระทั่งมีโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คเข้ามา จึงได้เข้าเป็นสมาชิกเฟสบุ๊คและส่งภาพกิจกรรมตลอด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็เริ่มมีนิสิตนักศึกษาเข้ามาสมัครเป็นจำนวนมาก และได้เริ่มกิจกรรมนี้เรื่อยมา"
-2-
และแล้วละครหุ่นเงาก็แสดงจบลง แต่อารมณ์ผู้ชมยังไม่จบด้วย กิจกรรมสันทนาการจึงเริ่มขึ้นตามมาอย่างกระชั้นชิด พี่ๆ จิตอาสาได้เวลาออกมาวาดลวดลายด้วยตัวเองบ้างแล้ว ด้วยการแสดงละครสัตว์ ซึ่งผู้แสดงต้องเลียนแบบลักษณะท่าทางของสัตว์ต่างๆ เพื่อความสมจริง และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ละครน่าสนใจ และสมจริง ไม่ต้องอาศัยสแตนด์อินอย่างละครหุ่นเงา เพียงแค่แต่ละคนใส่ชุดที่เล่นเป็นตัวละครอย่าง จระเข้ และน้องน้อยกุ๊กไก่ ออกมาเล่านิทานประกอบฉากไม่ยั้ง เล่นเอาคนที่นั่งชมลุ้นไปทุกขณะจิต บางคนพี่จิตอาสาหัวเราะเสียงดังก็หัวเราะตาม เพื่อบอกให้รู้ว่า ...เขาหัวเราะเก่งกว่าน่ะ ...
การแสดง และการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง เรียกเสียงฮาจากทุกคนขึ้นมาทันที และนี่เป็นความสุขเล็กๆ ของ เศก ที่พร้อมจะก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเด็กๆ เหล่านี้ แม้นี่จะเป็นแค่จุดหนึ่งของความหวัง ความฝัน หากขอเพียงแค่สามารถช่วยปรับทัศนคติและสร้างกำลังใจให้เดินหน้าต่อไป เขาก็ไม่ท้อที่จะทำกิจกรรมนี้ต่อไป เผื่อสักวันหนึ่งจุดเล็กๆ นี้จะไปจุดประกายให้อีกหลายๆคนช่วยเหลือสังคมต่อไป
สาวน้อยอย่าง อินถวา บุญกาพิมพ์ นักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจเข้าร่วมเป็นจิตอาสาที่บ้านชีวาศิลป์ ถึงแม้จะพึ่งเข้ามาในมหาวิทยาลัยไม่นาน โดยได้เห็นกิจกรรมต่างๆ ของบ้านชีวาศิลป์จากทางเฟสบุ๊ค เธอจึงตั้งคำถามว่านี้คือกิจกรรมอะไรและคำตอบที่ได้รับก็คือ เป็นเหมือนตัวกลางที่นำพาผู้คนมาหาน้องที่ป่วย โดยพี่ๆ จะเป็นคนวางแผนต่างๆ นี่จึงเป็นจุดพลิกผันให้เข้ามามีส่วนร่วมกับบ้านชีวาศิลป์
เพราะเมื่อเกิดความสนใจจึงอยากจะเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม ถึงแม้จะเป็นจุดเล็กๆ ด้วยการแสดงละครหุ่นเงาอยู่หลังม่านให้แก่เด็กที่ป่วยเป็นมะเร็ง แต่จุดเล็กๆ นี้จะกลายมาเป็นจุดใหญ่ๆ ในอนาคตได้อย่างไม่ยากเย็น เมื่อเห็นแล้วว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความสุขเหมือนกันหมด แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขายังต้องการกำลังใจและความหวัง ดังนั้น หากสามารถช่วยพวกเขาเหล่านี้ได้ก็เป็นความสุขใจของตนเองที่ได้ทำ
“เริ่มกิจกรรมเป็นครั้งแรกเป็นการแสดงหุ่นละครเงา ไม่ได้มีเวลาซ้อมมากนัก ทำให้การแสดงที่เห็นเป็นการแสดงสดจริงๆ ทุกอย่างออกมาจากใจ เกร็งบ้าง แต่ก็พอใจกับผลงานเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของผู้ชม รู้สึกตื่นเต้นบ้าง ไม่ติดขัดอะไร เพราะอยากจะมาอยู่แล้ว เตรียมตัวเตรียมใจมากับงานครั้งนี้มาก ไม่คิดว่าน้องๆ จะเยอะขนาดนี้ ให้ความร่วมมือดีมาก สิ่งที่ทำอยู่นี้ต้องการให้น้องมีส่วนร่วมอยากให้น้องๆ มีความสุขมากๆ เพื่อเพิ่มกำลังใจให้ก้าวเดินต่อไป หลังจากนี้ก็จะมาทำกิจกรรมแบบนี้เรื่อยๆ ตามตารางของบ้านชีวาศิลป์”
หรือแม้แต่ ศรุตยา ปิยวัฒนกุล นักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น อีกคนหนึ่งเช่นกัน ที่กลายมาเป็นคนเปิดเรื่อง บ้านชีวาศิลป์ การละคร เสนอหุ่นละครเงาวันนี้ ให้น้องๆ ได้หัวเราะ ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกที่ออกมาเล่านิทานหุ่นเงาให้กับเด็กๆ เจ้าตัวยอมรับว่าตื่นเต้น แต่เพื่อความสุขของน้องๆ ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่ได้รับกลับมา
“เริ่มแรกทราบจากน้าที่เป็นเภสัชกร และหนูเองมีรายวิชาจิตอาสา จึงลองคิดทำโครงงานเกี่ยวกับละคร และน้าแนะนำว่าสามารถร่วมงานกับบ้านชีวาศิลป์ได้ มาทำกัน 6 คนถึงแม้จะเป็นครั้งแรก แต่รู้สึกสนุก คิดว่าถ้าไม่ทำก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมาทำให้น้องๆ อย่างนี้ นอกจากนี้ยังรู้สึกดีที่ได้ทำเพื่อน้องๆ อยากให้น้องมีส่วนร่วมและมีความสุข คิดว่ากิจกรรมนี้ช่วยให้น้องๆ ได้มีกำลังขึ้นเยอะ ตอนนี้รู้สึกว่าน้องๆ เขาสนุกจริงๆ และผ่อนคลายกับกิจกรรมที่ดีอย่างนี้”
ขณะที่ เศก สะท้อนมุมมองว่า “อยากจะบอกกับนักศึกษาที่จะเข้าร่วมมาเป็นจิตอาสาว่า ถ้าเห็นว่ากิจกรรมนี้ดีจริง มีความรู้สึกที่ดี อยากให้เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง และหวังไว้ว่า ละครหุ่นเงานี้จะช่วยสอนให้เด็กผู้ป่วย ผู้ปกครอง รวมถึงนักศึกษาที่เป็นจิตอาสาเรียนรู้จากตัวละครที่นำมาแสดงว่า ไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากตัวเราเอง”
-3-
ไม่น่าประหลาดใจ หากจะพบว่า น้องๆ และผู้ปกครอง ต่างมีสีหน้าแววตากระตือรือร้นที่จะชมกิจกรรมต่างๆ ที่บ้างชีวาศิลป์นำมาเสนอ บ้างคนหัวเราะตลอดงาน ยิ้มไม่หุบ บ้างคนอารมณ์ดีเข้าร่วมตอบคำถามกับกิจกรรมของพี่ๆ
แม่แวว เพ็งทอง แม่ของน้อง โต้ง หนึ่งในผู้ป่วย ห้อง 3ง ที่ตอนนี้น้องโต้งมีวัยเพียง 15 ปี แต่ต้องมาป่วยเป็นโรคมะเร็งตั้งเเต่ยังเด็ก ต้องเข้าโรงพยาบาลหลายครั้งสร้างความเจ็บช้ำให้แก่คุณแม่ที่ต้องมาเห็นลูกชายเจ็บปวด ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ต้องยอมรับกับชะตากรรมนี้ แต่อย่างไรก็ยังเชื่อว่า ทุกอย่างย่อมมีทางออกเสมอ และเมื่อมาเห็นกิจกรรมละครหุ่นเงาหน้าเสาน้ำเกลือ ลูกชายที่ได้ชมละครก็มีชีวิตชีวา ผ่อนคลายมากขึ้น และรอยยิ้มก็กลับมาสู่น้องโต้งอีกครั้ง
“ได้ชมละครหุ่นเงาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว มีความรู้สึกผ่อนคลาย ทั้งน้องโต้งและแม่เอง ได้ยินเสียงหัวเราะตลอดเวลาที่มีกิจกรรมของบ้านชีวาศิลป์ ทำให้บรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดภายในใจได้เป็นอย่างดี ทุกวันนี้น้องมีกำลังใจมากขึ้น เพราะเมื่อกลับไปเรียนหนังสือตามเดิม เขาก็ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างมุ่งมั่นเข้ากับเพื่อนๆได้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นกิจกรรมที่ดีเป็นอย่างมาก”
แม้วันนี้ ละครเงาหน้าเสาน้ำเกลือได้ลาโรงไปแล้ว แต่อีกไม่กี่วันก็จะกลับมาพบกันใหม่อีก เป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลายครั้งที่เสียงหัวเราะจากผู้ชมเป็นคนเก่าๆ ที่นอนพักรักษาตัวนานนับเดือน กว่าจะได้กลับบ้าน บางคนกลายเป็นญาติ เป็นความผูกพัน แต่บางคนที่เคยได้ชม ได้ดู อาจจะไม่มีโอกาสได้ชมก็มี เพราะเขาและเธอเหล่านั้น บางคนไม่มีโอกาสได้กลับมาชมอีก... ตลอดชีวิต.





