วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วันหยุดแสนหวานที่ "บ้านมะม่วง"

แค่ชื่อก็ชวนน้ำลายไหลแล้ว สำหรับ "บ้านมะม่วง" บ้านพักสุดคลาสสิคที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนตัวยงของ "ข้าวเหนียวมะม่วงแม่นงนุช" ก็อาจจะพอคุ้นๆ


ที่บอกแบบนั้นเพราะเจ้าของวิมานมะม่วงคือ เดียร์-อัจนิริยา ศิลปสุนทร ทายาทรุ่นที่ 3 ของแม่นงนุช ศิลปสุนทร ผู้ที่เป็นตำนานขนมหวานพื้นบ้าน โดยขนมของแม่นงนุชได้รับคัดเลือกให้เป็นขนมขึ้นเครื่องเสวยอยู่บ่อยครั้ง นั่นจึงเป็นเครื่องการันตีได้ดีถึงรสมือที่เหนือชั้นของแม่นงนุช


"จริงๆ ชื่อร้านมีชัย แต่คนจะรู้จักกันในชื่อร้านแม่นงนุช ก็แล้วแต่ว่าจะเรียกยังไง ที่นี่เดิมเป็นโรงแรมไม้ เป็นตึกแถว 3 ชั้น แต่ตอนหลังทำโรงแรมไม่ไหวคุณย่า(นงนุช)ก็เลยมาทำขนมขาย มีขนมไทยหลายอย่าง อย่างข้าวเหนียวมะม่วงนี่แรกๆ จะทำเฉพาะหน้าร้อน หน้าที่มีมะม่วง แต่พอตอนหลังมะม่วงมีทุกฤดูก็เลยทำได้ตลอดปี ส่วนขนมเทียนก็จะทำเฉพาะตรุษจีน นอกนั้นก็มีสังขยา ข้าวเหนียวมูน ข้าวเหนียวตัด วุ้นลำไย ลูกตาลสด บ้าบิ่น ข้าวต้มมัด มีเยอะนะคะ เราเปิดขายมา 72 ปีแล้ว ปีนี้คุณย่าก็อายุ 90 พอดี"


เดียร์ เกริ่นถึงจุดเริ่มต้นของร้านมีชัยพอให้น้ำย่อยในร่างกายได้ทำงาน ก่อนจะเล่าต่อว่า บ้านมะม่วง (Mango House Hua Hin) เป็นบ้านพักรูปแบบเดียวกับ "บ้านพักตากอากาศ" อยู่ห่างจากร้านมีชัย หรือร้านมะม่วงแม่นงนุชไม่ถึง 500 เมตร ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ สไตล์คลาสสิค สถาปัตยกรรมจะออกมาเป็นโคโลเนียลนิดๆ นีโอคลาสสิคหน่อยๆ ซึ่งเป็นลักษณะของบ้านเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่นิยมปลูกสร้างกันในสมัยก่อน


"บ้านมะม่วงเป็นบ้านเดิมอายุประมาณ 50-60 ปี เราก็เรียกสไตล์ไม่ถูกนะคะ คือเป็นบ้านไม้ แล้วก็มีระแนงไม้ฉลุ อาจจะเรียกว่าโคโลเนียลสไตล์ก็ได้ คือเดิมที่นี่เป็นบ้านพักของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ทำสถานีรถไฟ เมื่อทำสถานีรถไฟเสร็จท่านก็ย้ายกลับไปกรุงเทพฯ คุณย่าเลยซื้อบ้านต่อมา"


พื้นที่ราว 100 ตารางวา ที่อยู่สุดซอยชมสินธุ์ 1 นั้น ถูกปรับปรุงให้เป็นบ้านพักของนักเดินทางผู้รักความสงบเงียบ ภายในมีบ้านพักรูปแบบเดียวกันรวม 5 หลัง แต่ปัจจุบันเปิดให้เข้าพัก 2 หลัง คือ บ้านมะม่วงน้ำดอกไม้ และบ้านมะม่วงแก้ว


"เราผูกพันกับมะม่วงก็เลยใช้ชื่อบ้านมะม่วง ซึ่งเกิดจากการที่เราขายมะม่วง แล้วหลังบ้านก็มีต้นมะม่วงใหญ่มากๆ อยุ่ต้นหนึ่ง อายุน่าจะประมาณ 30 ปีได้ แต่ไม่เคยออกลูกเลย"


เจ้าของบ้านเลือกใช้สีครีมพาสเทลเป็นสีหลัก แล้วตัดด้วยสีขาวที่ขอบประตู หน้าต่าง และไม้ระแนงที่ระเบียงบ้าน ทำให้บ้านแต่ละหลังดูหวานละมุนยิ่งขึ้น


สำหรับการตกแต่ง เดียร์บอกว่า ขอคงคอนเซ็ปต์ของการเป็น "บ้านพักตากอากาศ" ไว้ เพราะหัวหินใครๆ ก็รู้ว่าเป็นเมืองตากอากาศ ที่สำคัญอยากให้ทุกคนที่มาพักรู้สึกสบาย ราวกับได้มาพักในบ้านของตัวเองที่ต่างจังหวัด และเพราะคำนึงถึงความสบายของผู้เข้าพักเป็นหลัก เจ้าของบ้านมะม่วงจึงใช้เฟอร์นิเจอร์ทั้งเก่าและใหม่ผสานกันได้อย่างกลมกลืน


"พอเป็นบ้านเก่าเรากลัวว่าคนจะกลัว หรือจินตนาการไปเยอะ เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดก็เลยจะร่วมสมัยนิดหนึ่ง"


บ้านพักแต่ละหลังจะประกอบไปด้วยห้องนอน 2 ห้อง, ห้องน้ำ 1 ห้อง, ห้องครัว 1 ห้อง ซึ่งบ้านมะม่วงน้ำดอกไม้จะเป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุดในจำนวนบ้านทั้งหมด ความพิเศษของบ้านหลังนี้จึงโดดเด่นขึ้นอีกนิด คือมีห้องนั่งเล่น 2 ห้อง ห้องนั่งเล่นชั้นล่างกว้างขวาง มีโซฟาให้นั่งเอกเขนกได้อย่างสบาย ส่วนห้องนั่งเล่นที่บริเวณชั้น 2 ก็ตกแต่งได้อย่างเก๋ไก๋ โดยจัดเป็นห้องเอนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนเสริมได้ในกรณีที่มีผู้เข้าพักจำนวนมาก


"บ้านมะม่วงเหมาะกับครอบครัว หรือเพื่อนฝูงที่ไม่อยากพักแบบโรงแรม คืออยากได้ความสบายแบบกันเอง เราก็ให้พักแบบสบายๆ เลยนะคะ อย่างสมมติว่าไม่มีแขกจองบ้านพักต่อเราก็สามารถให้เช็คเอาท์ตอนไหนก็ได้ อยู่ได้เรื่อยๆ ไม่ซีเรียส แล้วบ้าน 1 หลังจริงๆ ให้อยู่ได้ราว 5-6 คน แต่ถ้ามามากกว่านั้นก็อาจจะคิดค่าบริการเพิ่มเป็นคนละ 300 บาท เพราะบ้านเราหลังใหญ่ อยู่ได้สบายๆ เรามีมุมคุกกิ้งเบาๆ ให้ประกอบอาหารง่ายๆ จะปิ้ง ย่าง ก็ได้ หรือจะให้เราหาของทะเลสดๆ มาให้ก็ยินดี ส่วนอุปกรณ์ในครัวเราก็มีครบ"


ส่วนอาหารเช้า บ้านมะม่วงให้บริการอาหารท้องถิ่นที่เป็นสุดยอดของอร่อย ไม่ว่าจะเป็นข้าวมันไก่เจ๊กเปี๊ยะ โจ๊ะเจ๊แอน ต้มเลือดหมู น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ขนมครกกะทิสด เรียกว่าเลือกรับประทานกันได้แบบจุใจ ส่วน "ข้าวเหนียวมะม่วง" นั้น เป็น complementary ที่เจ้าของบ้านต้องเตรียมไว้ให้ทุกๆ คนที่เข้าพักอยู่แล้ว


อย่างที่บอกว่าบ้านนี้เหมาะกับกลุ่มครอบครัวและเพื่อนๆ ที่เน้นความสบายอกสบายใจคล้ายได้มาอยู่ในอาณาบริเวณของตัวเอง ดังนั้นในห้องนั่งเล่นนอกจากจะมีเบาะรองนั่งรูปทรงแปลกตาให้นอนเกลือกกลิ้งไปมาได้แล้ว ยังมีกล่องเกมสนุกๆ หลายประเภทให้เลือกเล่น ส่วนใครที่ต้องการคุยกับเพื่อนในสังคมออนไลน์ บริการไวไฟฟรีทุกพื้นที่ของบ้านก็น่าจะทำให้ทุกคนพอใจได้ไม่ยาก


"จุดเด่นคงจะเป็นความสบายๆ เหมือนเราไปพักบ้านที่ต่างจังหวัด ไม่ได้หรูหราอะไร แต่อยุ่สบาย ที่สำคัญอยู่ใกล้กับตลาดฉัตรไชย(ตลาดโต้รุ่ง) เดินไปได้แค่ 15 นาทีก็ถึง เพราะมันไม่ไกล แล้วเราอยากให้เดินเพราะในหัวหินไม่ค่อยมีที่จอดรถ เอารถไปจะลำบาก เดินไปสะดวกกว่า เพราะเส้นทางที่เดินไปบอกได้เลยว่าปลอดภัยมากๆ"


แต่ถ้าใครไม่อยากเดินจะขอใช้บริการจักรยานปั่นไปโน่นมานี่ เดียร์บอกว่า มีให้บริการเหมือนกัน แต่ต้องแจ้งล่วงหน้า เหมือนกับคอร์สโยคะที่เป็นอีกหนึ่งบริการของบ้านมะม่วง แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเล็กน้อย ซึ่งเดียร์เองนอกจากจะดูแลกิจการร้านมีชัย และบ้านมะม่วงแล้ว เธอยังมีอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ นั่นคือ การเป็นครูสอนโยคะที่ "บ้านโยคะ" (Baan Yoga) ใครเมื่อยก็อาจจะลองไปใช้บริการได้


บ้านมะม่วงอาจไม่ได้หรูหรายิ่งใหญ่ แต่ถ้าใครอยากได้ความสบายใจ "บ้านมะม่วง" คือสถานที่ที่ "ใช่" ที่สุด

.............


ที่ตั้ง : ซอยชมสินธุ์ 1 ถนนชมสินธุ์ ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ราคา : 3,000-3,500 บาท(หลังละ 4-5 คน)
จุดเด่น : การตกแต่งที่ดูธรรมดาแต่ว่าคลาสสิค ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกได้ถึงความสบาย ผ่อนคลาย ราวกับอยู่ในบ้านพักส่วนตัว
ติดต่อ : โทรศัพท์ 08 1374 2140 และ facebook บ้านมะม่วง mangohouse