วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รักในรอยสัก

"ถ้าคุณตัดสินใจจะอยู่กับหมึก หรือ รอยสัก คุณต้องคิดดีๆ ตัดสินใจดีๆ เพราะคุณจะต้องอยู่กับมันจนวันตาย ไม่เหมือนกับสามีภรรยาที่เลิกรากันได้ "

จตุรงค์ หิรัญกาญจน์ ช่างภาพฝีมือดีที่เคยฝากฝีมือไว้ในวงการโฆษณาและแฟชั่นมากมาย กล่าวถึงที่มาของนิทรรศการ Living Ink งานแสดงภาพถ่ายพอร์เทรทของบุคคลที่รักและตัดสินใจที่จะอยู่กับ 'รอยสัก' ตราบนิรันดร์
" ผมมองว่าแทตทู (tatto) ของแต่ละคน เป็น history บนร่างกายบนผิวหนัง มันมีประวัติ ตอนนี้มีความรักสักรูปหัวใจ ตอนนี้มีแฟนสักชื่อแฟน ตอนนี้รู้สึกเศร้ากับชีวิตสักรูปหน้าผู้หญิงร้องไห้ บางทีเป็นข้อความที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนนั้น ผมรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนสิ่งที่อยู่ภายในที่ถ่ายทอดออกมาสู่ผิวหนังภายนอกให้คนได้สัมผัสว่าคนๆนี้เป็นอย่างไร มีไลฟ์สไตล์อย่างไร ดูจากแทตทูแล้วผมพอเดานิสัยคนได้เลย"
Living Ink เป็นนิทรรศการแสดงผลงานเดี่ยวครั้งที่ 3 ซึ่งมีระยะเวลาห่างจากครั้งที่ 2 ถึง 10 ปี
"ยุคนั้นเป็นเรื่องของฟิล์ม ดิจิทัลเพิ่งมีแต่ยังไม่มีบทบาทมาก ผมชำนาญเรื่องฟิล์ม ชำนาญเรื่องห้องมืด กระบวนการทำภาพในห้องมืด เทคนิคต่างๆ ในนิทรรศการครั้งที่ผ่านมา ผมจะโชว์เทคนิคในห้องมืด ฝีมือในห้องมืด เพราะผมทำภาพเอง มาถึงครั้งนี้
เรื่องห้องมืดก็เฟดออกไป อุปกรณ์ค่อนข้างหายากผมก็เข้าสู่กระบวนการของระบบดิจิทัล โดยที่จำลองห้องมืดมาอยู่ในคอมพิวเตอร์ จากเมื่อก่อนเป็นดาร์กรูมมาสู่ไลท์รูม เป็นห้องสว่างแต่งภาพในหน้าจอด้วยระบบดิจิทัล แต่กระบวนการความคิดการถ่ายทอดทุกอย่างคงเดิม ผมถ่ายภาพพอร์ตเทรตเป็นเรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งในสังคม"
จตุรงค์ สนใจเรื่องราวของชีวิตคนมาตั้งแต่ครั้งยังเรียนศิลปะอยู่ที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
"ช่วงสมัยเรียนชอบวาดรูปคน ผมเป็นคนชอบศึกษาคน ชอบดูเรื่องชาวบ้าน ผมว่าชีวิตมนุษย์เป็นอะไรที่น่าค้นหา ผมคิดเสมอว่าชีวิตคนแต่ละคนสามารถสร้างเป็นหนังฮอลลีวู้ดได้เลย หนังฮอลลีวู้ดที่เป็นหนังดราม่าเกี่ยวกับชีวิตคน หลายๆเรื่องที่ผมดูชีวิตคนธรรมดาๆแต่เขาเขียนบทได้ดีมาก เขียนโคตรดีเลย ทำให้หนังดูสนุก น่าติดตาม ผมคิดว่าชีวิตคนเราแต่ละคนมีครบหมดนะ เศร้า รัก ทุกข์ สุข
ผมเลยชอบถ่ายรูปคน ชอบดูเรื่องคน ชอบศึกษาเรื่องคน เวลาเจอคนบ้าตามข้างถนนผมก็คุยกับเขานะ อยากรู้ว่าเขาบ้าเพราะอะไร สงสัยว่าเมื่อก่อนเป็นมหาเศรษฐีหรือเปล่า คือ สงสัยตลอดเวลา"
สำหรับ "คน"และ"เรื่องราว" ใน Living Ink เป็นการถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของบุคคลผู้เป็นเจ้าของรอยสักนั้นได้อย่างมีศิลปะในขณะเดียวกันผู้ชมสามารถสัมผัสถึงตัวตนของคนในภาพได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบาย
"ผมไม่ได้มองว่ารอยสักไม่ได้สวยหรือไม่สวย ผมแค่มองความเป็นแทตทูพอแล้ว เพราะผมมองเรื่องคนที่อยู่กับแทตทู ไม่ว่าจะสวยหรือไม่สวย มากหรือน้อย ผมต้องการพอร์ทเทรตของคนที่อยู่กับมันแล้วถ่ายทอดออกมา ส่วนใหญ่จึงเป็นคนที่ผมรู้จักมาก่อนหน้านี้บางคนตอนรู้จักไม่มีแทตทูเลย มาเจออีกทีโอ้โห เพียบเลยเว้ย มาถ่ายรูปกันหน่อย บางคนเพิ่งคนรู้จักใหม่จากคนแนะนำ ช่างสักแนะนำ ผมเห็นคาแรคเตอร์แต่ละคนแล้วผมอยากถ่ายก็ถ่าย
การทำงานคราวนี้ไม่มีการเตรียมการเลย ถ่ายสดๆ ธรรมชาติๆ ให้อิสระทางความคิดของแต่ละคนเลย ทุกคนโชว์ความเป็นตัวเอง คุณอยากจะเมคอัพ ก็ทำ อยากไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ต้องทำ จะแต่งหน้า โพสต์ท่ายังไงก็เรื่องของคุณ ช่างภาพมีหน้าที่ถ่ายทอดความงาม หรือความเป็นตัวตนออกมาเป็นภาพก็เท่านั้นเอง"
จากเดิมที่เคยใช้เวลาเตรียมงานแสดงภาพถ่าย 4 - 5 ปี วันนี้ใช้เวลาเพียง 6 เดือนก็พร้อมสำหรับงานแสดงผลงาน
"งานชุดนี้ทำในลักษณะวันช็อตถ่ายยังไงก็ออกมาอย่างงั้น ไม่มีเทคนิคอะไรมากมาย ผมบอกตรงๆเลยว่าผมไม่เก่งในเรื่องการแต่งภาพในเทคนิคไลท์รูม ผมแค่พอทำได้ ปรับไบรท์เนส คอนทราสได้บ้างเท่านั้นเอง จะให้ผมรีทัชคนอ้วนให้เป็นคนผอมผมทำไม่เป็น
ส่วนเรื่องอุปกรณ์ที่ผมใช้ เป็นอุปกรณ์พื้นๆกระจอกๆที่เขาบริจาค ผมไม่ได้เป็นช่างภาพอาชีพแล้ว ผมเป็นอาจารย์ ผมไม่จำเป็นต้องมีกล้องดิจิทัลดีๆ ผมสอนเรื่องการถ่ายภาพ ซึ่งกล้องฟิล์มกับดิจิทัลมีพื้นฐานเหมือนกันเลย ผมมีแต่กล้องดิจิทัลคอมแพคกระจอกๆเอาไว้ถ่ายเล่นๆ ขำๆ พอมาชุดนี้มีคนให้กล้องมาตัว ผมไม่มีเลนส์ ผมก็เอาเลนส์เก่าๆที่มีอยู่มาใส่อะแดปเตอร์ใช้กับมัน คือไม่เน้นอุปกรณ์ ไฟยังไม่มีเลย สมัยตอนเป็นช่างภาพอาชีพผมมีไฟของตัวเอง 3 ดวง จ็อบไหนต้องการไฟเยอะหน่อยก็ไปเช่า พอมาถึงงานนี้ผมไม่มีไฟสักดวงเดียวก็ไปขอยืมมาดวงเดียวเท่านี้
สิ่งที่ผมอยากบอกคืออุปกรณ์ไม่เกี่ยว เป็นเพียงแค่ตัวช่วย สำหรับมืออาชีพจำเป็น สำหรับมือสมัครเล่นไม่จำเป็น การถ่ายทอดภาพออกมาให้สวยหรืองามผมว่าอุปกรณ์เป็นเพียงตัวช่วย แต่ว่าฝีมือสำคัญกว่า เหมือนอาร์ติสเขียนรูปเก่งๆ บางคนมีพู่กันโคตรกระจอกเลย ราคาไม่กี่สิบกี่ร้อยบาท แต่เขียนรูปออกมาโคตรดีเลย เพราะว่าฝีมือเขาดี บางคนมีพู่กันราคาแพงจากต่างประเทศแต่เขียนรูปออกมาไม่ดีเลย เป็นเพราะฝีมือไม่ดี
สิ่งที่สำคัญที่สุดของช่างภาพ คือ สมองกับสายตา" จตุรงค์ หิรัญกาญจน์ ทิ้งท้าย

หากคุณรักในรอยสัก รักในผลงานภาพถ่าย Living Ink เป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่ไม่ควรพลาด ไปชมกันได้ที่ People's Gallery P1-P2 ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันนี้ - 26 กุมภาพันธ์ 2557