วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

260 ปี เครือญาติชาติเชื้อพุทธ.. พิสุทธิ์จริง

อารยธรรมอินเดียดุจ “รากแก้ว” ของวัฒนธรรมไทย นี่คือความเป็นจริงที่เรารับรู้กันมานาน

แต่ลึกลงไปในรายละเอียด เราอาจหลงลืมว่า สยามประเทศมิได้รับวัฒนธรรมการร้องเล่นเต้นโขนรามเกียรติ์จากอินเดียโดยตรง หากแต่เรารับผ่านราชสำนักชวา และกัมพูชามาอีกทอดหนึ่ง เช่นเดียวกับที่เรารับเอากฎหมายมนูธรรมศาสตร์ของอินเดีย (ต้นธารกฎหมายตราสามดวง และชื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ผ่านราชสำนักมอญที่เคยรุ่งเรืองในสมัยทวารวดี เมื่อราว 1,200 ปีก่อน

ชื่อเสียงเรียงนามของคนไทยปัจจุบัน ยกตัวอย่างชื่อบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทยแทบทุกท่าน ล้วนมีรากศัพท์ภาษาสันสกฤตที่กำเนิดในอินเดีย โดยเรารับผ่านราชสำนักกัมพูชามาอีกชั้นหนึ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาประจำชาติ คือศาสนาพุทธที่มีอินเดียเป็นบ่อเกิด หรือเป็น”พุทธภูมิ” ทว่า เราก็มิได้รับศาสนานี้ตรงจากอินเดียอีกเช่นกัน โชคดีที่มีการบันทึกไว้ว่า ศาสนาพุทธนิกายเถรวาทในประเทศไทย เป็นศาสนาพุทธลัทธิลังกาวงศ์ ทำให้เรารับทราบดินแดนที่เป็นสะพานเชื่อมศาสนานี้มาสู่เราชัดเจน ว่าคือศรีลังกา ทว่าโชคร้าย เรามักหลงลืมประวัติความเป็นมาของเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราเสมอ

“…พ่อขุนรามคำแหงกระทำโอยทานแก่มหาเถร สังฆราชปราชญ์เรียนจบปิฎกไตรหลวกกว่า (เก่งกว่า) ปู่ครูในเมืองนี้ ทุกคนลุกแต่เมือง (มาจากเมือง) ศรีธรรมราชมา...”

ข้อความในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย ทำให้เราทราบว่าเมื่อราว 700 ปีก่อน ศาสนาพุทธลัทธิลังกาวงศ์ได้เผยแผ่มาถึงนครศรีธรรมราชก่อน โดยพระสงฆ์เมืองนครฯ ทราบข่าวการสังคายนาฟื้นฟูพุทธศาสนาในศรีลังกา จึงรอนแรมทางเรือไปศึกษาพระธรรมวินัยและอุปสมบทใหม่ เพื่อกลับมาตั้งคณะสงฆ์ลังกาวงศ์ ด้วยลังกาวงศ์ได้ชื่อว่ามีวัตรปฏิบัติน่าเลื่อมใส เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทำให้ศาสนาพุทธสายนี้มีชื่อเสียงระบือไกล ก่อนเผยแผ่ไปถึงอาณาจักรใหญ่ตอนบนของสยามประเทศ คือสุโขทัย ล้านนา กรุงศรีอยุธยา มาตราบปัจจุบัน

ทางฝ่ายศรีลังกา แม้จะเป็นดินแดนแรกๆ ในโลกที่รับศาสนาพุทธจากชมพูทวีป นับแต่พระพุทธองค์เสร็จปรินิพพานได้เพียง 200 กว่าปี แต่ต่อมาก็ถูกคุกคามจากกลุ่มชนในศาสนาอื่น ทั้งชาวทมิฬฮินดู และโดยเฉพาะนักล่าอาณานิคมชาวโปรตุเกส ซึ่งเข้ายึดครองชายฝั่งรอบเกาะลังกาได้เกือบหมดตั้งแต่ราว พ.ศ.2053 ส่งผลให้ศาสนาพุทธที่ชาวสิงหลนับถือมานานเป็นพันปี กลายเป็นศาสนาต้องห้าม ใครแสดงความเคารพพระภิกษุสงฆ์ในที่สาธารณะ มีโทษถึงขั้นประหารชีวิต ชาวพุทธถูกบังคับให้เข้ารีต สมณสงฆ์ถูกบังคับให้ลาสิกขาบท วัดวาอารามถูกทำลาย สูงสุดถึงขั้นอ้างว่าสามารถยึดเอาจิตวิญญาณของชาวพุทธ คือ “พระเขี้ยวแก้ว” มาใส่ครกตำจนแหลกละเอียด ก่อนที่ชาวศรีลังกาจะยืนยันว่านั่นคือพระเขี้ยวแก้วปลอม!

นานกว่า 200 ปี กว่ากษัตริย์ศรีลังกาจะกอบกู้แผ่นดิน ฟื้นฟูพุทธศาสนาสำเร็จในสมัยพระเจ้าเกียรติสิริราชสิงหะ ครองราชย์ ณ สิงหขันธนคร หรือ “แคนดี” พ.ศ.2290 ตรงกับแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ทว่า เวลานั้นก็แทบไม่มีพระสงฆ์อยู่ในเกาะลังกาเลย ที่เหลืออยู่ก็ไม่คุณสมบัติพอจะอุปสมบทให้ใครได้ จึงต้องแต่งคณะทูตไปสืบข่าวในที่ต่างๆ จนได้ความว่า พระพุทธศาสนาในกรุงศรีอยุธยานั้น “...เจริญรุ่งเรือง บริสุทธิ์ใกล้เคียงพระธรรมของพระพุทธเจ้ามากที่สุด...” (พระมหาสมเสียม แสนขัติ: สยามวงศ์ในลังกา)

เป็นที่มาของการติดต่อขอนิมนต์พระสงฆ์ชาวสยาม นำโดยพระอุบาลีมหาเถระไปช่วยประกอบพิธีอุปสมบทให้กุลบุตรในศรีลังกา ในพ.ศ.2296 กลายเป็นหน่ออ่อนของศาสนาพุทธลัทธิใหม่คือลัทธิสยามวงศ์ หรืออุบาลีวงศ์ ซึ่งถือเป็นคณะสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดของศรีลังกามาจนวันนี้ ไทยกับศรีลังกาจึงถือเป็นเครือญาติกันในทางศาสนา จนมีคำกล่าวว่า การเดินทางไปช่วยฟื้นฟูพุทธศาสนาในศรีลังกาของพระอุบาลีเถระ กระทั่งท่านละสังขาร ฝังจิตวิญญาณไว้บนเกาะลังกา เป็นการกระทำเยี่ยงบุตรผู้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาแด่มารดาผู้ให้กำเนิด ดังนักวิชาการศาสนาชาวศรีลังกา แสดงทัศนะไว้ว่า

“Thailand Repays Her Debt to Sri Lanka” (เป็นการชดใช้หนี้ของไทยให้ศรีลังกา)
ในวาระที่ปีนี้ ครบ 260 ปีเต็มที่สยามวงศ์ในลังกา สถาปนาขึ้นโดยพระอุบาลีมหาเถระ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงร่วมมือกับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ และ กลุ่มสห+ภาพ ชุมชนคนถ่ายภาพ จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย ชุด “ต้นธารสยาม - ลังกาวงศ์: 260 ปี พระอุบาลีจาริกจารึกนามสยามวงศ์ในลังกา” ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 8 ธันวาคม 2556 (ปิดวันจันทร์) เวลา 10.00 - 18.00 น. ณ มิวเซียมสยาม กรุงเทพฯ (ใกล้ปากคลองตลาด) โดยไม่เก็บค่าเข้าชมแต่อย่างใด

งานนี้นอกจากจะได้ชมผลงานของ 8 ช่างภาพชั้นนำของเมืองไทยแล้ว ยังมีนิทรรศการจำลองเหตุการณ์ พระอุบาลีเถระเดินทางฝ่าคลื่นฝืนลมพายุ ไปปฏิบัติภารกิจในฐานะสมณฑูตอย่างสมเกียรติได้อย่างไร จนมีคำกล่าวทีเล่นทีจริงว่า ใครไปชมนิทรรศการชุดนี้ให้เตรียมยากันเมาคลื่นไปด้วยนะครับ