อนันต์ ลือประดิษฐ์ เขียนถึง ชิค คอเรีย กับผลงานใหม่ และการเปิดแสดงคอนเสิร์ตในค่ำวันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2556
จัดเป็นหนึ่งในบรรดาลูกวงของ ไมล์ส เดวิส (Miles Davis) ที่ยังเปี่ยมด้วยไฟสร้างสรรค์ไม่สร่างซา สำหรับ ชิค คอเรีย (Chick Corea) เจ้าของ 20 รางวัลแกรมมี่ กับวัย 72 ปีในวันนี้ ล่าสุด เขากำลังจะเดินทางมาเปิดการแสดงสดครั้งแรกในเมืองไทย ในวันศุกร์ที่ 20 กันยายน ศกนี้ โดยมีนักดนตรีรุ่นหลาน ทำหน้าที่ซัพพอร์ทในนาม เดอะ วิจิล (The Vigil) ซึ่งเป็นโปรเจ็คท์ใหม่ล่าสุดของ ชิค คอเรีย ที่ให้น้ำหนักกับเรื่องของ “อิสรภาพในการแสดงออก” เป็นพิเศษ
ในฐานะนักดนตรี ชิค คอเรีย อยู่กับภาวะการดำรงอยู่อย่างสร้างสรรค์มาโดยตลอด หนุ่มอเมริกันเชื้อสายอิตาเลียนและสแปนิชคนนี้ เติบโตมาจากเมืองเชลซี รัฐแมสซาชูเส็ทท์ สหรัฐอเมริกา มุ่งหน้าสู่นิวยอร์กซิตี ด้วยความฝันที่จะทำงานดนตรี เขาเลือกเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แต่อยู่ได้เพียง 1 เดือน ตามด้วยสถาบันดนตรีชื่อดัง “จูลลิอาร์ด” แต่ก็อยู่ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้น เขาตัดสินใจหันหลังให้แก่การเรียนในระบบ แล้วกระโจนสู่ยุทธจักรดนตรีของเมืองบิ๊กแอปเปิล อันเต็มด้วยสีสันมากมาย
ด้วยฝีมือดีที่ติดตัวมาก่อนหน้า จากการหล่อหลอมในครอบครัวที่มีพ่อเป็นนักดนตรี และมีครูเปียโน ซัลวาตอร์ ซัลโล ทำหน้าถ่ายทอดวิทยายุทธให้ตั้งแต่ยังเป็นละอ่อน ชิค ได้งานเล่นกับอดีตนายวงบิ๊กแบนด์ อย่าง แค็บ แคลโลเวย์ (Cab Calloway) ต่อด้วยมือทรัมเป็ต บลู มิทเชลล์ (Blue Mitchell) จากนั้นมาถึงคิวของ สแตน เก็ทซ์ (Stan Getz) ที่เขามีส่วนร่วมบันทึกเสียงอัลบั้ม Sweet Rain เมื่อปี 1967
ระหว่างนั้น แจ๊สกำลังสูญเสียความนิยมลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ดนตรีร็อคก้าวขึ้นครองใจคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ยุคเบบี้บูมเมอร์ ด้วยสถานการณ์ที่กดดันนี้ ไมล์ส เดวิส ศิลปินตัวเอ้ของวงการ จึงพยายามทดลองสร้างดนตรีรูปแบบใหม่ ชิค มีโอกาสเข้าร่วมในวงของ ไมล์ส ในระยะนี้ โดยแทนที่ เฮอร์บี แฮนค็อก (Herbie Hancock)
ชิค คอเรีย มีส่วนร่วมในอัลบั้มช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อย่าง Filles De Kilimanjaro ต่อด้วย In A Silent Way และลงเอยด้วยความเป็น “แจ๊ส ร็อค ฟิวชั่น” อย่างเต็มตัว ในอัลบั้มแผ่นคู่ Bitches Brew
พอออกจากวงของ ไมล์ส เดวิส นักเปียโนคนนี้สานต่องานดนตรี โดยร่วมกับเพื่อนๆ ทำวง “เดอะ เซอร์เกิล” ต่อด้วย “รีเทิร์น ทู ฟอร์เอฟเวอร์” โดยร่วมกับสุดยอดศิลปินรุ่นใหม่ในยุคนั้น ซึ่งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์แจ๊สไปโดยปริยาย
จวบจนถึงวันนี้ นับเป็นเวลาเกือบ 5 ทศวรรษบนถนนสายดนตรี ชิค คอเรีย ไม่ได้เป็นเพียงนักเปียโนที่มีทักษะอันเจนจัดชนิดหาตัวจับยากเท่านั้น หากในอีกด้านหนึ่ง เขามีบทบาทด้านการประพันธ์ดนตรีที่หลากหลาย ตั้งแต่งานเพลงแจ๊ส (Jazz Tunes) ในแบบฉบับบีบ็อพ จนถึง อวอง-การ์ด และตั้งแต่งานเพลงเด็กบริสุทธิ์สดใส ไปถึงโทนโพเอม (Tone Poem) อันวิจิตรอลังการ
โดยส่วนตัว ชิค คอเรีย สนใจดนตรีในกลุ่มโทนโพเอมเป็นพิเศษ ที่ผ่านมา เขามีงานดนตรีที่สร้างสรรค์ขึ้น จากเรื่องราวในบทกวี วรรณกรรม หรือแรงบันดาลใจที่จับต้องได้อยู่ไม่ใช่น้อย ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างงานที่สายดนตรีคลาสสิกนิยมเรียกว่า “โปรแกรม มิวสิค” (Programme Music) ไม่ว่าจะเป็น The Leprechaun, The Mad Hatter, My Spanish Heart, The Romantic Warrior จนถึงงานในยุคหลังอย่าง To the Stars
เจ้าของตำนานวงดนตรี “รีเทิร์น ทู ฟอร์เอเวอร์” คนนี้ ยังสนุกกับการเดินทางในโลกของวรรณกรรม และนำเรื่องราวน่าสนใจมาผูกร้อยเป็นเสียงดนตรีต่อไป ดังปรากฏในผลงานรางวัลแกรมมี่ The Ultimate Adventure (2006) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายแนวไซไฟชื่อเดียวกัน เขียนโดย แอน รอน ฮับบาร์ด (L. Ron Hubbard)
เสร็จจาก The Ultimate Adventure ชิคหวนคืนสู่โครงการ “รีเทิร์น ทู ฟอร์เอเวอร์” อีกครั้ง ในปี 2008 กับเพื่อนๆ อย่าง สแตนลีย์ คลาร์ก , เลนนี ไวท์ และ อัล ดิ เมโอลา ออกทัวร์ทั่วโลกเพื่อย้อนรอยและเฉลิมฉลองกับดนตรี “ฟิวชั่น” ที่เขามีส่วนบุกเบิกในยุคเซเวนตีส์ ในเวลาใกล้ๆ กัน ชิค ยังรวมวงเฉพาะกิจ The Five Peace Band ที่เข้มข้นสุดๆ กับลูกวงองไมล์สคนอื่นๆ นั่นคือ จอห์น แมคลาฟลิน , เคนนี การ์เรทท์ โดยมี วินนี คอลายอูตา มือกลองแฟรงค์ แซปปา และนักดนตรีฝีมือระดับพระกาฬรุ่นหลัง อย่าง คริสเตียน แมคไบรด์ ร่วมสมทบในตำแหน่งเบส
สำหรับ The Vigil เป็นการรวมนักดนตรีรุ่นใหม่ ที่คัดสรรมาเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ ประกอบด้วย ทิม การ์แลนด์ (Tim Garland) นักแซ็กโซโฟนชาวอังกฤษ เจ้าของรางวัลแกรมมี่ ที่มีประสบการณ์โชกโชน , ชาร์ลส์ อัลทูรา (Charles Altura) มือกีตาร์ที่จบจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, มาร์คัส กิลมอร์ (Marcus Gilmore) มือกลอง ที่มีศักดิ์เป็น “หลานตา” ของ รอย เฮย์นส์ และ คาร์ลิโตส เดล ปูแอร์โต (Carlitos Del Puerto) มือเบส เป็นสืบทอดการเล่น “เบส” มา 3 รุ่น โดย คาร์ลิโตส เป็นลูกชายของ คาร์ลอส หนึ่งในสมาชิกและผู้ก่อตั้งวง “อิราเคเร” อันโด่งดังของคิวบานั่นเอง
ในอัลบั้ม The Vigil ทั้ง 7 เพลงเป็น “ออริจินัล คอมโพสิชั่น” ของ ชิค คอเรียทั้งหมด โดยชิค ยังคงแนวคิดในการผสานสุ้มเสียงบราซิลเลียน-สแปนิช ให้ลื่นไหลไปบนชีพจรดนตรีแจ๊สแบบ “ฟรีฟอร์ม” บางครั้งกระแทกกระทั้นด้วยจังหวะของดนตรีร็อก โดยมุ่งปลดปล่อยตนเองออกจากพันธนาการของ “กาละเทศะ” พร้อมๆ กับการน้อมคาระต่อผลงานดนตรีของศิลปินแจ๊สที่เคยสร้างงานมาก่อนหน้านี้
อย่างน้อยๆ ในอัลบั้มนี้ ชิค คอเรีย เขียนเพลงอุทิศให้แก่ รอย เฮย์นส์ มือกลองที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ และ จอห์น โคลเทรน ศิลปินที่มุ่งสู่การค้นหาตัวตนด้านใน โดยมีเพลง Outside of Space ที่เจ้าตัวเขียนคำร้องสะท้อนผ่านปรัญาลึกซึ้งของเขา เพื่อให้คนฟังได้สดับใคร่ควรญ
The Vigil จึงเป็นอีกสถานะหนึ่งของ ชิค คอเรีย ในโลกแห่งจินตนาการ ที่พาเราไปสัมผัสประสบการณ์ความงามที่แตกต่าง พร้อมๆ กับมองหาหนทางใหม่ๆ ในการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ต่อไป.
..................................
ชิค คอเรีย แอนด์ เดอะ วิจิล จะเป็นส่วนหนึ่งในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ โดยแสดงสดในค่ำวันศุกร์ที่ 20 กันยายน ศกนี้ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรมีจำหน่ายที่ TTM โทร. 0 2262 3456





