'กันตนา'ทุ่มพันล.โรงหนังชุมชนรุกอาเซียน

'กันตนา'ทุ่มพันล.โรงหนังชุมชนรุกอาเซียน

"กันตนา"จับมือพันธมิตรไทย-อาเซียน ตั้งบริษัทเอเชีย ซีนีม่า เน็ตเวิร์ค ผุดโรงหนังชุมชน หวังกระตุ้นอุตสาหกรรมหนังอาเซียน ทุ่มลงทุน 1 พันลบ.

นายจาฤก กัลย์จาฤก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวผู้ร่วมลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศประมาณ 40 ราย ที่เข้ามาร่วมลงทุนในโครงการโรงภาพยนตร์ชุมชน (Community Cineplex) เป็นครั้งแรกของไทยและอาเซียน เพื่อกระตุ้นให้คนไทยและคนอาเซียนสามารถเข้าถึงและเชื่อมโยงวัฒนธรรมร่วมกัน เนื่องจากภาพยนตร์เป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้หรือการดำเนินชีวิตของผู้คน โดยอยู่ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า One Frame One Culture ซึ่งโรงภาพยนตร์ดังกล่าวจะกระจายไปยังท้องถิ่นระดับอำเภอทั่วประเทศและทั่วภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

ทั้งนี้ กันตนา ได้วางงบลงทุนไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการโรงภาพยนตร์ชุมชน ไม่นับรวมกับงบด้านการตลาดที่ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณปีละ 40-50 ล้านบาท ในการโปรโมทภาพยนตร์ร่วมกับทางผู้ร่วมลงทุน โดยคาดว่าโครงการนี้จะสามารถทำรายได้เฉลี่ยปีละประมาณ 200 ล้านบาท และน่าจะจะคืนทุนได้ภายใน 7-8 ปีหลังจากนี้ หรืออาจจะคืนทุนได้รวดเร็วกว่านี้ขึ้นอยู่กับตัวภาพยนตร์ที่ฉายด้วยจะมีกระแสตอบรับมากน้อยเพียงใด

"การทำโรงหนังครั้งนี้ เราร่วมกับทางผู้ร่วมทุนฝ่ายละ 50% โดยจะแบ่งรายได้ก็แบ่งกันคนละครึ่ง โดยผู้ร่วมทุนส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีโรงหนังเก่า หรือมีพื้นที่ในการก่อสร้างและทำโรงหนังตามคอนเซ็ปต์ที่เราวางไว้ ในพื้นที่ประมาณ 200 ตารางวาขึ้นไป ซึ่งต่อหนึ่งโรงหนังหนึ่งโรง จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1-1.2 ล้านบาท ในโครงการนี้เราได้จัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาคือ บริษัท เอเชีย ซีนีม่า เน็ตเวิร์ก จำกัด หรือ เอซีเอ็น เข้าร่วมลงทุนกับเอกชนในท้องถิ่นต่างๆ สร้างโรงหนังขนาดเล็กบนทำเลที่เหมาะสม เพื่อให้พื้นที่แห่งนั้นเป็นศูนย์รวมของประชาชนในท้องถิ่น แบบที่เรียกว่า Community Center"

นายจาฤก กล่าวว่า โรงภาพยนตร์ในรูปแบบนี้จะเป็นโรงภาพยนต์ขนาดเล็ก 50 ที่นั่ง ราคาตั๋วหนังเข้าชมเพียง 30 บาท ที่มีราคาถูกเพราะว่าต้นค่าก่อสร้างต่ำมาก ส่วนเทคโนโลยีกันตนาได้ใช้เวลาในการพัฒนามากว่า 3 ปี เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้เป็นเรื่อง่ายที่สุด ด้วยระบบที่กดเพียงปุ่มเดียวก็สามารถฉายภาพยนตร์ได้แล้ว ซึ่งเรียกว่า Kantana Intelligent One Touch เป็นการรับส่งสัญญาณจากส่วนกลางผ่านดาวเทียมสู่ทุกโรงภาพยนต์ เพื่อฉายภาพในระบบดิจิทัล และระบบเสียงเซอร์ราวด์ 5.1 และ 7.1 นอกจากนี้ยังมีระบบ Watermark ช่วยตรวจสอบและป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์จากการลักลอบถ่ายภายในโรงภาพยนตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

สำหรับโรงภาพยนตร์ชุมชนขณะนี้มีพันธมิตรให้ความสนใจติดต่อเข้ามาเป็นผู้ร่วมลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งไทยและต่างประเทศรวม 40 ราย และ 5 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ พม่า เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และลาว

"เป้าหมายเราต้องการเปิดโรงหนังในกลุ่มประเทศอาเซียน 5 ประเทศ และรวมไทยอีกหนึ่งก็เป็น 6 ประเทศในอาเซียนไปพร้อมๆ กัน เพราะด้วยความที่ขนาดความจุของคนที่เข้ามาชมมีน้อยมาก และหนังเราก็ค่อนข้างจะเข้าช้ากว่าโรงหนังอื่นๆ เราต้องให้มีขนาดธุรกิจเราได้ Economy of Scale โดยที่กัมพูชาตั้งใจจะขยายโรงหนังให้ได้ 200 โรง พม่า 500 โรง อินโดนีเซีย 1,000 โรง เวียดนาม 1,000 โรง มาเลเซีย 100 โรง ลาวคาดว่าจะอยู่ที่ 50 โรงเท่านั้นเพราะตลาดเล็กเกินไป"

อย่างไรก็ตาม กันตนามีการปรับธุรกิจมาทำธุรกิจดิจิทัลมากขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมฟิล์มภาพยนตร์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากฟิล์มมาสู่ระบบดิจิทัล ทำให้รายได้จากฟิล์มแล็ปลดลงไปกว่า 80% ในปี 2555 จนนำมาสู่การปรับตัวครั้งใหญ่ของกันตนา โดยรายได้รวมในปี 2555 ของกันตนาอยู่ที่ประมาณ 1,784 ล้านบาท ลดลงจากปี 2554 ที่มีรายได้รวมที่ประมาณ 2,008 ล้านบาท