'แซนโฎนตา' บูชาหลักเมือง

'แซนโฎนตา' บูชาหลักเมือง

หลายคนคงรู้จักงานบุญ 'วันสารทเดือนสิบ' กันเป็นอย่างดี เนื่องด้วยเป็นงานบุญที่สำคัญของชาวพุทธงานหนึ่งที่มักจัดอย่างยิ่งใหญ่

และในบางพื้นที่ก็จัดเป็นงานประจำปีด้วย แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักพิธี 'แซนโฎนตา' วัฒนธรรมบุญใหญ่แห่งอีสานใต้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับวันสารทเดือนสิบเช่นกัน

แซนโฎนตา เป็นประเพณีเซ่นไหว้บรรพบุรุษของคนไทยเชื้อสายเขมร โดยเฉพาะชาวเขมรในเขตพื้นที่อีสานตอนใต้ ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ เป็นต้น เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและย้อนรำลึกถึงบรรพบุรุษผู้มีพระคุณ เป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมที่ลูกหลานต้องปฏิบัติต่อบิดามารดา ครูอาจารย์ และยึดหลักคำสอนทางพุทธศาสนา โดยคำว่า 'แซน' แปลว่า เซ่น ในภาษาไทย ส่วนคำว่า 'โฎนตา' เป็นคำนามที่ใช้เรียกบรรพบุรุษ หมายถึงญาติที่ล่วงลับไปแล้ว

ล่าสุด จังหวัดศรีสะเกษ โดยอำเภอขุขันธ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 23 แห่ง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กำหนดจัดงาน รำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี ประจำปี 2556 ขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 2 ตุลาคม 2556 ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ) อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ

จากตำนานของพระเจ้าพิมพิสารอันเป็นจุดเริ่มต้นของพิธีแซนโฎนตา ชาวไทยเชื้อสายเขมรเชื่อกันว่าเมื่อถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วจะเดินทางกลับมาเยี่ยมญาติ ด้วยความเชื่อนี้จึงได้มีการจัดทำอาหาร ขนม ข้าวต้ม ในตอนเย็นของวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 และพอรุ่งเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ก็จะนำอาหาร ขนม ข้าวต้ม ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่วัดเป็นวัน “เบ็นตูจ” จากวันนี้นับไปอีก 15 วันจะตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี คือวัน“เบ็นทม” เป็นวันที่ประกอบพิธี “แซนโฎนตา” โดยเชื่อว่าบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วนั้นจะมีเวลาอยู่รับผลบุญและส่วนกุศลได้ 15 วัน ก่อนจะเดินทางกลับไปยังภพภูมิเดิมของตนเอง

ประเพณีแซนโฎนตา เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่บรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายเขมรพื้นถิ่นในเขตอีสานใต้ (จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดศรีสะเกษ) แฝงด้วยกุศโลบายในการสร้างปฏิสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวและคนในชุมชนอีกด้วย ซึ่งลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่นพร้อมใจกันเดินทางกลับบ้านเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว ตลอดจนการแสดงความกตัญญูกตเวทีแก่ผู้ใหญ่หรือผู้มีพระคุณที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ประเพณีดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นเพียงการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษของลูกหลานและยังสร้างความสัมพันธ์ ความรักความอบอุ่นของสมาชิกในครอบครัว เครือญาติ ตลอดถึงการสร้างความสามัคคี ของคนในชุมชนอีกด้วย

ส่วนกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน ได้แก่ พิธีเซ่นไหว้ศาลหลักเมืองและศาลพระภูมิ พิธีอัญเชิญดวงวิญญาณบรรพบุรุษมารับเครื่องเซ่นไหว้ และอัญเชิญกลับสู่ภพภูมิของท่าน ขบวนแห่สำรับเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษอันประกอบด้วยอาหารคาว หวาน ผลไม้นานาชนิด กิจกรรมสาธิตการทำข้าวต้มรูปแบบต่างๆ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การประกวดกล้วยงามเมืองขุขันธ์ การจำหน่ายกล้วยน้ำว้าคุณภาพรวมถึงกล้วยพันธุ์ต่างๆ จากทุกอำเภอในจังหวัดศรีสะเกษ หากสนใจเดินทางมาชมงานสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ปกครองอำเภอขุขันธ์ โทร 0 4567 1004, เทศบาลเมืองขุขันธ์ โทร 0 4567 1022, ททท.สำนักงานสุรินทร์ โทร 0 4451 4447 - 8 หรือ [email protected], www.tourismthailand.org และ TAT Call Center 1672

ใครที่ไม่เคยชมงานประเพณีโบราณเช่นนี้มาก่อน แนะนำว่าให้ลองเดินทางไปชมสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแดนอีสานใต้นั้นน่าสนใจไม่แพ้ที่อื่นๆ เลย