ตามเด็กชายเซเซ่ ไปริโอเดอจาเนโร

ตามเด็กชายเซเซ่
ไปริโอเดอจาเนโร

เรื่องราวของ เด็กชายเซเซ่ ใน My Sweet Orange Tree ผลงานจากปลายปากกานักเขียนชาวบราซิล โฮเซ วาสคอนเซลอส ครองใจนักอ่านมานานกว่า 4 ทศวรรษ

และนอกจากจะถูกแปลถูกตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลกแล้ว วรรณกรรมเรื่องนี้ยังมักจะถูกนำมาดัดแปลงมาขึ้นจอ ทั้งในรูปแบบละครโทรทัศน์ อนิเมชั่น และภาพยนตร์กันบ่อยครั้ง รวมถึงเวอร์ชั่นล่าสุดจากการกำกับของ มาร์คอส เบอร์สตรีน เมื่อปี 2012

ภาพยนตร์สัญชาติบราซิลเรื่องนี้เล่าเรื่องราวชีวิตของเซเซ่ วัย 7 ขวบที่อาศัยอยู่กับครอบครัวแสนยากจน ในเมืองชนบทแห่งหนึ่งของรัฐริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งแม้ชีวิตของเขาจะขาดโอกาสมากมายและยังต้องเผชิญกับความรุนแรงในครอบครัว แต่เซเซ่ผู้เฉลียวฉลาดและเต็มไปด้วยจินตนาการ ก็หาวิธีหนีจากโลกแห่งความจริงอันโหดร้ายด้วยการใช้ความฝันสุดบรรเจิด และมีต้นส้มในสวนที่เป็นเพื่อนสนิทพูดคุยปรับทุกข์กันได้ทุกเรื่อง

ชีวิตของเซเซ่อาจเต็มไปด้วยเรื่องร้ายๆ แต่ภาพความทรงจำในวัยเด็กของเขา กลับเต็มไปด้วยสีสันของจินตนาการแห่งวัยเยาว์ ความสวยงามและอบอุ่น จากมิตรภาพของผู้คนรอบข้าง ที่แม้จะเจือด้วยความเศร้า แต่ก็มีส่วนช่วยสอนให้เขาเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง และไม่ละทิ้งคุณค่าของสิ่งดีที่มีในตัวเองไป

นอกจากเรื่องราวดีๆ ที่เราได้รับชมกัน อีกสิ่งหนึ่งที่หนังเรื่องนี้มีให้คือ ภาพสวยๆ ในบ้านเกิดของเซเซ่ ซึ่งเขาใช้เมืองริโอเดอจาเนโร และเกาะ Paqueta เป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก โดยเกาะ Paquetaตั้งอยู่บริเวณอ่าวกัวนาบารา ซึ่งเป็นอ่าวที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศบราซิล โดยชายฝั่งตะวันตกของอ่าวนี้ เป็นที่ตั้งของริโอเดอจาเนโร หรือริโอ เมืองหลวงของรัฐฯ นั่นเอง เกาะแห่งนี้อยู่ห่างจากริโอไม่มาก ใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น

Paqueta ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของทัศนียภาพ และเคยเป็นเมืองตากอากาศสุดฮิตของชาวไฮโซบราซิลในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แต่หลังจากช่วงทศวรรษที่ 70 เป็นต้นมาก็เริ่มเสื่อมความนิยมลง นอกจากวิวสวยแล้วที่นี่ยังมีสถาปัตยกรรมโบราณที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18ที่ยังได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีอีกหลายแห่ง และบนเกาะนี้ถูกจำกัดให้เป็นเขตปลอดรถยนต์ ดังนั้นการเดินทางจึงมีเพียงรถจักรยานและรถม้าเท่านั้น

ความพิเศษอีก อย่างหนึ่งก็คือ ต้นเบาบับ ราว 20 ต้น ซึ่งพบเห็นได้เพียงไม่กี่แห่งในบราซิล และมีต้นหนึ่งที่ได้รับการตั้งชื่อว่า "Maria Gorda (Maria, the Fatty)" ซึ่งคนในท้องถิ่นเชื่อว่าหากได้จูบคุณมาเรียต้นนี้แล้วจะโชคดี

ส่วน ริโอ ก็มีสิ่งน่าสนใจมากมายแล้วแต่รสนิยมความชอบของนักท่องเที่ยว เมืองนี้มีประวัติมากว่า 500 ปี ถูกค้นพบโดยนักสำรวจชาว โปรตุเกสชื่อ กาสปาร์ เลมอส ซึ่งล่องเรือมาถึงอ่าวแห่งนี้ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2045 และสันนิษฐานว่ามันน่าจะเป็นปากแม่น้ำ เขาจึงเรียกแถบนี้ว่า ริโอ เดอ จาเนโร ซึ่งมีความหมายว่า “แม่น้ำแห่งเดือนมกราคม” ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของบราซิลมาหลายร้อยปี ก่อนที่รัฐบาลฯ จะย้ายไปตั้งเมืองใหม่ที่เมืองบราซิเลีย ตั้งแต่ปี 2503

ริโอ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีจุดขายอยู่ที่ชายหาดชื่อดังระดับโลกอย่าง โคปาคาบานา และ อีปาเนมา นอกจากนั้น ยังเป็นที่จัดงานเทศกาล “คาร์นิวัล” เทศกาลรื่นเริงประจำปีของบราซิลที่มีคนมาร่วมงานจากทั่วโลกนับแสนๆ คนในแต่ละปี

ไฮไลต์อีกอย่างหนึ่งของเมืองนี้ ที่หากใครไปริโอแล้วไม่ได้ไปชม ก็เรียกว่าไปไม่ถึงริโอกันเลยทีเดียว สิ่งนั้นคือ รูปปั้นพระเยซูขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีชื่อว่า Christ of Redeemer โดยมืความสูงราว 700 เมตรและตั้งอยู่บนยอดเขาคอร์โควาโด(ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมืองด้วย) โดยเคยได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่มาแล้ว

ไม่เพียงครบครันทั้งเรื่องของความสวยงามทางธรรมชาติ สีสันบันเทิงของงานเทศกาล และความอลังการของรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ริโอยังจะได้เพิ่มประวัติศาสตร์หน้าใหม่เข้าไปอีก ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 31 ในปี 2016 (หรือ พ.ศ.2559)

ถือเป็นครั้งแรกและเมืองแรกในทวีปอเมริกาใต้ที่ได้รับคัดเลือกให้จัดโอลิมปิกอีกด้วย.

Place: Rio de Janeiro
Country: Brazil
Population: 6.3 M
Movie: My Sweet Orange Tree (Meu Pé de Laranja Lima ) (2012)
Director:Marcos Bernstein
Casts: Joao Guilherme Avila, Jose de Abreu, Caco Ciocler, Emiliano Queiroz, Eduardo Dascar