วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ใส่บาตรเทียน' แห่งเดียวในไทย

ในยุคโบราณที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เมื่อถึงวันสำคัญทางศาสนาอย่าง 'วันเข้าพรรษา' พุทธศาสนิกชนจะร่วมกันนำต้นเทียนมาถวายแด่พระภิกษุสงฆ์

เพื่อให้ได้มีแสงสว่างไว้ปฏิบัติศาสนกิจและศึกษาพระธรรมวินัยในยามค่ำคืน แม้จะมีบางแห่งที่เริ่มถวายหลอดไฟแทนเทียนไขอยู่บ้าง แต่ประเพณีการแห่เทียนถวายวัดในช่วงวันเข้าพรรษายังเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสำคัญของเทียนได้ดี แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม

หนึ่งในจังหวัดที่มีวิถีผูกพันกับเทียนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คือ จังหวัดน่าน นอกจากชาวน่านจะใช้เทียนเพื่อให้แสงสว่างยามเข้าวัดฟังธรรมหรือสวดมนต์แล้ว ที่นี่ยังมีการจัดงาน ประเพณีใส่บาตรเทียน ขึ้นมาเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

สำหรับปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ได้จัดงาน “ประเพณีใส่บาตรเทียน” ขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2556 ณ วัดบุญยืน พระอารามหลวง ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ประเพณีใส่บาตรเทียน ถือเป็นประเพณีที่สำคัญที่คณะสงฆ์ และคณะศรัทธาสาธุชนชาวอำเภอเวียงสา ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน ไม่ปรากฏชัดว่าเริ่มขึ้นเมื่อใด สันนิษฐานว่าน่าจะเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2344 หลังจากเจ้าฟ้าอัตถวรปัณโญทรงสร้างวัดบุญยืนได้ 1 ปี (วัดบุญยืนสร้างเมื่อ พ.ศ.2343)

โดยพระภิกษุสามเณรทุกรูปในเวียงสาได้กำหนดเอาวันแรม 2 ค่ำ เดือน 8 (หรือเดือน 10 เหนือ) หรือหลังวันเข้าพรรษา 1 วัน จัดพิธีสูมาคารวะหรือพิธีขอขมาแก่เจ้าคณะอำเภอและพระชั้นผู้ใหญ่ขึ้น ในขณะที่พุทธบริษัททั้งหลายต่างก็ถือเอาวันเดียวกันนี้นำเทียนและดอกไม้มาถวายแก่พระภิกษุ-สามเณร เพื่อให้มีแสงสว่างในการศึกษาพระธรรมวินัย ซึ่งสอดคล้องกับพุทธบัญญัติที่ให้ญาติโยมได้ถวายเทียนให้กับพระภิกษุ สามเณร

เดิมประเพณีใส่บาตรเทียนเป็นประเพณีที่ทำเฉพาะวัดบุญยืน สืบเนื่องจากวัดบุญยืน เป็นวัดที่มีเจ้าคณะอำเภออยู่จำพรรษามาตั้งแต่อดีต พระภิกษุสามเณรทุกรูปในอำเภอจึงได้มาทำพิธีขอขมา (สูมาคารวะ) เจ้าคณะอำเภอและพระเถระที่มีอายุพรรษามากที่วัดนี้ จึงเกิดการสานต่อประเพณีใส่บาตรเทียนขึ้นทุกปี

"ประเพณีใส่บาตรเทียน ถือเป็นประเพณีที่มีแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งอยู่คู่กับชาวอำเภอเวียงสามาเป็นเวลาช้านาน เพราะเป็นประเพณีที่มีทั้งฝ่ายพระสงฆ์ และคฤหัสถ์ใส่บาตรร่วมกัน ที่อื่นปรากฏเฉพาะคฤหัสถ์ใส่บาตรพระเพียงอย่างเดียว จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะช่วยกันรักษาประเพณีนี้ไว้ให้อยู่คู่กับชาวอำเภอเวียงสาต่อไป"

กิจกรรมภายในงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. พระภิกษุสามเณรในอำเภอเวียงสาและคณะศรัทธาสาธุชนจะเตรียมเทียน ดอกไม้ น้ำส้มป่อยหรือน้ำอบน้ำหอม และเตรียมสำรับกับข้าวใส่ปิ่นโตไปด้วย เพื่อเตรียมถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณรที่มาร่วมพิธี ส่วนในภาคบ่าย เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป พระภิกษุสามเณรจะมีการเตรียมบาตร และผ้าอาบน้ำฝนหรือผ้าสบงไว้ปูบนโต๊ะและตั้งบาตรบนผ้าอาบน้ำฝน เพื่อรองรับเทียนที่คณะสงฆ์ และคณะศรัทธาสาธุชนใส่บาตรเทียน โดยมีพระภิกษุสามเณรนำคณะศรัทธาสาธุชนเดินใส่บาตรเทียนเวียนรอบโต๊ะ และวางผ้าอาบน้ำฝน เมื่อเสร็จสิ้นพิธีใส่บาตรเทียน ก็จะกลับเข้าไปภายในอุโบสถเพื่อทำพิธีสูมาคารวะ (ขอขมา) ต่อพระเถระผู้มีอายุพรรษามาก

หากสนใจและต้องการเดินทางมาร่วมประเพณีใส่บาตรเทียนพร้อมท่องเที่ยวจังหวัดแพร่-น่าน ทาง ททท.สำนักงานแพร่ ได้ร่วมกับบริษัทนำเที่ยว Lasallex จัดรายการนำเที่ยว เดินทางระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2556 โดยสายการบินนกแอร์ ในราคาท่านละ 10,800 บาท สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัทนำเที่ยว Lasallex กรุงเทพฯ โทร 0 2 197 0288 หรือสอบถามข้อมูลการเดินทาง และการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทรศัพท์ 0 5452 1127

รับรองว่านอกจากจะได้เปลี่ยนบรรยากาศในการท่องเที่ยวแล้ว ยังจะอิ่มบุญอิ่มใจไปพร้อมๆ กันด้วย